คลอดลูกเจ็บไหม คลอดแบบไหนไม่เจ็บ วิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด

คลอดลูกเจ็บไหม คลอดแบบไหนไม่เจ็บ วิธีบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด

คลอดลูกใครๆ ก็กลัวเจ็บ แต่ไม่เจ็บก็ได้นะ

ความเจ็บปวดขณะคลอดลูกแบ่งเป็น 2 ระยะ และมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย โดยทางการแพทย์มีวิธีบรรเทาความเจ็บปวดอยู่หลายวิธี วิธีที่จะทำให้คุณแม่ คลอดลูกแบบไหนไม่เจ็บ มีวิธีไหนบรรเทาได้บ้าง ไปดูกันค่ะ

คลอดลูกแบบไหนไม่เจ็บ ความเจ็บปวดขณะคลอด เกิดขึ้นได้อย่างไร

ความเจ็บปวดขณะคลอด แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ

1. อาการปวดท้องในระยะเตรียมคลอด เกิดจากมดลูกบีบตัว ทำให้ขาดเลือดหล่อเลี้ยงในมดลูก

2. ความรู้สึกเจ็บในช่วงคลอดลูก เกิดจากเนื้อเยื่อฝีเย็บขยายตัวเพื่อเปิดทางให้ทารกแทรกตัวออกมา

สาเหตุของความเจ็บปวด

คุณแม่จะรู้สึกไม่สบายตัวเนื่องจากภายในร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ได้แก่

-  ภาวะเลือดเป็นกรด (acidosis)

-  ฮอร์โมน catecholamine

-  อัตราการเต้นหัวใจสูง

-  ความดันเลือดสูง

-  เลือดหล่อเลี้ยงหัวใจและมดลูกลดลง

คลอดลูกแบบไหนไม่เจ็บ

วิธีบรรเทาความเจ็บปวดขณะคลอด

ปัจจุบันนี้ วิทยาการทางการแพทย์พัฒนาไปมาก อัตราเสี่ยงจากการคลอดไม่ได้สูงมากเหมือนในอดีต และยังมีวิธีช่วยคุณแม่บรรเทาความเจ็บปวดหลายวิธี

  • แบบไม่พึ่งยา

คุณแม่ที่อยากคลอดโดยวิธีธรรมชาติแท้ ๆ ควรเตรียมพร้อมร่างกายและจิตใจเพื่อเผชิญกับความเจ็บปวดที่จะเกิดขึ้น เช่น ทำความเข้าใจเรื่องกระบวนการคลอด ฝึกผ่อนลมหายใจเข้าออกเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด คิดถึงเรื่องดี ๆ ให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย หรือจะนวดผ่อนคลายก็ได้

  • แบบพึ่งยา

ฉีดยาแก้ปวด

ฉีดยาแก้ปวด pethidine ทุก 4-6 ชั่วโมง และยาแก้อาเจียน promethazine

อาการข้างเคียง : คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม หายใจช้าลง

(ถ้าฉีดมอร์ฟีนจะมีอาการข้างเคียงมากขึ้น)

ดมยา

ยาชาที่ใช้ คือ แก๊สไนตรัสออกไซด์ผสมออกซิเจน ในรูป entonox

ข้อดี : ใช้เวลาเตรียมการน้อย (1-2 นาที) ออกฤทธิ์เร็ว (2-8 นาที) เริ่มให้ดมยาเมื่อมดลูกเริ่มบีบตัวแล้ว

ข้อเสีย :  ไม่เหมาะกับการยืดเวลาคลอด เพราะภาวะหายใจเร็วจะทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดน้อย อาจส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจนได้

บทความ : ผ่าคลอดแบบบล็อกหลังหรือดมยาสลบ แบบไหนดีกว่ากัน

การบล็อคหลัง

บทความ : สิ่งที่แม่มักบ่นเกี่ยวกับการบล็อกหลัง

1. วิธี Epidural block

แพทย์จะทำการแทงเข็มซึ่งภายในมีหลอดที่นำยาขนาดเล็กเข้าไปในกระดูกสันหลังของคุณแม่ โดยให้หลอดนำยาค้างอยู่ข้างใน จากนั้นจะค่อย ๆ ปล่อยยาชาเข้าไปควบคุมชั้นผิวหนังของไขสันหลัง ทำให้คลายความเจ็บปวดลง

ข้อดี

  • ลดความเจ็บปวดระหว่างคลอดลูก
  • สามารถขอให้แพทย์ใช้วิธีนี้ระหว่างการคลอดลูกได้

ข้อเสีย

  • ความสามารถในการควบคุมอุ้งเชิงกรานของลดลง
  • อาจต้องใช้คีมช่วยคลอด
  • อาจมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน คัน และสั่น
  • อาจมีอาการปากมดลูกบวม

