นมยูเอชที ยี่ห้อไหน กินแล้วลูกฉลาดสุด? เปรียบเทียบสารอาหารในนม อัพเดทตุลาคม 2018

lead image

เคล็ดลับทำให้ลูกมีสติปัญญาดี เรียนเก่ง จำบทเรียนแม่นยำ มั่นใจ ไหวพริบสูง มีความรับผิดชอบ มีทักษะการเข้าสังคม และฉลาดสมวัย ไม่ยากเลยค่ะ แค่เล่นกับลูกบ่อยๆ ชวนลูกพูดคุย ฝึกคิดหาคำตอบ เล่นของเล่นเสริมทักษะ ทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และดื่มนมยูเอชที ที่มีสารอาหารช่วยพัฒนาสมองทุกวัน

อยากให้ลูกสมองดี เรียนเก่ง ต้องกินอะไร?

ปัจจัยที่ทำให้ลูกฉลาด อันดับแรกคือ “พันธุกรรม” เด็กบางคนมีทักษะบางอย่างโดดเด่นก็เพราะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนั้นมาจากพ่อแม่ สองคือ “สิ่งแวดล้อม”หากเด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี สมองถูกกระตุ้นอย่างถูกวิธี ย่อมเกิดการเรียนรู้และสั่งงานได้ฉับไว สุดท้ายคือ “สารอาหาร” วัยเด็กเป็นวัยที่เซลล์สมองนับแสนล้านเซลล์กำลังสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อถึงกัน หากได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าในปริมาณที่เหมาะสมก็จะส่งผลให้สมองเติบโตอย่างมีศักยภาพ

เวลาคุณแม่ไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตจะเห็น นมยูเอชที หลากหลายยี่ห้ออยู่บนชั้นวางสินค้า การตัดสินใจเลือกซื้อ นมยูเอชที ปัจจัยแรกที่คุณแม่ควรคำนึงถึงคือสารอาหาร รองลงมาคือความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต โปรโมชั่น และปัจจัยอื่น ๆ ประกอบกัน ปัจจุบันผู้ผลิตนมยูเอชทีต่างพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมา และเพิ่มเติมสารอาหารที่ช่วยให้ลูกฉลาดด้วย วันนี้เรามาอัพเดทกันเลยค่ะว่า แต่ละยี่ห้อมีสารอาหารตัวไหนน่าสนใจและปริมาณแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/082118 TAP Enfa Infographic 09.jpg นมยูเอชที ยี่ห้อไหน กินแล้วลูกฉลาดสุด? เปรียบเทียบสารอาหารในนม อัพเดทตุลาคม 2018

 

จากข้อมูลเปรียบเทียบสารอาหารข้างต้น จะพบว่า นมยูเอชที แต่ละยี่ห้อ มีปริมาณสารอาหารที่เน้นเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองไม่เท่ากัน

  1. นมไฮคิว 1 พลัส พรีไบโอโพรเทก (รสจืด) มีโคลีนสูงเป็นอันดับ 2 คือ 19 มิลลิกรัม และได้ปรับสูตรเพิ่ม DHA ให้มากขึ้น 60% แต่ยังมี DHA เพียง 8 มิลลิกรัม (อันดับ 3) DHA เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อสมอง โดยองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations) และ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) แนะนำว่าเด็กวัย 2-5 ปี ควรบริโภค DHA ในปริมาณ 100 mg ต่อวัน ซึ่งหมายความว่าจะต้องดื่มนม ไฮคิว ถึง10 กล่องขึ้นไปต่อวัน ซึ่งคงเป็นไปได้ยากค่ะ
  2. เอนฟาโกร เอพลัส ซุพีเรียร์ โดดเด่นด้าน DHA โดยมีปริมาณ สูงเป็นอันดับ 1 คือ 25 มิลลิกรัม ซึ่งหากดื่มวันละ 2-3 กล่อง แล้วเสริมด้วยปลาทะเล ปลาน้ำจืด ก็จะเพียงพอตามคำแนะนำขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ และ องค์การอนามัยโลก แล้วค่ะ เอนฟาโกรยังเป็นนมยูเอชทียี่ห้อเดียวในท้องตลาด ที่มี MFGM สารอาหารที่พบในน้ำนมแม่ * ผลทดสอบทางการแพทย์พบว่าเด็กที่ได้รับสารอาหารที่มี MFGM มีพัฒนาการทางสติปัญญาสูงกว่ากลุ่มที่รับสารอาหารปกติอย่างเห็นได้ชัด และมีสติปัญญาไม่ต่างจากเด็กกลุ่มที่กินนมแม่ และเอนฟาโกร ยังมีโคลีน สูงเป็นอันดับ 1 ที่ 40 มิลลิกรัม รวมถึงวิตามินบี 12 สูงเป็นอันดับ 2 และสารอาหารที่ช่วยพัฒนาสมองอื่นๆอย่างค่อนข้างครบถ้วน
  3. โฟร์โมสต์ โอเมก้า โกลด์ มีวิตามินบี 12 ซึ่งช่วยบำรุงประสาท สูงเป็นที่ 1 ถึง 50 มิลลิกรัม และมี DHA สูงเป็นอันดับ 2 ที่ 25 มิลลิกรัม แต่ปริมาณ DHA อาจยังไม่เพียงพอต่อปริมาณ 100mg ที่แนะนำต่อวัน
  4. นมตราหมี (รสจืด) มีโอเมก้า 6 ที่มีส่วนช่วยสร้างความสมดุลให้กับสารเคมีในร่างกาย  และมี โอเมก้า 9 ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาระดับฮอร์โมน กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดสูงที่สุด แต่ขาด DHA และ โคลีนซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมอง
  5. นมดัชมิลล์ เจ็นไอ นิวทริ วีพลัส (รสจืด) ไม่มี DHA แต่โดดเด่นด้านโอเมก้า โดยเน้นโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้ ความจำ และการมองเห็น เป็นพิเศษ ด้วยตัวเลขสูงถึง 150 มิลลิกรัม ส่วนสารอาหารอื่นๆ ยังคงเป็นรองอยู่
  6. นมไทย-เดนมาร์ค (รสจืด) ผลิตจากน้ำนมโค 100% ไม่ผสมนมผง จึงได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ แม้ฉลากข้างกล่องจะไม่ได้ระบุสารอาหารหลากหลาย และไม่มีสารอาหารช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/102618 RB Durex Important Ingredients.png นมยูเอชที ยี่ห้อไหน กินแล้วลูกฉลาดสุด? เปรียบเทียบสารอาหารในนม อัพเดทตุลาคม 2018

 

  1. DHA เป็นกรดไขมันจำเป็นในตระกูลโอเมก้า 3 ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น DHAสำคัญมากต่อพัฒนาการทางสมอง *โดยเฉพาะในเด็กวัย 2-5 ปี ซึ่งเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาสูงสุด จากผลการวิจัย พบว่า เด็กที่ได้รับ DHA จะมีพัฒนาการของสมอง สายตา ความจำ และการแก้ปัญหาดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับ DHA *องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations) และ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) แนะนำว่าควรบริโภค DHA ในปริมาณ 100 mg ต่อวัน
  2. Vitamin B12 ซึ่งช่วยบำรุงประสาท เพิ่มสมาธิ ความจำ การทรงตัว ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย หากขาดวิตามินบี 12 อาจทำให้เกิดโรคโลหิตจางและโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้
  3. MFGM (Milk Fat Globule Membrane) เยื่อหุ้มอนุภาคไขมันที่พบใน “น้ำนมแม่” อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันกว่า 150 ชนิด รวมทั้ง สฟิงโกไมอีลิน ทำหน้าที่ช่วยสร้างปลอกไขมันหุ้มเส้นใยสมอง เพิ่มความเร็วในการรับส่งสัญญาณประสาท นอกจากนี้ MFGM ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่สำคัญกับพัฒนาการทางสมอง จึงถือเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญช่วยพัฒนาสมองและสติปัญญาของลูกน้อย
  4. Choline ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเยื่อหุ้มเซลล์ และมีส่วนช่วยในการสังเคราะห์อะซิติลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำ การเรียนรู้
  5. Omega 3 6 9 เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ และมีส่วนในการเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและช่วยสร้างความสมดุลให้กับสารเคมีในร่างกาย โดยโอเมก้า 3 6 9 จะทำงานประสานกัน แต่หากขาดตัวใดตัวหนึ่งไปจะทำให้ร่างกายขาดความสมดุลได้

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/100318 TAP Infographic winner 08.png นมยูเอชที ยี่ห้อไหน กินแล้วลูกฉลาดสุด? เปรียบเทียบสารอาหารในนม อัพเดทตุลาคม 2018

ความฉลาดของลูกนั้นสามารถสร้างได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ กระทั่งแรกคลอด และต่อเนื่องไปจนโต ยิ่งให้ลูกได้รับ DHA  MFGM และสารอาหารพัฒนาสมองอื่นๆ เร็วเท่าไรก็ยิ่งทำให้สมองพัฒนาไปได้เร็วขึ้นเท่านั้น  และถึงแม้ว่าคุณแม่จะให้ลูกกินอาหารที่มี DHA เช่นปลาต่างๆ ร่างกายก็อาจจะไม่ได้รับทั้งร้อยเปอร์เซ็น เนื่องจากจะถูกขับออกมาผ่านกระบวนการ การย่อยอาหาร แต่หากรับจากผลิตภัณฑ์ร่างกายจะสามารถรับสารอาหารได้เต็มๆ  ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพิจารณานม ที่มีระดับสารอาหารเหมาะสมในการพัฒนาสมองของลูกรัก เราจะเห็นได้ว่า เอนฟาโกร เอพลัส ซูพีเรียร์ เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นกว่ายี่ห้ออื่นๆ เพราะมี DHA สูงถึง 25 มิลลิกรัม เป็นเจ้าเดียวบนท้องตลาดที่มี MFGMและมีโคลีนสูงสุด จากข้อมูลสารอาหารข้างต้นจะเห็นได้ว่า DHA มีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการทางสมอง และความฉลาด ดังนั้นคุณแม่ควรเลือกนม UHT ที่มีปริมาณ DHA สูง เพราะจะส่งผลโดยตรงกับอนาคตลูกน้อย การเลือกนม UHT ที่ดีที่สุดจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนค่ะ

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!