TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

อยากให้ลูกมีทักษะ EF ที่ดี ต้องเลี้ยงให้เป็นเด็ก 2 ภาษา

บทความ 5 นาที
อยากให้ลูกมีทักษะ EF ที่ดี ต้องเลี้ยงให้เป็นเด็ก 2 ภาษา

ทักษะเรื่องภาษาที่เป็นไปตามธรรมชาติคือ การฟัง พูด อ่าน เขียน และหากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดสอนลูกให้กลายเป็นเด็ก 2 ภาษา หรือมากกว่านั้นแล้วละก็ ลูกจะมีทักษะการทำงานของสมองด้านการจัดการในเรื่องต่างๆ ที่มากขึ้นไปด้วยค่ะ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน พบว่าเด็กที่เป็นเด็ก 2 ภาษา จะมีการทำงานของสมองในเรื่องของการจัดการในเรื่องต่างๆ ที่มากกว่าเด็กที่รู้หรือใช้เพียงภาษาเดียวเราควรสอน สองภาษา

การทำงานสมองด้านการจัดการในเรื่องต่างๆ หรือ Executive Function (EF) ซึ่งเป็นทักษะที่ช่วยให้ชีวิตประสบความสำเร็จ เนื่องจากประกอบไปด้วยทักษะต่างๆ ที่ต้องใช้ระยะเวลาฝึกฝน

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด

Naja Ferjan Ramírez หัวหน้านักวิจัยจากสถาบันการเรียนรู้และวิทยาศาสตร์สมองจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวถึงผลงานวิจัย ที่พบว่าการทำงานของสมองด้านการจัดการของเด็กสองภาษานั้นจะเริ่มก่อตัวขึ้นก่อนที่เด็กๆ จะพูดได้เสียอีกค่ะ ไม่เฉพาะในทักษะด้านภาษาเท่านั้น แต่ยังมีทักษะในเรื่องของการพัฒนาองค์ความรู้อีกด้วย

นอกจากนี้นักวิจัยยังมีการเก็บข้อมูลด้วย การวัดสนามแม่เหล็กจากสมอง หรือที่เรียกกันว่า Magnetoencephalography (MEG) เพื่อทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบรูปแบบการทำงานของสมองต่อเสียงพูดในภาษาต่างๆ ของเด็กสองภาษาและเด็กภาษาเดียว

โดยผลที่ได้คือสมองของเด็กทั้ง 2 กลุ่ม ทำงานแตกต่างกันในสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex และ orbitofrontal cortex) โดยที่สมองของเด็กสองภาษาจะมีการทำงานที่มากกว่าสมองของเด็กภาษาเดียวค่ะ และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บอกว่า สมองของเด็กสองภาษาจะเปิดรับการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ มากกว่าเด็กที่รู้แค่ภาษาเดียวด้วยนะคะ

สมองยิ่งใช้ยิ่งดี เหมือนมีดที่ยิ่งลับยิ่งคม

ในผลงานวิจัยจากสมองของผู้ใหญ่ที่ใช้ทั้งสองภาษาเมื่อเปรียบเทียบกับภาษาเดียว มีความแตกต่างกันตรงที่การทำงานของสมองด้านการจัดการ (EF) ของคนที่ใช้ทั้งสองภาษา พื้นที่สมองบริเวณนั้นจะมีการทำงานที่สลับไปมาเพื่อประมวลคำแปลของทั้ง 2 ภาษานั่นเองค่ะ เมื่อใช้ภาษาที่ 1 และ 2 อย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตร ก็จะทำให้มีการฝึกฝนทักษะเป็นประจำ ทำให้มีทักษะ EF ดีขึ้นยังไงละคะ

การตอบสนองของสมองในเด็กสองภาษานั้น มีความการตอบสนองที่เท่ากันในภาษาที่เหมือนกับเด็กภาษาเดียว นั่นหมายความว่า เด็กที่พูดภาษาอังกฤษและสเปน ใช้งานภาษาอังกฤษได้ดีเท่ากับเด็กที่พูดภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว และสมองของเด็กสองภาษาตอบสนองกับภาษาสเปนในขณะที่สมองของเด็กภาษาเดียวตอบสนองน้อยกว่าหรือไม่ตอบสนองเลย

ซึ่งการสอนภาษาต่างๆ ให้ลูกนั้น ยิ่งเด็กเท่าไหร่ ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมยังไงละคะ รู้อย่างนี้แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็รีบปรึกษากันได้เลยว่า ใครจะพูดภาษาไหนกับลูก หรือถ้าเป็นครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่คนเดียว ก็ลองพูดกับลูกเป็นภาษาอื่นๆ ดูนะคะ อาจจะแบ่งเป็นในบ้านกับนอกบ้านก็ได้ แต่ถ้าทั้งบ้านพูดไม่ได้จริงๆ การส่งลูกไปเรียนภาษาเพิ่มผ่านการเล่นหรือกิจกรรมต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีค่ะ

ส่วนรายงานของผลวิจัยเต็มๆ มีเป็นวิดีโอด้วยค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณเเม่สนใจสามารถรับชมได้นะคะ

https://www.youtube.com/watch?v=TAYhj-gekqw&feature=youtu.be

7 เทคนิค เริ่มสอนภาษาอังกฤษให้ลูกที่บ้าน

1.สร้างกิจวัตรประจำวันในการใช้ภาษาอังกฤษ

คุณพ่อคุณแม่ควรสร้างกิจวัตรประจำวันในการใช้ภาษาอังกฤษ โดยอาจกำหนดเป็นช่วงเวลาสั้นๆ หลายๆครั้งต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้ลูกเรียนรู้ได้เร็วกว่าการเรียนรู้แบบใช้เวลานานๆ แค่สัก 15 นาทีต่อครั้ง ก็เพียงพอต่อการฝึกฝนของลูกๆ หากลูกเริ่มเรียนรู้และพัฒนาความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ก็อาจจะขยายเวลาออกไปนานกว่าเดิมได้ แต่อย่างน้อยต้องจัดให้มีกิจกรรมที่ต้องฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษในช่วงเวลาสั้นๆของทุกๆวัน

คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องวางแผนกิจกรรมให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดิม ๆของทุกวัน อยางเช่นสอน สองภาษา ลูกจะได้รู้จักเตรียมตัวและมั่นใจที่จะทำกิจกรรมนั้นๆในแต่ละวันนั้น ยกตัวอย่างเช่น คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำเกมภาษาอังกฤษให้ลูกเล่นทุกวันหลังจากที่กลับจากโรงเรียน หรืออ่านหนังสือภาษาอังกฤษร่วมกันก่อนเข้านอน เป็นต้น ถ้าหากบ้านไหน มีพื้นที่เพียงพอ ก็อาจจะจัดมุมสำหรับเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวไว้ตรงนั้น เช่น หนังสือ เกม แผ่นการเรียนรู้ หรือสิ่งต่างๆที่ลูกให้ความสนใจ การได้ทบทวนซ้ำๆจะทำให้ลูกเริ่มเรียนรู้ได้เร็วมากขึ้นอีกด้วย
2.เล่นเกมที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ

เด็กๆมักรู้สึกสนุกสนาน หากพวกเขาได้เรียนรู้จากการเล่นเกมที่โปรดปราน อย่างเช่น การใช้ แฟลชการ์ด คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้แฟลชการ์ดในการสอนคำศัพท์ให้กับลูก และสามารถสร้างเกมที่หลากหลายได้ เช่น จับคู่ ทายคำ เป็นต้น

แฟลชการ์ดพวกนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถดาวน์โหลดจากเวปไซต์ได้มากมาย

เกมอื่นๆที่สามารถนำมาเล่นและประยุกต์เข้ากับการสอนภาษาอังกฤษ เช่น เกมบันไดงู เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ เกมจับคู่ ทายคำ หรือเกมส์ออนไลน์ที่เกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษก็ได้เช่นกัน

 

3 เกมกระดานคณิตศาสตร์ ช่วยสอนเลขลูก

 

3.ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ของการใช้ภาษาอังกฤษที่บ้านคือ คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกได้ในทุกๆสถานการณ์ และสามารถสอนจากสิ่งของง่ายๆที่อยู่ในบ้านหรือรอบตัวได้ เป็นการฝึกฝนให้คุ้นชินกับการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • หากคุณแม่กำลังจะซักเสื้อผ้า คุณแม่สามารถสอนคำศัพท์เกี่ยวกับ เสื้อผ้า (clothes, Dad’s T-shirt) หรือสีได้ (blue socks) เป็นต้น
  • สอนคำศัพท์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์หรือของเล่นภายในบ้าน เช่น teddy bear, on the bed, blue car เป็นต้น
  • สอนคำศัพท์เกี่ยวกับอาหารเมื่อเวลาคุณแม่ทำครัวหรือไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้ลูกช่วยหยิบของโดยทำรายการหรือดูจากภาพและทบทวนคำศัพท์ไปพร้อมๆกัน

4.ฝึกด้วยการเล่าเรื่องราว

เด็กๆมักชอบหนังสือที่มีสีสันสดใสและภาพต่างๆที่น่าสนใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกนั่งอ่านหนังสือและชี้ไปที่ภาพต่างๆเพื่อสอนคำศัพท์ให้กับลูก หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มตั้งคำถามว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ตรงไหน และให้ลูกชี้ด้วยตัวเอง ผลัดเปลี่ยนการฝึกสอนลูกเป็นการตั้งคำถามให้ลูกฝึกพูดหรือหาคำตอบเอง นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ลองหาภาพเคลื่อนไหวที่มีเสียงดนตรีประกอบจะทำให้การเรียนรู้น่าสนุกขึ้นไป สร้างความสนใจในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นให้กับลูก

 

family_reading

 

บทความจากพันธมิตร
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
คัดมาให้แล้ว! นมผงสูตร 3 จาก 3 แบรนด์ดัง กล่องไหนมีสารอาหารที่น่าสนใจต่อพัฒนาการสมอง
คัดมาให้แล้ว! นมผงสูตร 3 จาก 3 แบรนด์ดัง กล่องไหนมีสารอาหารที่น่าสนใจต่อพัฒนาการสมอง
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

อ่านเทคนิคอื่นๆหน้าต่อไปเลยค่ะ

5.ใช้เพลงเป็นตัวช่วย

เพลงเป็นเครื่องมือที่ใช้สอนการเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆและการออกเสียงได้ดี เพลงพร้อมภาพประกอบจะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้ลูกได้ แม้ลูกยังฝึกออกเสียงไม่เป็นก็ตาม เพราะภาพเคลื่อนไหวต่างๆมักสัมพันธ์กับคำศัพท์เหล่านั้นอยู่แล้ว ลูกจะค่อยๆจดจำ จนสามารถออกเสียงตามได้ภายหลัง

6.ฝึกสอนไวยากรณ์

อาจจะเป็นเรื่องไม่สำคัญมากนัก ที่เด็กเล็กๆจะต้องรู้หลักไวยากรณ์อย่างแม่นยำ แต่คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกได้คุ้นชิ้นบ้างกับการสร้างประโยคตามหลักไวยากรณ์ ให้ลูกรู้จักหลักการพูดในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ที่แตกต่างออกไป หรือหากพูดถึงลักษณะของคนให้ใช้คำว่า have got และเมื่อพูดถึงกฎระเบียบที่โรงเรียนให้ใช้ must or mustn’t เป็นต้น หากคุณพ่อคุณแม่สามารถปูพื้นฐานให้ลูกรู้จักการใช้ไวยากรณ์ได้ตั้งแต่เล็ก เมื่อโตขึ้นลูกจะมีความรู้ความเข้าใจที่ง่ายขึ้นและใช้งานได้จริงด้วยตัวเอง

7.จัดหัวข้อเป็นหมวดหมู่ในการสอน

คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องสำรวจความต้องการของลูกๆ แล้วจัดทำเป็นหมวดหมู่เพิ่มความสนใจ โดยให้ลูกๆเป็นคนเลือกเองว่าอยากจะเรียนรู้สิ่งใดก่อนหลัง ลองดูตัวอย่างหมวดหมู่ด้านล่างนี้

  • ตัวเลข (1-10 , 10-20, 20-100)
  • สี
  • คำคุณศัพท์ เช่น เล็ก ใหญ่ สูง มีความสุข เศร้า เหนื่อย เป็นต้น
  • ร่างกาย
  • ของเล่น
  • เสื้อผ้า
  • สัตว์ต่างๆ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องเรียนรู้ ฝึกฝนหรือใช้ภาษาอังกฤษในบ้าน คุณพ่อคุณแม่อาจจะเริ่มต้นด้วยประโยคเดิมๆทุกวัน เพื่อให้ลูกคุ้นเคย เช่น It’s English time! Let’s sit down เป็นต้น จากนั้นเริ่มให้ลูกเลือกหัวข้อหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องที่ลูกๆอยากเรียนรู้ได้เลย เทคนิคง่ายๆเหล่านี้ก็จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สอนภาษาอังกฤษให้ลูกๆที่บ้านได้แล้ว

ที่มา sciencedaily

 

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สอนลูกให้เป็นเด็กสองภาษา ควรเริ่มเมื่อไหร่?

7 ความคิดผิดๆ ในการสอนลูก 2 ภาษา

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

สิยาพัฐ บุญช่วย

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • อยากให้ลูกมีทักษะ EF ที่ดี ต้องเลี้ยงให้เป็นเด็ก 2 ภาษา
แชร์ :
  • สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
    บทความจากพันธมิตร

    สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก

  • เผยงานวิจัย การเล่นเสริมพัฒนาการ สร้างสมองเด็กฉลาดได้ดีกว่าแท็บเล็ต

    เผยงานวิจัย การเล่นเสริมพัฒนาการ สร้างสมองเด็กฉลาดได้ดีกว่าแท็บเล็ต

  • S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ

  • สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
    บทความจากพันธมิตร

    สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก

  • เผยงานวิจัย การเล่นเสริมพัฒนาการ สร้างสมองเด็กฉลาดได้ดีกว่าแท็บเล็ต

    เผยงานวิจัย การเล่นเสริมพัฒนาการ สร้างสมองเด็กฉลาดได้ดีกว่าแท็บเล็ต

  • S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว