ผลการศึกษา เตือนเด็กติดหวานจัดเสี่ยงหัวใจวาย

ผลการศึกษา เตือนเด็กติดหวานจัดเสี่ยงหัวใจวาย

อะไรที่กินมากเกินไปย่อมไม่ดีต่อร่างกาย! ผลการศึกษาออกมาเตือนพ่อแม่ให้ระวัง อย่าให้ลูกกินน้ำตาลมากเกินไป นอกจากจะทำให้อ้วนแล้วยังเสี่ยงหัวใจวายด้วยนะ

กินน้ำตาลมากๆ ทำให้ฟันผุ คำพูดที่ผู้ใหญ่มักจะบอกเด็กๆ อยู่เสมอ แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนมาย้ำเตือนเด็กๆ ว่า กินน้ำตาลมากๆ ทำให้อ้วน เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจ

การกินน้ำตาล ทำให้ติดรสหวาน ไม่ดีต่อฟัน มีผลต่อตับ และยิ่งกินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเสพติดรสชาติหวานๆ จนส่งผลในระยะยาว การกินของหวาน เครื่องดื่ม หรืออาหารที่ใส่น้ำตาลเยอะๆ จะนำพาโรคภัยมากมายมาทักทายลูกๆ โดยเฉพาะ โรคอ้วนและโรคความดันโลหิตสูง ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ จนเกิดภาวะหัวใจวายได้อีกด้วย

ส่วนเด็กๆ ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ อาจเผชิญกับปัญหาโรคอ้วนในเด็ก และเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) ที่ตับอ่อน สร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อร่างกาย หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน

 

อาหารที่พ่อแม่ให้ลูกกิน มีผลต่อพฤติกรรมการกินในอนาคต

รสชาติที่ชื่นชอบในวัยเด็ก มีผลต่อพฤติกรรมการกินในอนาคตของลูก เมื่อพ่อแม่ให้ลูกกินของหวานบ่อยๆ หรืออาหารผ่านการปรุงแต่งเยอะๆ แม้แต่อาหารขยะ ก็จะทำให้ลูกเสพติดรสชาติที่ปรุงแต่งมากๆ แต่ถ้าพ่อแม่ให้ทานอาหารที่มีคุณค่า ไม่ปรุงรสชาติที่จัดจ้านเกินไป ลูกก็จะไม่เสพติดรสหวาน และเลือกทานอาหารที่ปรุงแต่งน้อยๆ ไปเอง

 

เด็กๆ ควรบริโภคน้ำตาลมากน้อยแค่ไหน

สำหรับเด็กที่อายุ 2 - 18 ปี ควรบริโภคน้ำตาลต่ำกว่า 6 ช้อนโต๊ะต่อวัน ราวๆ 25 กรัม หรือ 100 แคลอรี และเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี พ่อแม่ไม่ควรใส่น้ำตาลลงไปในอาหารและเครื่องดื่มเลย ส่วนจำนวนแคลอรีที่เหมาะสมในแต่ละวันของเด็กๆ สำหรับเด็กเล็กๆ อยู่ที่ 1,000 กิโลแคลอรี ส่วนอายุ 14-18 ปี ควรบริโภค 2,400 กิโลแคลอรีต่อวัน และเด็กโตจนถึงวัยรุ่น ช่วงอายุ 16-18 ปี ควรบริโภค 3,200 กิโลแคลอรีต่อวัน

ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่มีประโยชน์ แล้วเลือกทานผัก ผลไม้ โฮลเกรน หรือผลิตภัณฑ์นมโลว์แฟต หรือให้ลูกทานเนื้อสัตว์ จำพวกสัตว์ปีกจำพวกไก่หรือปลา และเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน

ข้อควรระวัง : น้ำตาล ไม่ได้มาในรูปแบบน้ำตาลที่มองเห็นได้ชัดเจนเท่านั้น พวกน้ำตาลฟรุกโตสหรือน้ำตาลจากผลไม้ น้ำผึ้ง และอาหารรสหวานต่างๆ ก็ถือเป็นเมนูต้องห้าม ไม่ควรบริโภคมากเกินไป ซึ่งความหวานจะแอบซ่อนอยู่ในอาหารและเครื่องดื่ม ถ้าเราไม่สังเกตจำนวนแคลอรี ก็จะเผลอบริโภคมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว

 

ที่มา : sg.theasianparent.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

โรคอ้วน โรคน่ากลัวของเด็กจ้ำม่ำ!

ลดน้ำตาลเพียง 9 วัน ก็ทำให้ลูกสุขภาพดีขึ้นได้

theAsianparent Community

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner