TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ไวรัสซิกาเชื้อร้ายพันธุ์ใหม่อันตรายต่อแม่ตั้งครรภ์

บทความ 3 นาที
ไวรัสซิกาเชื้อร้ายพันธุ์ใหม่อันตรายต่อแม่ตั้งครรภ์

ข่าวการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาทางภาคตะวันออกของประเทศบราซิลภัยร้ายที่แฝงเงียบมาจากยุงเป็นพาหะนำโรคมาสู่แม่ตั้งครรภ์ และส่งผลโดยตรงต่อระบบสมองทำให้เกิดความผิดปกติสมองลีบแบนพัฒนาการช้า ตัวเล็กแคระแกร็น เมื่อข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนจำนวนมากรวมถึงหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เรามาทำความรู้จักและเข้าใจไวรัสซิกากันค่ะ

ไวรัสซิกาเชื้อร้ายพันธุ์ใหม่อันตรายต่อแม่ตั้งครรภ์

ไวรัสซิกา (Zika Virus) คืออะไร

ไวรัสซิกา  (Zika Virus) เป็นเชื้อไวรัสในตระกูลเฟลวิไวรัส  (Flavivirus) ลักษณะคล้ายคลึงกับไวรัสไข้เหลือง  ไวรัสเดงกี  ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เลือดออก    รวมทั้งไวรัสเวสต์ไนล์ที่เป็นสาเหตุของไข้สมองอักเสบ และเชื้อไข้สมองอักเสบจีอี   ทั้งหมดเกิดจากยุงลายเป็นพาหะ   เชื้อไวรัสซิกาถูกค้นพบครั้งแรกจากในน้ำเหลืองของลิงวอกที่ถูกนำมาจากป่าซิกาในประเทศยูกันดาเพื่อใช้ศึกษาไข้เหลือง  เมื่อปีพ.ศ.2490และในคนเมื่อพ.ศ.2511ในประเทศไนจีเรีย เชื้อไวรัสซิกาพบได้ในแถบประเทศแอฟริกา ทวีอเมริกา  ทวีปเอเชียใต้  และหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก

อาการของโรค

ระยะฟักตัวเฉลี่ย 4 – 7 วัน  สั้นที่สุด 3 วัน อาการที่พบบ่อย  ได้แก่  มีไข้  ออกผื่น  ตาแดง  ปวดข้อ  ปวดบวม  ปวดหลัง  อาจมีอาการอื่น ๆ ได้ เช่น  อ่อนเพลีย  ปวดศีรษะ  ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง  ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ยกเว้นในหญิงตั้งครรภ์ที่ส่งผลต่อทารกในครรภ์ทำให้มีสมองเล็ก (Microephaly) หรือมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์

พาหะนำโรค

ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นตัวการสำคัญที่นำพาเชื้อไวรัสซิกาและแพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ซึ่งยุงลายบ้านเป็นพาหะนำไข้เหลือง ไข้เลือดออก และไวรัสชิคุนกุน ความรุนแรงของไวรัสซิกาเป็นเชื้อโรคที่อันตรายและร้ายแรงมาก  ปัจจุบันทำได้แค่เพียงควบคุมและลดปริมาณในการขยายตัวของยุงลาย  โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค

กลุ่มเสี่ยง

กลุ่มเสี่ยง คือ  ผู้ที่เดินทางไปในที่ที่มีการระบาดอย่างกว้างขวาง  เช่น  ทวีปอเมริกา  และทวีปแอฟริกาตะวันตก  โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์  อาจเกิดการติดเชื้อส่งผลให้ทารกในครรภ์มีขนาดศีรษะที่เล็กผิดปกติและสมองฝ่อได้  ส่วนในประเทศไทย  นายแพทย์อำนวย  กาจีนะ  อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ  ให้ข้อมูลว่า  พบผู้ป่วยตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 5 ราย  ซึ่งไม่ถือว่าสูงผิดปกติ  อัตราป่วยใกล้เคียงกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีการเฝ้าระวังโรคนี้แล้วตั้งแต่ปีพ.ศ.2555

การตรวจวินิจฉัยโรค

นายแพทย์อำนวย  กาจีนะ  อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ   กล่าวว่าการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโดยการตรวจเลือดผู้ป่วยในระยะเฉียบพลันเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสซิกา  ส่วนการตรวจหาแอนติบอดีไม่สามารถใช้ได้  เนื่องจากมีผลบวกสูงและสามารถส่งเลือดมาตรวจได้ที่สถาบันบำราศนราดูร  กรมควบคุมโรค และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  รวมทั้งคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การรักษา

ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาเฉพาะโรค  เพียงแต่รักษาตามอาการ   รัฐบาลประเทศเอกวาดอร์ จาเมกา โคลอมเบีย และเอลซัลวาดอร์ แนะนำให้ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ชะลอการมีบุตรออกไปก่อน 8 เดือน เพื่อลดความเสี่ยงที่ทารกจะพิการจากการที่มารดาติดไวรัสซิกา เนื่องจากในขณะนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังไม่สามารถควบคุมและหาวิธีป้องกันการติดต่อของไวรัสได้ และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ก็ยังมีน้อยเกินไป

สถานการณ์ของไวรัสซิกาในประเทศไทยและต่างประเทศ

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก  พบว่า  เชื้อไวรัสซิกาได้ระบาดหนักในแถบทวีปอเมราใต้อย่างหนักตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2558  โดยเฉพาะในประเทศบราซิลและโคลอมเบีย ซึ่งประเทศบราซิลถือว่าเป็นประเทศที่มีการระบาดอย่างหนักที่สุดถึงขั้นต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน  หลังพบเด็กทารกติดเชื้อและมีความผิดปกติของสมองกว่า 4 พันราย ส่วนในประเทศโคลอมเบียมีการคาดการณ์ว่า  การระบาดของเชื้อไวรัสซิกาอาจทำให้มีผู้ป่วยถึง 6 – 7 แสนราย ทางกระทรวงสาธารณสุขโคลอมเบียจึงออกประกาศแนะนำให้สตรีเลื่อนกำหนดการตั้งครรภ์ออกไป 6-8 เดือนเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสซิกา

สำหรับประเทศไทย  หลังพบการติดเชื้อไวรัสซิกาของนักท่องเที่ยวจากประเทศคานาดาเมื่อปีพ.ศ.2556 ก็ยังไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่แต่อย่างใด  แต่คงมีการเฝ้าระวังการติดเชื้อจากกรมควบคุมโรคติดต่ออย่างใกล้ชิด

ส่วนผู้เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาด รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในประเทศไทย มีอาการไข้ ออกผื่น ตาแดง หรือปวดข้อ สามารถมารับการรักษาและปรึกษาได้ที่คลินิกเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทาง สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และสามารถรับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://health.kapook.com/

https://health.mthai.com/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ 

เตือน “หญิงมีครรภ์”หลีกเลี่ยงเดินทาง 42 ประเทศเสี่ยง”ไวรัสซิกา”

การฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

มิ่งขวัญ ลิรุจประภากร

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • ไวรัสซิกาเชื้อร้ายพันธุ์ใหม่อันตรายต่อแม่ตั้งครรภ์
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว