"ตู้ทิ้งเด็ก" การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สำหรับแม่วัยใสที่รักสนุกแต่ไม่พร้อมจะผูกพัน

"ตู้ทิ้งเด็ก" การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สำหรับแม่วัยใสที่รักสนุกแต่ไม่พร้อมจะผูกพัน

เพราะปัญหาการทิ้งเด็กมีมากขึ้นทุกวัน ในแต่ละประเทศจึงช่วยกันคิดค้นวิธีหาทางออกด้วยการติดตั้ง "ตู้ทิ้งเด็ก" ขึ้นมา

เบบี้โพสต์หรือตู้ทิ้งเด็ก ได้ผุดขึ้นมากมายหลากหลายประเทศบนโลกของเรา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพื่อมีไว้รองรับให้กับคุณแม่วัยใสที่รักสนุก แต่ไม่มีความพร้อมที่จะเลี้ยงดู และแน่นอนค่ะว่า ตู้ทิ้งเด็ก ที่ว่านี้ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ทำไมถึงไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุกัน ด้วยการสอนให้เด็กหรือวัยรุ่นรู้จักการป้องกัน ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมและยกตัวอย่างประเทศที่มีการติดตั้งตู้ดังกล่าวไว้ จะมีประเทศอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยค่ะ

ตู้ทิ้งเด็ก แม่วัยใส

เริ่มจากประเทศแรกคือ "ประเทศญี่ปุ่น" ผู้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเทคโนโลยีและวิวัฒนาการต่าง ๆ ที่ล้ำหน้ากว่าใคร ๆ ซึ่งงานนี้ ตู้ที่ว่านั้นไม่ได้เพิ่งมีนะคะ เพราะเขามีกันมานานนับ 10 ปีแล้ว โดยมีคุณหมอไทจิ ฮะซุดะ สูตินรีแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิเคที่เมืองคุมะโมะโตะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเป็นผู้จัดตั้งโครงการนี้ขึ้น

ตู้ทิ้งเด็กของที่นี่จะเป็นตู้ที่มีบานประตูสองชั้น เมื่อเปิดบานแรกออกก็จะเจอบานเลื่อนด้านใน หลังประตูบานเลื่อนมีเตียงที่ปูฝูกอย่างดีและติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับทารก จะมีกระดาษพร้อมซองจดหมายวางไว้ให้พ่อหรือแม่ที่นำลูกไป “ทิ้ง” เขียนข้อมูลของตัวเองรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์เผื่อว่าสักวันอาจกลับมารับลูกหรือสามารถติดต่อกับลูกได้ แต่ถ้าไม่สมัครใจ จะไม่เขียนก็ได้ ! เมื่อมีเด็กถูกนำไปหย่อน สัญญาณเสียงในห้องพยาบาลจะดังขึ้น แล้วนางพยาบาลก็จะออกไปรับเด็ก ทางโรงพยาบาลจะดูแลเด็กจนกว่าหาครอบครัวใหม่มารับไปอุปการะหรือหาที่พักพิงที่จะเลี้ยงดูเด็กต่อไปได้

โครงการนี้ก็ได้ดำเนินเรื่อยมาจนปีนี้เข้าปีที่ 10 แล้ว ตลอด 9 ปีมานี้ มีคนเอาเด็กทารกไปทิ้งที่ตู้นี้ 125 คน เกือบทั้งหมดเป็นเด็กแรกเกิดที่อายุยังไม่ครบเดือน นอกจากจะรับเด็กที่ไม่เป็นที่ต้องการแล้ว ทางโรงพยาบาลยังมีบริการให้คำปรึกษาการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ตลอด 24 ชั่วโมง และตอนนี้ก็มีกลุ่มแพทย์ที่โอซาก้าวางแผนจะเปิดโครงการแบบเดียวกันนี้ที่เมืองโกเบ ทางตะวันตกของญี่ปุ่นภายในสิ้นปีนี้อีกด้วย

ตู้ทิ้งเด็ก แม่วัยใส

ต่อไปเป็น "ประเทศมาเลเซีย" เจ้าตู้นี้จะถูกวางไว้ในโรงพยาบาลของรัฐ เพื่อรองรับคุณแม่ที่คลอดลูกแล้วไม่มีความต้องการหรือไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงดู นำลูกของตัวเองมาวางไว้ในตู้ใบนี้ โดยภายในตู้จะมีช่องระบายอากาศและมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ภายใน และทุกครั้งที่มีคนนำเด็กมาวางไว้ ก็จะมีสัญญาณเตือนไปยังห้องเด็กอ่อนของโรงพยาบาล และนางพยาบาลก็จะสามารถดูเด็กผ่านกล้องวงจรปิดภายในตู้นี้ได้ โดยที่จะเห็นแต่เพียงเด็กทารกเท่านั้นและจะไม่สามารถเห็นหน้าคนที่นำมาวางไว้ได้ และนางพยาบาลจะดูแลรักษาทารกไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่งเผื่อแม่ของเด็กจะเปลี่ยนใจและมารับลูกของตนเองไปดูแล แต่ถ้าไม่มาโรงพยาบาลก็จะนำทารกที่ถูกทอดทิ้งเข้าสู่โครงการรับเลี้ยงดูเด็กต่อไป

ตู้ทิ้งเด็ก แม่วัยใส

อีกประเทศสุดท้ายที่เรานำมาฝากกันก็คือ "ประเทศจีน" เหตุผลที่ประเทศจีนเริ่มมีการใช้ ตู้ทิ้งเด็ก นั้นเป็นผลพวงมาจากนโยบายลูกคนเดียว ที่ทำให้พ่อแม่ต้องการลูกชายมากกว่าลูกสาว จึงนำลูกสาวไปทิ้ง เพื่อให้สามารถมีลูกชายอีกคนได้ แม้ว่าในปัจจุบัน หลายเมืองของจีนจะผ่อนปรนให้มีลูก 2 คนได้หากทั้งพ่อและแม่ต่างเป็นลูกคนเดียว ปัญหาการทิ้งลูกของชาวจีนก็ยังมีให้เห็นอยู่ แต่เปลี่ยนจากการทิ้งเด็กผู้หญิงเป็นการทิ้งลูกที่มีความพิการหรือเป็นโรคร้ายแรงแทน เนื่องจากปัญหาความยากจนและการบริการด้านสาธารณสุขที่ไม่ดีพอ

เห็นแบบนี้แล้วก็สะท้อนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทยเรา ที่พบว่ามีอัตราการท้องของคุณแม่วัยใส ที่เกิดจากการไม่พร้อม และการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของการคุมกำเนิดสำหรับเด็กวัยรุ่นเพิ่มขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ของอาเซียน ในจำนวนผู้หญิงที่คลอดลูก 1,000 คน เป็นคุณแม่วัยใส 54 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.4 ที่น่าตกใจกว่านั้นสถิติระบุว่าเด็กผู้หญิงอายุที่น้อยที่สุดที่ไปฝากครรภ์อยู่ที่ 13 ปี งานนี้ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย พร้อมกับภาวนาขออย่าได้มีการเกิดตู้ทิ้งเด็กนี้ขึ้นในประเทศไทยเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเลย

ขอบคุณที่มา: Mthai เวปSanook และ Dek-D

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

10 อาการกวนใจจากยาคุมกำเนิด

เรื่องที่ควรรู้ก่อนคิดการฝังยาคุมกำเนิด

parenttown

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner