คนท้องแพ้อาหารทะเล ส่งผลต่อลูกในท้องอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบ

คนท้องแพ้อาหารทะเล ส่งผลต่อลูกในท้องอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบ

คนท้องแพ้อาหารทะเลลูกในครรภ์จะเป็นอะไรไหม? มาดูกัน คนท้องแพ้อาหารทะเล ส่งผลต่อลูกในท้องอย่างไร ลูกจะแพ้อาหารด้วยไหม หรือลูกจะเป็นผื่นเพราะอาหารทะเลไหม?

อาหารทะเลถือเป็นอาหารโปรดของหลายคนเลยจริงไหมคะ โดยเฉพาะเวลาท้องถ้าเกิดอยากเปรี้ยวปากและอยากกินอะไรสักอย่างขึ้นมา หนึ่งสิ่งที่แม่ท้องหลายคนอาจจะอยากกินในช่วงท้องคงจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสชาติแซ่บๆ กินคู่กับ ปูม้า หรือ กุ้งน่าจะเด็ด แล้วถ้าเกิดแม่ท้องแพ้อาหารทะเลละ? ทำยังไง ลูกจะเกิดมาแพ้ด้วยไหม วันนี้ theAsianparent พาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ คนท้องแพ้อาหารทะเล ส่งผลต่อลูกในท้องอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน!

คนท้องแพ้อาหารทะเล

คนท้องแพ้อาหารทะเล

คนท้องแพ้อาหารทะเล ส่งผลต่อลูกในท้องอย่างไร? บอกได้เลยนะคะ ว่าแม่ท้องที่มีประวัติการแพ้อาหาร หากพ่อแม่มีอาการแพ้อยู่แล้วลูกที่เกิดมา มีเกณฑ์ที่จะเกิดโอกาสเป็นภูมิแพ้มากขึ้นถึง 60% ถึงแม้ว่าเรื่องพันธุกรรมจะเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถช่วยได้เรื่องการกิน เพราะฉะนั้นแม่ท้องต้องระวังการกินอย่าไปเลือกกินอาหารที่แพ้ง่ายมากเกินไป เช่น อาการทะเล เพราะจะทำให้ลูกได้สัมผัสสิ่งก่อภูมิแพ้ตั้งแต่ในครรภ์

ภูมิแพ้ คือการที่กระบวนการตอบสนองของร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นหรือสารก่อภูมิแพ้ได้ไวผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสร ขนสัตว์ เชื้อรา รังแค หรือสิ่งกระตุ้นในอาหารต่าง ๆ เช่น นมวัว ถั่วเหลือง ไข่ แป้งสาลี นอกจากนั้นภูมิแพ้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ในครอบครัว ถ้าพ่อ แม่ หรือพี่น้องเคยมีประวัติเป็นภูมิแพ้ ทารกที่เกิดมาก็เสี่ยงต่อการเป็นภูมิแพ้เช่นกัน

อาการของภูมิแพ้มีหลายแบบ เช่น การไอ จาม ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นหวัด การหอบและมีเสียงวื้ด ๆ ขณะหายใจ หายใจลำบาก คันตา น้ำมูกหรือน้ำตาไหล ผิวแห้งเป็นขุย มีผื่นแดง ผื่นคัน หรือผื่นพุพองบริเวณแขน ขา ข้อพับ และอวัยวะอื่น ๆ อาการแพ้เหล่านี้มีทั้งแบบเฉียบพลัน คือเกิดขึ้นและหายไปเองในระยะหนึ่งถึงสองวัน หรืออาจเป็นอาการเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ ติดต่อกันนานกว่า 6 สัปดาห์ขึ้นไป

คนท้องแพ้อาหารทะเล

คนท้องแพ้อาหารทะเล

การแพ้อาหารก็น่ากลัวเช่นเดียวกัน หากลูกน้อยแพ้อาหาร (Food allergies) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มเป็นตั้งแต่วัยทารก คุณพ่อคุณแม่ก็ย่อมจะมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมากในการดูแลลูก ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูก วันนี้จะมาบอกเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลลูกที่แพ้อาหารแต่ละช่วงวัย ลูกแพ้อาหารต้องทำอย่างไร เพื่อผ่อนคลายความกังวล และแก้ไขข้อข้องใจต่าง ๆ ให้กับคุณพ่อคุณแม่นะคะ

จะรู้ได้ยังไงว่าลูกแพ้อะไร?

เนื่องจากการวินิจฉัยแพ้อาหาร จะต้องอาศัยทั้งการซักถามประวัติอย่างละเอียดถึงอาการ และความเกี่ยวข้องกับอาหารที่ทาน การตรวจร่างกายเพื่อหาความผิดปกติต่าง ๆ และการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการแพ้อาหารนั้น

ในช่วงวัยทารกที่ลูกทานนมแม่ หากคุณแม่สังเกตว่า หลังจากที่คุณแม่ได้รับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แล้วสักพักลูกมีอาการผิดปกติในระบบต่าง ๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ ได้แก่ อาการของระบบผิวหนัง เช่น มีผื่นคันเป็นเป็นหาย ๆ ตาบวม ปากบวม

ระบบทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือด ท้องเสียเรื้อรัง อาการของระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจครืดคราด หายใจเหนื่อย

ระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น หมดสติ ช็อค ซึ่งบ่งถึงการแพ้รุนแรง ก็ควรไปปรึกษาคุณหมอ เพื่อจะได้รับการซักถามประวัติและตรวจร่างกายลูก เพื่อหาอาการแสดงของระบบต่าง ๆ

โดยหากคุณหมอสงสัยการแพ้อาหาร ก็จะพิจารณาทำการทดสอบภูมิแพ้ เช่น การทดสอบทางผิวหนัง (skin test) หรือการตรวจเลือดของลูก หรือให้ลองงดอาหารที่สงสัยและนัดมาติดตามอาการ หรือทดลองทานอาหารที่สงสัย ภายใต้การดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิดเพื่อช่วยในการวินิจฉัยชนิดของอาหารที่เป็นสาเหตุของการแพ้

การดูแลลูกแพ้อาหาร (Food allergies) ในช่วงวัยทารกจนถึงก่อนเข้าโรงเรียน

คนท้องแพ้อาหารทะเล

คนท้องแพ้อาหารทะเล

ในช่วงวัยทารกหากลูกทานนมแม่ คุณแม่ก็ควรงดอาหารที่ลูกแพ้ และอาหารทุกชนิดที่มีส่วนผสมของอาหารที่ลูกแพ้นั้น โดยต้องอ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อจะได้ทราบว่าอาหารที่คุณแม่ทานประกอบด้วยอะไรบ้าง ทั้งนี้หากรับประทานอาหารซึ่งทำเองก็จะปลอดภัยที่สุด และเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ ซึ่งบ่งถึงการแพ้อาหาร (Food allergies) ของลูกว่าดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้วหากงดอาหารที่แพ้อย่างเคร่งครัด ประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์ อาการก็จะหายไป

ข้อควรระวัง : หากลูกมีอาการแพ้ (Food allergies) ขึ้นมาอีกครั้งก็จะต้องมีการมาทบทวนว่าเพราะอะไร ซึ่งสาเหตุหลักมักมีดังนี้ค่ะ

  1. คุณแม่ให้นมอาจทานอาหารที่ลูกแพ้เข้าไปโดยไม่รู้ตัว เช่น ลูกแพ้นมวัว คุณแม่ให้นมก็งดนมวัวและขนมเบเกอรี่ทุกชนิดอย่างเคร่งครัด แต่วันหนึ่งลูกมีอาการกำเริบขึ้น ก็มาทราบทีหลังว่าเกิดจากทานขนมปั้นสิบ ซึ่งมีส่วนผสมของนมวัวเข้าไป โดยไม่รู้ตัว
  2. ลูกแพ้อาหารหลายอย่างโดยที่เราไม่ทราบมาก่อน เช่น ลูกแพ้ไข่ มีวันหนึ่งทานซาลาเปาแล้วมีอาการผื่นขึ้น เมื่อมาพบคุณหมอทำการทดสอบ ก็พบว่าลูกแพ้ไข่และแป้งสาลีด้วย

ลงทะเบียนรับการดูแล ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ กับ theAsianparent Thailand ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก มาติดตาม พัฒนาการของลูก อย่างใกล้ชิด ว่าลูกโตขึ้นแค่ไหนกันนะ ไตรมาสที่ 2  มาฟังเสียงลูกน้อย นับว่าหนึ่งวัน ลูกดิ้นไหมนะ และ ลูกดิ้นวันละกี่ครั้งด้วย แอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand  นี่เป็นแค่ตัวอย่างกิจกรรมบน แอพพลิเคชั่น ในส่วนแรก เพราะคุณแม่ จะได้รับการดูแลทั้งอาหารการกิน โดยการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญ ว่าควรทานอะไรบ้าง ในแต่ช่วงอายุครรภ์ ยาที่เป็นอันตรายชนิดไหนบ้าง ที่ไม่ควรทาน กิจกรรมใดบ้างที่ทำได้ หรือ ทำไม่ได้ เคล็ดลับการตั้งชื่อลูกอย่างไรให้เป็นมงคลทั้งเด็กหญิง และ เด็กชาย รวมถึงเตรียม แผนการล่วงหน้าถึงอนาคต การเตรียมคลอด การดูแลตนเองหลังคลอด ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องการ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :

ท่าร่วมรักแห่งราชวงศ์ชาง เปิดคำภีร์จอมยุทธ พิชิตจุดสุดยอด

ทำนายทายฝัน ฝันเห็นพระพิฆเนศ ฝันเห็นพระพิฆเนศหลายองค์ แปลว่าอะไร?

ครูโหดทำโทษหนัก ใช้ดาบกระบี่กระบองตีเด็กจนไม้หัก ทำเด็กนั่งเรียนไม่ได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

bossblink

app info
get app banner