ดียังไง คลอดลูกช่วงเทศกาล

ดียังไง คลอดลูกช่วงเทศกาล

คุณแม่หลายคนคงกำลังกังวล หากมีกำหนดคลอดที่ใกล้เคียงกับช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต่างๆ คุณหมอและคุณพยาบาลจะอยู่ไหม? เครื่องไม้เครื่องมือจะพร้อมไหม?

ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว คุณหมอ คุณพยาบาล หยุดด้วยไหม ?

ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ คุณหมอ และ คุณพยาบาลส่วนหนึ่งจะเข้าเวรเตรียมพร้อมรับมือตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้วค่ะ ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางระหว่างจังหวัดกัน หรือ เป็นเทศกาลที่มีงานฉลองด้วยแล้วละก็ และ รู้ไหมคะว่าช่วงเทศกาลนี่แหละค่ะ ที่โรงพยาบาลจะเจองานหนัก ๆ ในแต่ละปี และหนึ่งในนั้นคือ คลอดลูกช่วงเทศกาล

คุณหมอและคุณพยาบาลอาจจะอยากหยุดในช่วงเทศกาล จะมีผลต่อการทำงานไหม ?

การเข้าเวรตามกะ และ ข้อตกลงระหว่างคุณหมอคุณพยาบาล และ โรงพยาบาลมีอยู่อย่างเป็นธรรมค่ะ เช่น คุณหมอ และ คุณพยาบาลที่เข้าเวรในช่วงปีใหม่นอกจะได้รับเงินพิเศษแล้ว ยังได้หยุดในช่วงสงกรานต์แทน เป็นต้นค่ะ นอกจากนี้การได้ช่วยคุณแม่คลอดลูกออกมาอย่างปลอดภัย ก็เป็นงานที่ทั้งคุณหมอ และ คุณพยาบาลเต็มใจอย่างที่สุดเลยละค่ะ แล้วตามความเป็นจริงแล้วเราจะคลอดวันไหนก็ไม่สามารถอัดอั้นไว้ก่อนได้นะคะ ถ้าแม่ ๆ ปวดท้องคลอดแล้วควรรบไปพบคุณหมอกันนะคะ

ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปหากลูกจะอยากออกมาดูโลกในช่วงเทศกาลเหล่านี้ แถมบางโรงพยาบาลยังมีการต้อนรับทารกแรกเกิดด้วยธีมตามเทศกาลต่าง ๆ อีกด้วยนะคะ

pexels-photo-238467

ข้อดีอื่นๆ ของการ คลอดลูกช่วงเทศกาล

  • ไม่เจอรถติด (ในบางสถานที่) การจราจรในช่วงวันหยุดเทศกาลจะต่างกันกับวันทำงานมาก และเนื่องจากคนที่อาศัยอยู่ในเมืองอาจจะเดินทางกลับบ้านหรือเดินทางท่องเที่ยว ทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเจอรถติดเหมือนวันธรรมดาค่ะ
  • ญาติหรือผู้ใหญ่มาเยี่ยมได้ง่าย เนื่องจากเป็นวันหยุดของทุกคน ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปว่าจะไม่มีใครมาค่ะ นอกจากนี้หากญาติหรือเพื่อนๆ มีแผนที่จะไปเที่ยวหรือวางแผนไว้ก่อนไหน้านี้ ก็ยังเป็นเรื่องที่เข้าใจได้นะคะ

การคลอกลูกเองตามธรรมชาติ

เริ่มตั้งแต่ในระยะเจ็บครรภ์จริง ที่คุณแม่จะรู้สึกเจ็บครรภ์สม่ำเสมอเป็นระยะ เนื่องจากการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก จนกระทั่งถึงเวลาที่ปากมดลูกเปิดประมาณ 10 ซม. ช่วงนี้จะมีมูกเลือดออกมาทางช่องคลอด ในระยะนี้คุณแม่ยังคงเจ็บครรภ์อยู่ แต่จะค่อนข้างห่าง 5-10 นาทีต่อครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที และจะเริ่มเจ็บครรภ์ถี่ขึ้น นานมากขึ้น จะมีอาการปวดไปทั่วท้อง บริเวณหลังส่วนล่างแถวเอว และกระเบนเหน็บ และอาจเลยไปถึงต้นขา ในช่วงที่ปวดมาก ๆ คุณหมอจะฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ แต่ถ้าปวดรุนแรงก็อาจจะใช้วิธีการบล็อกหลังเพื่อระงับความเจ็บปวด ในส่วนของทารกซึ่งกลับหัวรออยู่ในท่าคลอด จะมีการหมุนศีรษะอย่างช้า ๆ พร้อมกับเคลื่อนตัวลงต่ำอย่างช้า ๆ เพื่อใช้ศีรษะเป็นส่วนนำออกทางช่องคลอด

เข้าสู่ระยะที่ปากมดลูกเปิดหมด ทารกพร้อมที่จะคลอดออกมาสู่โลกภายนอกแล้ว ในตอนเบ่งคลอดนี้จะทำให้คุณแม่เจ็บปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน จะรู้สึกปวดทั่วท้องเป็นระยะ เนื่องจากการหดรัดตัวของมดลูกที่ถี่ขึ้น จะปวดบริเวณหลังส่วนล่าง กระเบนเหน็บ และก้นกบ ทารกจะคลอดออกมา โดยเคลื่อนศีรษะในลักษณะก้มหน้า ให้ส่วนที่แคบที่สุดของศีรษะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกมา พอหัวพ้นช่องคลอด คุณหมอก็จะใช้มือช่วยดึงตัวทารกออกมา ถึงตอนนี้ความเจ็บปวดของคุณแม่ก็จะหายเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อลูกออกมาพ้นช่องคลอด และได้ยินเสียงลูกร้องไห้แง ๆ เป็นสัญญาณว่าทารกน้อยออกมาแล้ว ความตื้นตันใจก็จะเข้ามาแทนที และอยากที่จะมองเห็นลูกในวินาทีนั้นเลยคือ ระยะที่คุณแม่ผ่านพ้นความเจ็บปวดที่สุดไปแล้ว หลังจากที่ทารกน้อยออกมาดูโลกกว้างด้วยความปลอดภัย แต่ขั้นตอนสุดท้ายยังไม่หมด หลังจากนี้คุณแม่ต้องคลอดรกตามมา ใช้เวลาในการคลอด 5-10 นาที แต่ไม่มีการเจ็บปวดใด ๆ แล้ว

คลอดลูกช่วงเทศกาล

การผ่าคลอด

การผ่าตัดคลอดคือการนำทารกออกมาทางหน้าท้อง นอกจากกรณีที่คุณแม่สมัครใจจะคลอดด้วยวิธีผ่าคลอดตั้งแต่แรกแล้ว ยังมีกรณีที่แม่ท้องไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติแบบปกติได้ ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยและทำการผ่าตัดคลอดในสาเหตุ

  1. ทารกตัวโตเกินไป
  2. กระดูกเชิงกรานแคบ เล็ก ทารกไม่สามารถผ่านช่องคลอดออกมาได้
  3. ทารกอยู่ในท่าไม่ปกติคือไม่เอาหัวกลับลง อยู่ในท่าขวาง
  4. ทารกเอาก้นลง ไม่สามารถคลอดตามปกติได้
  5. เคยได้รับการผ่าตัดที่มดลูกมาก่อน เช่น ผ่าตัดในครรภ์ก่อนผ่าตัดมดลูก
  6. ทารกอยู่ในภาวะที่เป็นอันตราย เช่น รกเกาะต่ำ ขาดออกซิเจน
  7. คุณแม่ที่มีอายุมาก
  8. คุณแม่ที่เป็นโรคร้าย เช่น ตัวบวม ความดันโลหิตสูง

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนคลอดลูกไม่ว่าคุณแม่จะเลือกคลอดลูกโดยวิธีไหน สิ่งสำคัญคือการที่ลูกน้อยออกมาอย่างปลอดภัย และได้ยินเสียงลูกร้องในวินาทีแรก ซึ่งหลังจากนั้นกว่าคุณแม่จะได้พบหน้าลูกน้อยอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นร่างกายและดูอาการหลังคลอด คุณแม่ที่คลอดเองก็อาจจะฟื้นตัวเร็วหน่อย แต่สำหรับคุณแม่ที่ผ่าคลอด อาจใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวหลังคลอด

 

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบน แอพพลิเคชั่น ในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกินโดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

ที่มา Fitpregnancy และ https://th.theasianparent.com/%E0

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สาวทนไม่ไหวคลอดลูกกลางไฟแดง “วันมงคล”

นับถอยหลังสู่วันคลอด แม่ต้องเตรียมตัวคลอดลูกอย่างไรบ้าง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner