กุมารแพทย์แนะขั้นตอน 5 “S“ สเต๊ปโอ๋ลูก ทําให้ทารกหยุดร้อง ในทันที

กุมารแพทย์แนะขั้นตอน 5 “S“ สเต๊ปโอ๋ลูก ทําให้ทารกหยุดร้อง ในทันที

ถ้าหากพวกคุณเป็นหนึ่งในบรรดาพ่อแม่มือใหม่ที่ต้องอดหลับอดนอน ตื่นมาคอยปลอบประโลมเมื่อเจ้าตัวน้อยส่งเสียงร้องไห้ขึ้นมา เรามีเคล็ดลับที่จะมาช่วยลูกน้อยไม่ให้ร้องไห้ แบบที่ไม่กวนใจจนคุณพ่อคุณแม่ต้องเหนื่อยล้าเกินไป

กุมารแพทย์และนักเขียนชื่อดัง Harvey Karp  แนะขั้นตอน 5 “S“ ซึ่งกล่าวว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการทำให้ ทําให้ทารกหยุดร้อง ลูกน้อยที่กำลังร้องให้จะรู้สึกสงบลงหรือกล่อมให้นอนหลับได้ วิธีดังกล่าวคือการเลียนแบบการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เสียงต่างๆ ของทารกที่เคยอยู่ครรภ์แม่ เพราะนั้นคือสิ่งที่ทารกคุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัยที่สุด

ทำตามขั้นตอน 5 “S” อย่างต่อเนื่อง ทําให้ทารกหยุดร้อง ได้อย่างง่ายดาย

ทําให้ทารกหยุดร้อง

#S1 : Swaddling - การห่อตัว

การห่อตัวลูกน้อยอย่างถูกต้องในผ้าห่มผืนบางพร้อมกับแขนทั้งสองวางแนบอยู่ข้างลำตัวในขณะที่ทารกนอนหลับนั้นจะช่วยเพิ่มความรู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และมั่นคงให้กับตัวลูกน้อย

ทําให้ทารกหยุดร้อง

#S2 : Stomach or side position - นอนคว่ำหรือนอนตะแคง

การนอนในท่าคว่ำหรือท่านอนตะแคง จะช่วยให้หยุดลูกน้อยจากการร้องไห้โยเยได้โดยนวดตัวลูกเบา ๆ หรือตบเบา ๆ ที่หลังของทารก แต่อย่าปล่อยให้ลูกน้อยนอนหลับในท่านอนคว่ำเพียงลำพัง เพื่อป้องกันการสำลักหรือการเกิด SIDS ในทารกได้

ทําให้หยุดร้อง

#S3 : Shush – ทำเสียงเอ่เอ๊

ถ้าผ่านการใช้ “S” ขั้นตอนที่ 1 และ 2 ไปแล้ว แต่เจ้าตัวน้อยยังคงร้องไห้ไม่ยอมนอน ลองทำ “เสียงเอ่เอ๊” ให้เบบี๋ฟังดูสิ มันเป็นเรื่องที่ตรงข้ามกับความเชื่อที่จะใช้การปลอบประโลมทารกด้วยความเงียบสงบเพื่อที่จะให้ลูกได้หยุดร้องไห้ แต่การทำเสียงเอ่เอ๊ กล่อมลูกตอนร้องไห้จะทำให้ลูกหยุดร้องเบาลงเพื่อที่จะฟังเสียงนี้จากปากคุณแม่ และค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งลูกเริ่มหลับตาลงนะคะ

ทารกหยุดร้อง

#S4 : Swing - การไกว

การไกวเคลื่อนไหวโยกไปมาอย่างสม่ำเสมอและนุ่มนวล จะช่วยให้ลูกน้อยหยุดร้องไห้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำควบคู่ไปกับการทำขั้นตอน  “S” อื่น ๆ ค่อย ๆ โยกตัวลูกน้อยไปข้างหน้าข้างหลัง หรือโยกซ้ายโยกขวาอย่างแผ่วเบา จนกระทั่งลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลายและหลับไปในที่สุด

