TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

วิธีรับมือหลังพาทารกแรกเกิดกลับบ้านสัปดาห์แรก

บทความ 3 นาที
วิธีรับมือหลังพาทารกแรกเกิดกลับบ้านสัปดาห์แรก

สำหรับคุณแม่ที่กำลังจะใกล้คลอดทุกท่านคะ ถ้าหากคุณยังไม่ได้เตรียมรับมือกับการพาทารกแรกเกิดกลับบ้านละก็ วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากกัน

คุณแม่ที่ใกล้คลอดหรือคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกและกำลังจะพาทารกแรกเกิดของเรากลับบ้านทุกคนคะ ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่า พร้อมแล้วหรือยังคะ กับชีวิตจริงของการสวมบทบาทเป็นคุณแม่เต็มร้อยที่ต้องดูแลลูกตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ถ้าหากยังละก็ วันนี้เรามีคู่มือง่าย ๆ สำหรับคุณแม่กับการพาทารกแรกเกิดกลับบ้านมาฝากกันค่ะ

ทารกแรกเกิด

1. วางแผนทุกอย่างล่วงหน้า คุณแม่ควรคุยกับคุณพ่อหรือคนที่จะมาช่วยดูแลน้องเลยนะคะว่า ใครจะทำหน้าที่อะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น หน้าที่ให้นมลูกคือหน้าที่ของคุณแม่ ดังนั้น หน้าที่ในการเปลี่ยนผ้าอ้อม หน้าที่ในการทำให้ลูกเรอ อาจจะเป็นหน้าที่ของคุณพ่อเป็นต้น

2. เรียนรู้ตารางเวลาของลูก ปกติแล้วเด็กแรกเกิดไปจนถึงสามเดือนนั้น จะตื่นและหิวนมบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่ทานนมแม่ด้วยแล้ว ด้วยนมแม่นั้นย่อยง่ายจึงทำให้กระเพาะอาหารของทารกนั้นทำงานได้ด้วยดี ลองสังเกตดูนะคะว่า ลูกของเรานอนในแต่ละครั้งกี่ชั่วโมง เพราะเด็กแรกเกิดไปจนถึงสองเดือน ต้องการพักผ่อนวันละ 11-18 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กทารกวัยสองเดือนไปจนถึงสิบสองเดือน ต้องการพักผ่อนวันละ 11-15 ชั่วโมงต่อวัน

3. หมั่นนับผ้าอ้อม การนับผ้าอ้อมจะช่วยให้คุณแม่สามารถเช็คได้ว่าในแต่ละวันนั้น ลูกได้รับนมแม่มากเพียงพอกับร่างกายหรือไม่ ซึ่งทารกที่ได้รับนมแม่เพียงพอต่อวัน จะปัสสาวะให้ผ้าอ้อมเปียกชุ่มตกวันละ 6-8 ผืน หรือต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปประมาณ 4-6 ชิ้นในหนื่งวัน และสีของปัสสาวะนั้น จะต้องเป็นสีเหลืองจาง ๆ ไม่ใช่สีเหลืองเข้ม

4. ทำความรู้จักกับอุจจาระลูกเสีย อย่าไปกลัวอุจจาระของลูกเลยค่ะ เพราะคุณแม่จะต้องเจออะไรอีกเยอะกว่าลูกจะโต ซึ่งก่อนอื่นนั้น มาทำความรู้จักกับ “ขี้เทา” ของทารกแรกเกิดกันก่อน ทารกแรกเกิดจะถ่ายขี้เทาหลังคลอดภายใน 2-3 วันแรก โดยสีที่ออกมานั้นจะมีสีเขียวเข้มคล้ำ ๆ และเหนียว ถือได้ว่าเป็นอุจจาระชุดแรกของลูกที่ช่วยในเรื่องของการจับสารเหลือง ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ทารกตัวเหลือง และหลังจากนั้น สีของอุจจาระก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเอง ไม่ต้องกังวลนะคะ

5. การทำให้ลูกเรอหลังทานนมเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเรอจะช่วยทำให้ระบบย่อยในท้องของลูกทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากขณะที่ลูกดูดนม ลูกจะกลืนลมเข้าไปและจะรู้สึกอิ่มอึดอัด ดังนั้นการกำจัดลมในท้องจะช่วยบรรเทาอาการแน่นท้องได้

6. รับมือกับอาการโคลิกของลูก เด็กแรกเกิดไปจนถึงสามเดือนมักจะมีอาการโคลิกขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน ซึ่งอาการดังกล่าว คุณแม่สามารถสังเกตได้จากการที่ลูกร้องไห้จนงอตัว งอขา และกำมือแน่นนะคะ วิธีการที่จะช่วยให้เกิดอาการดังกล่าวน้อยลงก็คือ คุณแม่ควรระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคุณแม่ที่ให้นมลูก พยายามหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก เช่น นมวัว เป็นต้น

7. ให้รางวัลกับตัวเองบ้าง หลังที่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คุณแม่ต้องหาเวลาให้กับตัวเองได้พักผ่อนบ้างนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูรายการโปรด การพูดคุยกับสามีหรือเพื่อนฝูง และที่สำคัญที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ให้ร่างกายของคุณแม่ได้พักผ่อน หาเวลางีบระหว่างวันสัก 10-15 นาทีบ้างเถอะค่ะ เพราะค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล จริงไหมคะ

ดังนั้น ทีมงานดิเอเชี่ยนพาเร้นท์ทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่มือใหม่ทุกคนนะคะ ถึงแม้ว่าเราจะเหนื่อยขนาดไหน แต่ความสุขก็มีมากกว่า…จริงไหมคะ

ที่มา: Totallythebomb

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ไขข้อข้องใจ “ไขทารกแรกเกิด”มีดีหรือไม่

พัฒนาการทารกแรกเกิดถึง 1 ปีที่น่าจับตา

rsz_parenttown_facebook_featured_image968x502

 

 

 

 

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Muninth

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • วิธีรับมือหลังพาทารกแรกเกิดกลับบ้านสัปดาห์แรก
แชร์ :
  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว