TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

สแกนสมองทารก พัฒนาการทางสมองของทารก ระหว่างชาย/หญิง ต่างกันตรงไหน?

บทความ 3 นาที
สแกนสมองทารก พัฒนาการทางสมองของทารก ระหว่างชาย/หญิง ต่างกันตรงไหน?

ความแตกต่างของเด็กชายกับเด็กหญิงเหมือนมาจากดาวคนละดวงกันเลยค่ะ เคยสังเกตุไหม เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ทำไมพูดได้เร็วก่อนเด็กผู้ชาย มีทักษะในด้านภาษาที่ดีกว่า ในขณะที่เด็กผู้ชายนั้นจะฉลาดและมีทักษะทางด้านตัวเลขและทิศทางที่ดีกว่าเมื่อโตขึ้น อยากรู้ พัฒนาการทางสมองของทารก เพศหญิง/ชาย ต่างกันตรงไหน

พัฒนาการทางสมองของทารก ระหว่างเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงนั้นแตกต่างกันตั้งแต่ในครรภ์เลยนะ เมื่อโตขึ้นเราจะพบว่า ผู้หญิงชอบระบายอารมณ์ในขณะที่ผู้ชายเป็นพวกชอบเก็บความรู้สึก สมองของทั้งสองเพศแตกต่างกันอย่างไรอีกบ้าง มาสแกนกันดูค่ะ

สแกนสมองทารก พัฒนาการทางสมองของทารก ทั้งสองเพศ ต่างกันตรงไหน?

พัฒนาการทางสมองของทารก

ในทารกเพศชายอายุครรภ์ตั้งแต่ 5 เดือนจะเริ่มสร้างฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนผ่านทางถุงอัณฑะหรือฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งฮอร์โมนนี้มีผลต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อในสมองที่กำลังสร้างอยู่ด้วย และเอ็นไซม์ในฮอร์โมนเพศที่ทำหน้าที่ในการเป็นเพศชายได้ถูกสร้างขึ้นและผูกพันเข้าเนื้อเยื่อสมอง ส่งผลให้สมองของทารกเพศชายเริ่มแตกต่างจากทารกหญิง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของสมองทารกจึงเริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 26 ของการตั้งครรภ์นั้นเอง

หลักฐานทางการวิจัยล่าสุด ผ่านการสแกนสมองได้พบข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน เช่น สมองทั้งสองซีกของเพศชายมีขนาดที่แตกต่างกันและไม่สมส่วนมากกว่าเพศหญิง สำหรับเพศหญิงสามารถใช้สมองทั้งซีกซ้ายและซีกขวาทำงานร่วมกันได้ดีกว่าผู้ชายที่มักใช้สมองด้านใดด้านหนึ่ง

นอกจากนี้เรายังสังเกตุได้ว่า เด็กผู้หญิงจะมีพัฒนาการของสมองส่วนซ้าย ที่ใช้งานเกี่ยวกับการคิดและภาษาได้รวดเร็วกว่าเด็กผู้ชาย ทำให้พบกว่าเด็กผู้หญิงนั้นสามารถที่จะพูด อ่าน รวมทั้งเรียนภาษาที่สองได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย รวมถึงการทำงานระหว่างสมองส่วนซ้ายและขวาที่มีเส้นใยประสาทเชื่อมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกัน หรือเรียกว่า corpus callosum ที่เปรียบเสมือนสายเคเบิลเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันนั้น ยิ่งมีสายเคเบิลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีความสามารถในการสื่อสาร และทางการพูดมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในเพศหญิงมีเส้นใยประสาทหรือสายเคเบิลที่ว่านี้มากกว่าผู้ชายถึงสี่เท่า ทำให้สมองทั้งสองซีกสามารถทำงานสัมพันธ์ได้ดีกว่า ผู้หญิงจึงสามารถทำงานหลายอย่างไปพร้อม ๆ กันได้ ในขณะที่ผู้ชายต้องใช้สมาธิในการทำทีละเรื่องมากกว่า และผู้หญิงจะมีความอ่อนไหว สามารถวิเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนได้เร็วกว่าผู้ชาย ในขณะที่เพศชายมีความสามารถในการตื่นตัว เรียนรู้ และมีความถนัดเรื่องทิศทาง นำมาใช้ในการดำรงชีวิต และเอาตัวรอดได้ดี

พัฒนาการทางสมองของทารก

ความแตกต่างของสมองระหว่างทั้งสองเพศจึงมีข้อดีและด้อยแตกต่างกันไป

ในขณะที่เด็กหญิงตั้งแต่แรกเกิด-7 ขวบจะมีพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดีกว่า นั่นเป็นเพราะสมองซีกซ้ายของเด็กผู้หญิงจะเติบโตเร็วกว่าของเด็กผู้ชาย แต่สำหรับเด็กผู้ชายการทำงานของสมองซีกขวาของเขานั้นจะพัฒนาได้ดีกว่าเด็กผู้หญิง เด็กชายจะมีจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และกล้าทดลองทำสิ่งต่าง ๆ มากกว่า ซึ่งความแตกต่างของพัฒนาการนั้นจะเห็นได้ชัดเมื่อเจ้าหนูและหนูน้อยทั้งสองเพศอายุประมาณ 4 ขวบ โดยเด็กผู้หญิงจะควบคุมพฤติกรรมตนเองได้ดีกว่า มีเหตุผลมากกว่า พูดเก่งและรู้เรื่องกว่า ในขณะที่เด็กผู้ชายจะมีความถนัดในเรื่องของการทำทิศทางการกะระยะวัตถุได้ดีกว่า นอกจากนี้เซลล์ในสมองของเด็กผู้หญิงจะยังเติบโตรวดเร็วกว่าของเด็กผู้ชายจนกระทั่งอายุประมาณ 14-16 ปี และหลังจากนี้เซลล์สมองของเพศชายก็จะไล่ตามทัน

อย่างไรก็ตาม แม้ทางกายภาพของสมองจะสร้างความแตกต่างกันระหว่างทารกชายและหญิงโดยธรรมชาติ แต่พัฒนาการช้าหรือเร็วของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเพศใด หากลูกได้รับการกระตุ้น ส่งเสริมพัฒนาการทางสมองที่ดีตั้งแต่เล็ก ได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม ภายในช่วง 6 ขวบปีแรกของชีวิต ก็จะยิ่งทำให้เส้นใยในสมองขยายเครือข่ายได้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กได้เรียนรู้และมีพัฒนาการที่ดีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะคะ


ขอบคุณข้อมูลจาก :  haijai.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

บทความจากพันธมิตร
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก

12 อาหารกระตุ้นสมอง ให้ตื่นตัว เพิ่มความจำ ช่วยบูสต์สมองลูกให้ปรู๊ดปร๊าด

ถามลูกยัง โตขึ้นอยากเป็นอะไร สังเกต 10 แววโดดเด่นของลูก ต้นทุนสมองที่พ่อแม่สร้างให้ได้

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Napatsakorn .R

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • สแกนสมองทารก พัฒนาการทางสมองของทารก ระหว่างชาย/หญิง ต่างกันตรงไหน?
แชร์ :
  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

  • ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

    ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

  • 4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

    4 สิ่งที่หมอเด็กกังวล โดยเฉพาะในเด็ก 1-5 ปี ที่พ่อแม่ต้องรีบแก้ไข

  • PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
    บทความจากพันธมิตร

    PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว