TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อันตรายจากการเขย่าทารก จับลูกเล็กเขย่าไปมา อาจทำให้พ่อแม่ปวดใจตลอดชีวิต

บทความ 3 นาที
อันตรายจากการเขย่าทารก จับลูกเล็กเขย่าไปมา อาจทำให้พ่อแม่ปวดใจตลอดชีวิต

พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจไม่รู้หรือคิดไม่ถึงว่า อันตรายจากการเขย่าทารก นั้นมีประมาณ 1 ใน 3 ที่ลูกน้อยต้องเสียชีวิต และ 1 ใน 3 ที่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ และร้อยละ 30-40 ของที่เหลือรักษาให้หายเป็นปกติไม่ได้ เป็นเหตุให้กลายเป็นเด็กพิการโดยถาวร!

 

แพทย์เตือน อันตรายจากการเขย่าทารก รุนแรงถึงชีวิต !

แพทย์หญิงลูซินดา ไดคส์ กุมารแพทย์แห่งโรงพยาบาลและคลินิกของมหาวิทยาลัยวิสคอนซินได้ค้นพบว่า การที่พ่อแม่จับลูกน้อยขึ้นมาเขย่าตัวไปมาเพื่อหวังจะให้ลูกหยุดร้องไห้งอแงนั้น อาจทำให้สมองของลูกได้รับอันตรายโดยไม่ตั้งใจได้ ยิ่งการจับลูกเล็ก ๆ เขย่าด้วยอารมณ์โมโหยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะอาจทำให้สมองกระทบกระเทือน เป็นเหตุให้ลูกพิการโดยถาวรได้ เช่น ไร้สมรรถภาพในการเรียนรู้ ตาบอด หรือเป็นอัมพาตในสมองใหญ่ เป็นต้น และในกรณีที่ร้ายแรงจริง ๆ อาจทำให้เด็กเสียชีวิต ที่ในทางการแพทย์เรียกการตายของเด็กจากกรณีนี้ว่า Shaken Baby Syndrome อาการบาดเจ็บในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเกิดได้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบ

 

อันตรายจากการเขย่าทารก

ภาพประกอบจาก : www.natural-health-news.com/shaken-baby-syndrome-symptoms-causes-risk-factors-complications-diagnosis-and-treatment/

 

ตั้งสติเลี้ยงลูกค่ะ โมโหลูก อย่าจับลูกเขย่า!!!

การจับตัวลูกเขย่า ๆ แรงด้วยอารมณ์โกรธเพียงชั่ววูบ หรือด้วยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ต้องปวดร้าวใจไปชั่วชีวิตมานักต่อนักแล้ว พ่อแม่ควรเข้าใจว่าการเขย่าตัวลูกเวลาร้องไห้เพื่อหวังจะให้เด็กหยุดร้องโดยเร็ว หรือขู่เพื่อให้หยุดร้องไห้จากการที่พ่อแม่โมโหหรือรำคาญเสียงร้องของลูกนั้น เป็นผลทำให้ลูกบาดเจ็บจากการเขย่านี้ซึ่งรู้สึกรุนแรงไม่น้อยไปกว่าการทุบ เพียงแต่ว่าการทุบตีรุนแรงนั้นจะเห็นรอยฟกช้ำแต่การเขย่านั้นแรง ๆ นั้นจะทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือนซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น

เนื่องจากเมื่อเด็กถูกจับแขน หรือจับหัวไหล่แล้วเขย่าอย่างรุนแรงและกระชากกลับอย่างรวดเร็ว หัวของเด็กจะสั่นไปมาข้างหน้าข้างหลังอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับการผงกหัว ซึ่งสำหรับเด็กเล็ก ๆ ที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบนั้น ยังมีกล้ามเนื้อที่คออ่อนอยู่ ไม่สามารถค้ำจุนส่วนของหัวให้ตั้งอย่างมั่นคงได้ นอกจากนี้เด็กเล็กจะมีกะโหลกศีรษะที่มีขนาดใหญ่ เป็นเหตุให้ส่วนของสมองภายในกะโหลกศีรษะมีเนื้อที่สำหรับการถูกเขย่าไปมาได้มาก แต่ส่วนที่จะป้องกันอันตรายจากการบาดเจ็บทางสมองมีน้อยลง มีผลให้เส้นเลือดเล็กๆ ที่เชื่อมกันระหว่างเนื้อเยื่อของสมองฉีกขาด แล้วเลือดที่ออกนั้นก็ทำให้เส้นเลือดใหญ่ในสมองที่ยังไม่แข็งแรงของเด็กอ่อนเกิดการแตกปริฉีกขาดมีเลือดออกด้วย

 

อันตรายจากการเขย่าทารก

ภาพประกอบจาก : www.radiologyassistant.nl/en/p43c63c41ef792/diagnostic-imaging-in-child-abuse.html

 

คุณหมอได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “ขณะที่สมองถูกเขย่าให้เคลื่อนไปมาอยู่ภายในกะโหลกศีรษะนั้น เส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงระหว่างสมองกับกะโหลกศีรษะจะยืดตัวออก และเกิดการฉีกขาดทำให้มีเลือดไหลภายใน เลือดนี้จะไปกดสมอง ขณะเดียวกันสมองอาจจะเกิดการฉีกขาดจากแรงเขย่าในทันทีทันใดนั้นอีกด้วย”  ในกรณีนี้เราไม่อาจมองเห็นการบาดเจ็บได้ แต่ถ้าพบว่าลูกมีอาการง่วง ชอบนอนมากผิดปกติ หงุดหงิด อาเจียน และไม่อยากอาหาร อาจเป็นข้อสันนิษฐานได้ว่ามีอาการที่สมองได้รับความกระทบกระเทือน ควรรีบที่จะพาลูกไปพบหมอเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อตัวลูก ส่งผลถึงขนาดต้องกลายเป็นเด็กพิการ หรือสูญเสียถึงชีวิต

 

ดังนั้นไม่ว่าลูกจะส่งเสียงงอแง จนทำให้พ่อแม่ปวดหัว มีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา ก็ไม่ควรที่จะไปจับตัวลูกขึ้นมาเขย่าตัวอารมณ์เสียใส่ หรือหลีกเลี่ยงการกระทำทางกายที่รุนแรงทุกอย่างต่อทารกและเด็กเล็กนะคะ ควรมองหาสาเหตุที่ลูกร้องไห้ บางทีการที่ลูกร้องไม่หยุด อาจเป็นเพราะกำลังไม่สบาย มีอาการเจ็บป่วย หรือต้องการให้พ่อแม่ตอบสนองในขณะนั้น สำหรับเด็กเล็กแล้ววิธีปลอบโยนลูกให้หยุดร้องไห้หรืองอแงที่ดี ก็คือการอุ้มขึ้นมากอดและปลอบโยน ทั้งสัมผัสและคำพูดที่นุ่มนวลจะช่วยทำให้ลูกน้อยหยุดร้องไห้ และได้รับความอบอุ่น มั่นคง ปลอดภัยขึ้น แต่คุณพ่อคุณแม่มีสติและใส่ใจในการเลี้ยงลูก อันตรายก็จะไม่เกิดกับลูกได้ง่าย ๆ นะคะ.


 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

5 สัญญาณอันตราย เกิดอะไรหลังผ่าคลอดที่ควรพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

ลูกชอบกลืนยาสีฟัน ทำไงดี อันตรายไหมแบบนี้ มีผลร้ายไหม?

ที่มา :

www.doctor.or.th

www.csip.org

บทความจากพันธมิตร
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
สวยสะกดทุกสายตา ล้ำหน้าด้วยฟังก์ชัน Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก แห่งอนาคตการันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม
สวยสะกดทุกสายตา ล้ำหน้าด้วยฟังก์ชัน Chicco Bellagio รถเข็นเด็ก แห่งอนาคตการันตีด้วยรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • ทารก
  • /
  • อันตรายจากการเขย่าทารก จับลูกเล็กเขย่าไปมา อาจทำให้พ่อแม่ปวดใจตลอดชีวิต
แชร์ :
  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
    บทความจากพันธมิตร

    สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป

  • รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
    บทความจากพันธมิตร

    รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป
    บทความจากพันธมิตร

    สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ลูกน้อย ด้วยแผ่นรองคลาน MAMAMO เจ้าแรกที่การันตีด้วยมาตรฐานยุโรป

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว