จริงหรือที่เด็กผู้ชายอ่านหนังสือน้อยกว่าเด็กผู้หญิง

จริงหรือที่เด็กผู้ชายอ่านหนังสือน้อยกว่าเด็กผู้หญิง

เมื่อมีผลงานวิจัยออกว่า เด็กผู้ชายมักจะอ่านหนังสือได้น้อยกว่าเด็กผู้หญิง จริงเท็จอย่างไรไปอ่านบทความกันค่ะ

เด็กอ่านหนังสือ ก่อนหน้านี้ได้มีงานวิจัยของประเทศ สหรัฐอเมริกาออกมาว่า เด็กผู้หญิงเรียนเลขไม่เก่งเท่าผู้ชาย คราวนี้มาดูงานวิจัยจากฝั่งประเทศอังกฤษกันบ้าง ซึ่งอ้างว่าถ้าเทียบกันโดยรวมแล้ว เด็กผู้ชายมักจะอ่านหนังสือน้อยกว่า เด็กผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตาม แถมชอบอ่านแบบข้าม ๆ ไม่ได้ใจความอีกต่างหาก

เด็ก อ่านหนังสือ

ผลงานวิจัยที่ว่านี้เป็นของ Keith Topping ศาสตราจารย์ ด้านการวิจัยภาคการศึกษา และ สังคมจาก University of Dundee โดยทดลองจากการให้เด็กนักเรียนอ่านหนังสือไม่ว่าจากที่บ้าน หรือที่โรงเรียน แล้วก็ให้มาตอบคำถามมากน้อย แล้วแต่ว่าหนังสือจะยาว หรือสั้นแค่ไหน โดยเป็นการตอบคำถามผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบจะทำ การวิเคราะห์ออกมาได้ว่า เด็กอ่านหนังสือมากน้อยเพียงใด และ มีความเข้าใจมากแค่ไหน

ผลการวิจัยได้สรุปออกมาว่า เด็กผู้ชายส่วนใหญ่มักชอบที่จะอ่านข้ามไปเป็นหน้า ๆ หรือข้ามเป็นตอน ๆ ผิดกับเด็กผู้หญิงที่จะไม่ค่อยทำอะไรเช่นนั้น และส่วนใหญ่มักจะอ่านแทบทุกหน้าเสียด้วย และนอกจากงานวิจัยนี้ Topping ยังมีงานวิจัยอีกชิ้น โดยการพยายามตรวจสอบสมมติฐานว่า ประเภทของหนังสือมีส่วนหรือไม่ เพราะมีคนชอบบอกว่า เด็กผู้ชายไม่ชอบอ่านวรรณกรรม แต่ผลก็ออกมาเหมือนกันว่า ไม่ว่าจะเป็นหนังสือจำพวกวรรณกรรม หรือสารคดี เด็กผู้ชายก็ขี้เกียจอ่านพอ ๆ กัน

Topping กล่าวว่า ผลที่ได้ถือว่าน่าสนใจ เพราะงานส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้มักจะระบุว่า สถานะทางเศรษฐกิจ และ สังคมมีส่วนอย่างมากต่อพฤติกรรมการอ่าน แต่งานชิ้นนี้กลับได้ผลชี้ออกมาว่า สถานะดังกล่าวมีผลน้อยมาก

จริงหรือที่เด็กผู้ชายอ่านหนังสือน้อยกว่าเด็กผู้หญิง

เขายังเสนอเพิ่มเติมอีกว่า เด็กอ่านหนังสือ แล้วเราควรจะต้องมีมาตรการส่งเสริมพัฒนาการด้าน การเขียนการอ่านของนักเรียน พร้อมกับผลักดันให้นักเรียนได้อ่านหนังสือที่ยากขึ้นเมื่อเข้าสู่ชั้นประถมปลาย และ ควรน่าที่จะต้องเพิ่มความสำคัญ ให้กับการอ่านลงไปในหลัก สูตรการเรียน เพื่อที่จะช่วยจัดสรรเวลา ให้เด็ก ๆ มีสมาธิอยู่กับการอ่านได้มากขึ้นด้วย

ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ เชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชาย คงจะดีไม่น้อย หาก คุณพ่อ คุณแม่ และ ผู้ปกครองช่วยกันปลูกฝังให้พวกเขารักการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เพราะผลที่ออกมา นอกจากลูกหลานจะได้ความรู้แล้ว แน่นอนว่า พวกเขายังจะมีสมาธิที่เยี่ยมยอดอีกด้วย

ผู้ชาย โดยเฉลี่ยมีความฉลาดมากกว่า ผู้หญิงเล็กน้อย ประมาณ 3-5 คะแนน IQ อย่างไรก็ตามในโพสต์เดียว กันฉันสังเกตด้วยว่าไม่ใช่เพราะ ผู้ชายเป็น ผู้ชายที่ ผู้ชายฉลาดกว่า แต่เป็นเพราะพวกเขาสูงกว่า คนที่สูงจะฉลาดกว่าคนเตี้ย และ ผู้ชายก็มักจะสูงกว่า ผู้หญิง ในความเป็นจริงเมื่อเราควบคุม ความสูงผู้หญิงโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงจะฉลาดกว่า ผู้ชาย อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเป็นความจริงที่หากคุณไม่ต้อง ควบคุมความสูงหรือสิ่งอื่นใดหาก คุณเปรียบเทียบ ผู้ชายกับ ผู้หญิงโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ชายจะฉลาดกว่า ผู้หญิงเล็กน้อย แต่เด็กผู้หญิงสามารถใช้งานสมองทั้งซีกซ้าย และ ขวาที่ทำงานเชื่อมโยงกันอยู่ ตลอดเวลาได้พร้อมกัน ทำให้เด็กผู้หญิงมีแนวโน้มที่ จะเก่งเรื่องการพูด อ่าน เขียน มีพัฒนาการเรื่องการ ใช้ภาษาได้เร็วกว่า และ มากกว่าเด็กผู้ชาย ตลอดจนรับรู้ถึงความเป็นไปใน สิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เร็ว จึงดูมีความเป็นผู้ใหญ่กว่า เด็กผู้ชายในวัยเดียวกัน ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมสมองของ เด็กผู้หญิงจึงพัฒนาเร็วกว่าเด็กผู้ชาย และ มีแนวโน้มที่จะฉลาดกว่าอย่างไรก็ตาม พัฒนาการช้าหรือเร็วของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน เด็กผู้หญิงอาจไม่ได้มีพัฒนาการที่ดีเท่า ๆ กันหมด ซึ่งก็มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย สำหรับบ้านที่มีลูกชาย เราสามารถกระตุ้นพัฒนาการทั้งทางด้านสมอง ร่างกาย และ จิตใจของเด็กผู้ชายให้ดีได้ตั้งแต่ในครรภ์

จริงหรือที่เด็กผู้ชายอ่านหนังสือน้อยกว่าเด็กผู้หญิง

theAsianparent Thailand เชื่อว่าการศึกษาที่ดีจะช่วย เสริมสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็ก เป็นการเริ่มต้นสร้างสภาะแวดล้อม ในการเรียนรู้ได้อย่างสมวัย และเป็นไปตามที่ พ่อ แม่ ต้องการการเลือกโรงเรียนให้กับลูกคือ หัวใจหนึ่งของการศึกษา เพราะการเลือกโรงเรียนตั้งแต่เนอสเซอรี่ การเลือกโรงเรียนอนุบาล เป็นด่านแรกที่จะช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการให้กับลูกได้ เช่น มีหลักสูตรที่เน้น ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรวิชาการที่พอดีกับ การเรียนรู้ การใช้ Play Base Learning เพื่อเสริทสร้างพหุปัญญษทั้ง 8 ด้าน หรือ EF ที่ทำให้ลูกได้เรียนรู้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill อย่างสมดุลย์ เพราะการเรียนรู้ที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องไม่จำกัด และ ทำให้เด็กค้นพบตัวตน และ มีความสุขกับการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

ที่มา: The Matter และ The Guardian

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

10 วิธีฝึกให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน

ปลูกฝังรักการอ่านให้ลูกตั้งแต่วัยทารกจนถึงวัยอนุบาล

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner