วิธีคุยกับลูกเรื่องการมีเพศสัมพันธ์

lead image

เรื่องเพศศึกษามักเป็นประเด็นที่ครอบครัวส่วนใหญ่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับลูก เมื่อคุณมีลูกคุณคงเลือกที่จะคุยกับลูกเมื่อลูกโต แต่จริง ๆ แล้วการคุยกับลูกเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่เด็กนั้นมีความสำคัญมากทีเดียว

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/04/talk about sex.jpg วิธีคุยกับลูกเรื่องการมีเพศสัมพันธ์

ควรคุยกับลูกเรื่องเพศศึกษาและการมีเพศสัมพันธ์

การคุยกับลูกเรื่องเพศศึกษาช่วยให้ลูกเข้าใจเรื่องเพศในทางที่ถูกต้อง และรู้จักการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยคุณควรมีการสอดแทรกคุณธรรมและหลักการเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ตามแบบที่คุณอยากให้เป็นไปด้วย นอกจากนี้ลูกควรจะรู้ถึงผลที่ตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ด้วย เช่น การตั้งท้อง โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ตลอดจนถึงความเสียใจที่เกิดจากความรักและการมีเพศสัมพันธ์

จากการศึกษาพบว่าเด็กที่พูดคุยกับผู้ปกครองเรื่องเพศศึกษาและการมีเพศสัมพันธ์มีแนวโน้มจะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกช้ากว่าเด็กที่ไม่เคยพูดคุยเรื่องการมียเพศสัมพันธ์และเพศศึกษากับทางบ้านเลย

แล้วเราควรเริ่มจากตรงไหน

กว่าเราจะสอนอะไรลูกได้เราก็ต้องค่อย ๆ ให้ข้อมูลแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง และควรเริ่มสอนเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่เด็ก เช่น เวลาเราสอนลูกเรื่องอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า ตลอดจนหน้าที่ของของอวัยวะต่าง ๆ ทีนี้เราก็รวมอวัยวะเพศเข้าไปด้วย

พอลูกโตขึ้นคุณก็ค่อย ๆ สอดแทรกข้อมูลเกี่ยวกับเพศศึกษาเพิ่มขึ้น การพูดคุยเรื่องเพศศึกษาอย่างต่อเนื่องกับลูก นับว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคุณและลูก พอลูกเข้าสู่วัยรุ่นลูกก็จะไม่อายที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับคุณ

คอยดูจังหวะว่าช่วงไหนเป็นช่วงที่คุณสามารถพูดคุยกับลูกได้

เช่น แม่ของเพื่อนลูกสาวคุณกำลังท้อง คุณก็สามาถสอดแทรกข้อมูลได้ เช่น "ลูกสังเกตไหมว่าท้องของแม่น้องบีใหญ่ขึ้นแล้วก็ใหญ่ขึ้น? ลูกรู้ไหมว่าแม่น้องบีกำลังท้องอยู่ ในท้องของแม่น้องบีกำลังมีเด็กอยู่ในท้อง แล้วลูกรู้ไหมว่าเด็กเข้าไปอยู่ในท้องได้อย่างไร" จากนั้นลูกก็จะเริ่มถามคำถามต่อมาเรื่อย ๆ นั่นเอง

ให้ข้อมูลเรื่องเพศศึกษาที่เหมาะสมกับวัยของลูก

เวลาคุยเรื่องเพศศึกษาควรดูอายุและความเหมาะสมของลูก เช่น ถ้าลูกวัย 5 ขวบถามคุณว่า "ทำไมร่างกายของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายถึงไม่เหมือนกัน" คุณอาจจะตอบว่า "ร่างกายเรามีสารพิเศษที่เรียกว่าฮอร์โมนซึ่งเป็นตัวกำหนดให้เป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย" เด็กผู้ชายจะมีองคชาติและลูกอัณฑะ พอโตขึ้นเสียงผู้ชายจะทุ้มลงและไหล่จะขยายกว้างขึ้น ส่วนผู้หญิงจะมีอวัยวะเพศหญิง เมื่อโตขึ้นหน้าอกจะขยาย และสะโพกจะผาย

คอยบอกพัฒนาการของร่างกายให้ลูกรู้ล่วงหน้า

เด็กมักกลัวและสับสนที่ร่างกายเปลี่ยนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น คุณสามารถสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการของร่างกายในแต่ละช่วง เด็กอายุ 7 ขวบ ก็เข้าใจเรื่องประจำเดือนได้แล้ว ส่วนเด็กผู้ชายก็สามารถเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายช่วงวัยรุ่นได้

บอกลูกเรื่องศีลธรรมกับการมีเพศสัมพันธ์

เรื่องนี้เป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญเพราะเป็นการสอดแทรกทัศนคติของคุณต่อเรื่องศีลธรรมและการมีเพศสัมพันธ์ แม้ว่าเมื่อลูกโตขึ้น ลูกอาจจะไม่ทำตามแบบอย่างและทัศนคติที่คุณปูทางเอาไว้ แต่ระหว่างที่ลูกกำลังค้นหาแนวทางของตนเอง ลูกจะนึกถึงคำพูดของคุณ

เลือกใช้คำศัพท์ปกติเวลาพูดกับลูกเรื่องเพศศึกษา

เวลาที่คุณคุยกับลูกไม่ควรใช้คำแสลง หรือตั้งชื่อเล่นให้กับอวัยวะเพศ เช่น ของลับ เพราะหากคุณใช้คำปกติลูกจะคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ เวลาโตขึ้นจะไม่รู้สึกเขินอายเวลาพูด

ไม่ต้องเครียด

ไม่ต้องห่วงนะคะหากคุณไม่สามารถตอบคำถามลูกได้ทุกคำถาม จริง ๆ แล้วสิ่งที่คุณรู้ไม่สำคัญเท่ากับวิธีการโต้ตอบของคุณ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพยายามเปิดโอกาสให้ลูกรู้ว่าเขาสามารถพูดคุยกับคุณได้ทุกเรื่อง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!