คลอดลูกแบบไหนไม่เจ็บ

2. วิธี Spinal block

แพทย์จะทำการฉีดยาเข้าไขสันหลัง โดยเจาะผ่านกระดูกไขสันหลังเข้าไปทันที ทำให้คุณแม่รู้สึกชาอย่างรวดเร็ว

ข้อดี

  • รู้สึกชาอย่างรวดเร็ว (ประมาณ 1-2 นาที)

ข้อเสีย

  • ฤทธิ์ของยาค่อนข้างสั้น
  • อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน และสั่น
  • อาจเกิดอาการปากมดลูกบวม

3. แบบผสม

แพทย์จะแทงเข็มขนาดใหญ่ ซึ่งข้างในมีเข็มขนาดเล็กเข้าไปที่กระดูกไขสันหลัง เข็มเล็กข้างในจะแทงลึกตรงเข้าไปที่แนวไขสันหลัง และส่งยาชาเข้าไปแบบ Spinal block เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เฉียบพลัน หากยาชาหมดฤทธิ์แล้วทารกยังไม่คลอดคุณหมอจะบล็อกหลังอีกครั้งโดยวิธี Epidural ซ้ำไปทางเข็มใหญ่ โดยจำเป็นต้องแทงเข็มซ้ำ

ข้อดี

  • ลดความเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว
  • ลดความเจ็บปวดระหว่างคลอดได้ยาวนาน

ข้อเสีย

  • อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน คัน และสั่น
  • อาจเกิดอาการปากมดลูกบวม

คลอดลูกแบบไหนไม่เจ็บ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังคลอด

1. การบล็อกหลังจะต้องมีการแทงเข็มขนาดเล็กเพื่อฉีดยาชาเข้าไปที่บริเวณกระดูกสันหลังระดับเดียวกับบั้นเอว จึงอาจทำให้คุณแม่เจ็บบริเวณสันหลัง หรือเกิดความรู้สึกเสียวร้าวลงไปที่ขา

2. ผลของยาชาอาจทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือด ทำให้คุณแม่บางรายมีความดันโลหิตลดลง เลือดจึงไปเลี้ยงที่มดลูกและรกน้อยลง อาจส่งผลให้ทารกเกิดภาวะขาดออกซิเจนชั่วคราว ทารกอาจจะมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติได้

3. คุณแม่บางคนหลังผ่าคลอดแล้ว อาจมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนขึ้นได้

4. ไม่สามารถขยับหรือลุกขึ้นเดินได้ประมาณ 2-4 ชั่วโมงหลังจากผ่าคลอดแล้ว

5. ไม่สามารถให้นมลูกได้ทันที เพราะคุณแม่บางคนหลังผ่าคลอดเสร็จ จะรู้สึกเพลียจนหลับไป

6. ปัสสาวะไม่ออก เป็นผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นในช่วง 12 ชั่วโมงแรก ซึ่งมักจะได้รับการสวนสายปัสสาวะช่วย

7. อาการปวดหลัง อาจพบได้ในช่วง 1-2 เดือนแรก หรือคุณแม่บางคนอาจได้รับผลข้างเคียงนี้นานเป็นเดือน

ส่วนหนึ่งของบทความนี้ เรียบเรียงจากงานของ Amila Weerasinghe และ Channa Gunasekara จากคณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัย Sri Jayewardenepura ในประเทศศรีลังกา ที่เขียนให้ความรู้เรื่องอาการปวดท้องคลอดและวิธีบรรเทาความเจ็บปวดขณะคลอดที่ใช้ในปัจจุบัน

_________________________________________________________________________________________

ลงทะเบียนรับการดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตามพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวันลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วยแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบนแอพพลิเคชั่นในส่วนแรก เพราะคุณแม่จะได้รับการดูแล ทั้งอาหารการกิน โดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญว่าควรทานอะไรบ้างในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้าง ที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้ หรือทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคล ทั้งเด็กหญิง และเด็กชาย รวมถึงเตรียมแผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

ที่มา : slideshare.net

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ไขข้อข้องใจ 6 เรื่องที่คนท้องกังวลเกี่ยวกับการคลอด

ผลวิจัยชี้ กินอาหารรองท้องก่อนเข้าห้องคลอดช่วยเพิ่มพลังเบ่งลูก

ผ่าคลอดแล้วยังปวดหลังไม่หาย ทำอย่างไรให้อาการบรรเทาหายไป

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Weerati

app info
get app banner