ทําให้ทารก

#S5 : Suck - การดูด

เมื่อลูกน้อยยังไม่สงบหรือหยุดร้องไห้  การให้ลูกได้ดูดนมจากเต้าแม่นั้นคือการสร้างความสงบที่สุดสำหรับลูกน้อย และแน่นอนว่าเมื่อลูกดูดอิ่มทั้งนมและอุ่นจากสัมผัสแม่จะช่วยทำให้ลูกได้นอนหลับลงง่าย ๆ

การสร้างสถานการณ์ปลอบลูกน้อยที่กำลังร้องไห้ เหมือนเมื่อตอนที่อยู่ในครรภ์จะช่วยให้ทารกรู้สึกสบายและอบอุ่นขึ้นมาอีกครั้ง คุณพ่อคุณแม่ควรทำขั้นตอน 5S อย่างต่อเนื่องในช่วงแรก ๆ ที่ทารกนั้นงอแงและกำลังปรับตัว ก็จะช่วยทำให้ทารกหยุดการร้องไห้ลงได้

วิธีทำให้เด็กหยุดร้องไห้ แบบง่าย ๆ ภายในไม่กี่นาที ลองทำตามได้เลย

เพราะคุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะต้องปวดหัว กับการที่ลูกน้อยชอบร้องไห้บ่อย ๆ แถมไม่ค่อยจะหยุดร้องง่าย ๆ เสียด้วย วันนี้เรามีวิธีทำให้เด็กหยุดร้องไห้ แบบง่าย ๆ ภายในไม่กี่นาที ลองทำตามได้เลย มาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ลองทำตามกันดู

เสียงร้องไห้บอกอะไรกับพ่อแม่ ?

เด็กทารกยังไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดว่าต้องการอะไร จึงบอกออกมานัย ๆ ด้วยการร้องไห้ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่รู้ว่าเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นหรือต้องการอะไร เหตุผลที่ทารกร้องไห้อาจมาจากสาเหตุเหล่านี้  เรามาดู วิธีทำให้เด็กหยุดร้องไห้ แบบง่าย ๆ ภายในไม่กี่นาที

  • หิวนม – เรื่องพื้นฐานที่ทารกร้องไห้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะเด็กแรกเกิด เนื่องจากมีกระเพาะอาหารที่มีขนาดเล็ก อิ่มไว แม้คุณแม่จะเพิ่งให้นมไปไม่นาน อีก 2 ชั่วโมงถัดมาก็อาจหิวขึ้นมาใหม่ หากมองนาฬิกาแล้วเวลาผ่านไป 3-4 ชั่วโมงจากการให้นมครั้งล่าสุดน่าจะเป็นเวลาที่เด็กเริ่มร้องหิวนม คุณแม่ลองให้นมกับทารกก็อาจช่วยให้หยุดร้องได้
  • เพลียและเหนื่อย – ทารกอาจเพียงแค่ต้องการนอน เพราะเหนื่อยและเพลียเท่านั้นเอง ลองสังเกตดูว่าเจ้าตัวน้อยร้องไห้ มีท่าทีไม่สนใจของเล่นหรือสิ่งรอบตัว ตาปรือบางครั้ง หรือหาวบ่อย ๆ บ้างหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ถึงเวลาต้องให้เด็กได้งีบหลับสักหน่อย
  • ไม่สบายตัว – การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อากาศอาจร้อนหรือหนาวเกินไป ความเปียกชื้นของผ้าอ้อม ทำให้ทารกเกิดความไม่สบายตัวได้ จึงพยายามร้องเพื่อบอกให้คุณแม่ช่วยพาออกไปจากสถานการณ์เหล่านี้ คุณแม่อาจลองเช็คอุณหภูมิห้องว่าเปิดแอร์เย็นเกินไปหรืออากาศร้อนอบอ้าว ไม่ถ่ายเทหรือไม่ รวมไปถึงเสื้อผ้าที่เด็กใส่ทำให้เด็กอึดอัดหรือไม่
  • ถูกกระตุ้นมากเกินไป – ทารกอาจอยู่ในสภาวะที่มีสิ่งรบกวนหรือกระตุ้นมากเกินไป เช่น อยู่ในห้องที่เสียงดัง คนรุมล้อมจะเล่นด้วย เสียงดนตรีดัง ทำให้ทารกรู้สึกถึงสิ่งกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่มากเกินไปก็อาจทำให้เริ่มร้องโยเยเพื่อหาสถานที่เงียบสงบมากกว่า การพาเด็กออกจากสถานที่ที่มีเสียงอึกทึกโครมครามจะช่วยให้เด็กรู้สึกดีขึ้นได้
  • อยากให้อุ้ม – ความอบอุ่นจากสายใยแม่ถึงลูกเป็นสิ่งที่ทารกสัมผัสได้ บางครั้งการร้องไห้ของทารกก็เพียงต้องการให้แม่โอบกอดและสัมผัสทางกาย เพื่อความรู้สึกอุ่นใจ
  • รู้สึกกลัว – เด็กทารกอาจร้องไห้จากความกลัวหรือสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เช่น คนแปลกหน้าที่อุ้มทำให้เด็กสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แตกต่างจากพ่อหรือแม่ที่เคยอุ้มพวกเขา ทำให้ทารกอยู่ในความรู้สึกกลัว จึงร้องไห้ออกมา
  • สภาพแวดล้อมใหม่ – ทารกแรกเกิดไม่คุ้นชินกับสภาวะหลังออกมาจากท้องแม่ เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกภายนอกและบุคคลในครอบครัวทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ จึงต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งในการปรับตัวให้ชินมากขึ้น
  • เจ็บป่วย – เด็กทารกอาจร้องไห้เพราะเกิดอาการเจ็บ มีบาดแผล หรือมีอาการป่วย เช่น ท้องอืด เป็นไข้ ตัวร้อน เหมือนกับเด็กโตหรือผู้ใหญได้เช่นกัน ทำให้ร่างกายไม่เป็นปกติ จึงแผดเสียงร้องไห้ไม่ยอมหยุด คุณแม่อาจลองตรวจดูตามร่างกายว่าเกิดแผล สิ่งผิดปกติ หรือมีอาการป่วยจนต้องไปหาหมอหรือไม่ เพราะร่างกายเด็กทารกยังพัฒนาไม่เต็มที่ การรู้ว่าลูกเริ่มมีอาการป่วยหรือผิดปกติจะช่วยให้หายเร็วขึ้น ในบางครั้งการร้องไห้ของเด็กอาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางการแพทย์ เด็กอาจร้องไห้เพื่อสื่อสารกับผู้ดูแลว่าเกิดความไม่สบายตัว พ่อแม่สามารถปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลเด็กเมื่อเกิดความกังวลขึ้น แต่ไม่ควรซื้อยามาป้อนให้เด็กรับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้เด็กป่วยมากขึ้น ง่วงนอนตลอดทั้งวัน หรือรบกวนการกินนมของเด็ก

เด็กร้องไห้เป็นความจริงที่คุณเลี่ยงไม่ได้ บรรดาคุณแม่มักจะรู้สึกอับจนหนทางเมื่อต้องพยายามทำทุกวิถีทางให้เด็กหยุดร้อง ซึ่งนั่นก็เป็นความจริงอีกเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม อย่ากลัวไปเลย เพราะคำแนะนำที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ล้วนเป็นวิธีที่ได้รับการทดลองมาแล้วโดยคุณแม่กับทารกว่าช่วยให้ลูกหยุดร้องไห้ได้ผลทั้งนั้น เอาล่ะหวังว่าคงจะมีสักวิธีหนึ่งที่คุณใช้ได้ผลด้วยนะ

 


credit content : sg.theasianparent.com

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ :

เพลงปราบทารกขี้แย เมื่อเบ๋บี๋ฟังเพลงนี้แล้วจะหยุดร้อง!

7 สัญญาณที่ทำให้ทารกร้องไห้

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner