TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทำความเข้าใจ พัฒนาการ ลูกสาว vs ลูกชาย ต่างกันอย่างไร

29 Jun, 2016
พัฒนาการ ลูกสาว vs ลูกชาย ต่างกันอย่างไร

พัฒนาการ ลูกสาว vs ลูกชาย ต่างกันอย่างไร

ลูกสาวกับลูกชายมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในด้านร่างกาย แล้วในด้านอื่นๆ ที่เรามองไม่เห็นล่ะ เช่น ด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม เด็กหญิงกับเด็กชายมีการพัฒนาการที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรทำความเข้าใจค่ะ
การเดิน

การเดิน

แม้ว่าพ่อแม่หลายคนจะบอกว่าเด็กผู้ชายมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเร็วกว่าเด็กผู้หญิง เช่น ลุกนั่ง คลาน คืบ และเดิน เร็วกว่าเด็กผู้หญิง แต่กุมารแพทย์ไม่เห็นด้วยค่ะ งานวิจัยพบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเด็กชายและเด็กหญิงในเรื่องของพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว เด็กทั้งสองเพศจะเริ่มเดินในช่วงอายุ 9-16 เดือน แต่คุณแม่มักคาดหวังว่าเด็กผู้ชายจะเดินได้เร็วกว่าเด็กผู้หญิง เนื่องจากเด็กผู้ชายมีพัฒนาการด้านร่างกายมากกว่าเด็กผู้หญิง เช่น ตัวสูงกว่า และน้ำหนักเยอะกว่า นั่นเอง

วิธีส่งเสริมการเดินของลูกน้อย

คุณแม่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อของลูกน้อยโดยให้ลูกใช้เวลากับการนอนคว่ำตอนตื่นตั้งแต่ในช่วงเดือนแรกๆ และไม่ปล่อยให้ลูกใช้เวลาอยู่ในรถเข็น หรือในคาร์ซีทมากนัก เพราะการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงจะทำให้ลูกพร้อมสำหรับการคลาน การนั่ง และเดินได้เร็วขึ้นค่ะ

ทักษะด้านมิติสัมพันธ์

ทักษะด้านมิติสัมพันธ์

เหตุผลที่เด็กผู้ชายทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ได้มากกว่าเด็กผู้หญิง เป็นเพราะมีทักษะด้านมิติสัมพันธ์ หรือความสามารถในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ ขนาด ระยะทาง และความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุที่ดีกว่า งานวิจัยพบว่า เด็กผู้ชายสามารถเข้าใจกฎของการเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเด็กผู้หญิงถึง 2 เดือน โดยเมื่อคุณแม่กลิ้งของเล่นเข้าไปใต้โซฟา เด็กผู้ชายจะรู้ว่า ของเล่นจะกลิ้งออกมาอีกฝั่งหนึ่ง ในขณะที่เด็กผู้หญิงยังไม่เข้าใจ

วิธีส่งเสริมทักษะด้านมิติสัมพันธ์ให้ลูกสาว

ชวนลูกสาวเล่นต่อบล็อก หรือชวนคุยเรื่องตัวเลข เล่นลูกบอล หรือเล่นเกมที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของวัตถุ การคำนวณระยะทาง เช่น Angry Birds เป็นต้น

การเล่นของเล่น

การเล่นของเล่น

เด็กเล็กๆ นั้นไม่ได้แยกของเล่นว่าเป็นของเล่นของเด็กผู้หญิงหรือของเด็กผู้ชายหรอกค่ะ งานวิจัยชี้ว่า เด็กผู้ชายก็ชอบเล่นตุ๊กตาเหมือนกัน ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะคิดว่า การที่เด็กผู้ชายชอบเล่นรถ ส่วนเด็กผู้หญิงชอบเล่นทำอาหาร เป็นเพราะคนรอบตัวบอกพวกเขาให้ทำเช่นนั้นต่างหาก

แม้เพื่อนจะมีอิทธิพลต่อการเลือกของเล่นของเด็กวัยเรียน แต่มีหลักฐานว่า เด็กจะเริ่มมีความรู้สึกชอบของเล่นบางอย่างเมื่ออายุราว 1 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า เด็กผู้หญิงได้รับฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกติตั้งแต่อยู่ในท้องจะสนใจเล่นรถมากกว่าปกติด้วย ในขณะที่การศึกษาในลิง พบว่า ลิงตัวผู้เลือกของเล่นที่มีล้อมากกว่าตุ๊กตา ในขณะที่ลิงตัวเมียเลือกทั้งสองอย่าง นั่นหมายความว่า เด็กผู้หญิงเปิดกว้างในการเล่นมากกว่าเด็กผู้ชายนั่นเอง

วิธีส่งเสริมการเล่นของลูกชาย

คุณแม่ควรเปิดกว้างทางเลือกในการเล่นของลูกชาย แทนที่จะยึดติดกับประเภทของเล่นที่เป็นแบบแผนสำหรับเด็กผู้ชายเท่านั้นค่ะ

ทักษะทางสังคม

ทักษะทางสังคม

จริงหรือไม่? ผู้หญิงรับรู้อารมณ์ความรู้สึกได้ดีกว่าผู้ชาย? จริงค่ะ จากงานวิจัยกว่า 100 ชิ้นสรุปตรงกันว่า แม้แต่ในวัยทารก เด็กผู้หญิงสามารถรับรู้ความรู้สึกจากสีหน้าได้ดีกว่าเด็กผู้ชาย นอกจากนี้ งานวิจัยจากประเทศอังกฤษชิ้นหนึ่งยังพบว่า เด็กผู้หญิงชอบมองหน้าผู้คนมากกว่าวัตถุที่เคลื่อนไหว ในขณะที่เด็กจะผู้ชายชอบมองวัตถุที่เคลื่อนไหวมากกว่า

นอกจากนี้เด็กผู้หญิงยังมีความสามารถในการอ่านสีหน้าดีกว่าเด็กผู้ชายอย่างชัดเจน ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า เป็นเพราะเด็กผู้หญิงถูกสอนให้แสดงความรู้สึกมากกว่าเด็กผู้ชายนั่นเอง

วิธีส่งเสริมทักษะทางสังคมให้ลูกชาย

แทนที่จะสอนให้ลูกชายเก็บความรู้สึก คุณแม่ควรสอนคำศัพท์ที่ใช้อธิบายความรู้สึก เพื่อให้ลูกชายบอกความรู้สึกของเขาออกมาค่ะ

การเคลื่อนไหวร่างกาย

การเคลื่อนไหวร่างกาย

เมื่อออกไปที่สนามเด็กเล่น คุณจะเห็นเด็กผู้ชายกำลังวิ่ง เล่นบอล และกระโดด มากกว่าเด็กผู้หญิง และความแตกต่างนี้อาจจะเริ่มตั้งแต่ในครรภ์ นักวิจัยชาวแคนาดาได้ข้อสรุปว่า เด็กผู้ชายมีการเคลื่อนไหวมากกว่าเด็กผู้หญิงตั้งแต่ยังเป็นทารก เด็กผู้ชายจะไม่ค่อยอยู่นิ่งแม้แต่ตอนเปลี่ยนผ้าอ้อม ในรถเข็น และคลานไกลกว่าเด็กผู้หญิง นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า แม้โดยเฉลี่ยแล้วเด็กผู้ชายจะไม่ได้เคลื่อนที่มากไปกว่าเด็กผู้หญิงมากนัก แต่ในเด็กส่วนใหญ่ที่แอคทีฟ มักพบว่าเป็นเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

วิธีส่งเสริมการเคลื่อนไหวให้ลูกน้อย

คุณแม่ควรสนับสนุนให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่ต้องมีการเคลื่อนไหวหลากหลายรูปแบบ ทั้งลูกชายและลูกสาว เช่น การเต้น การเล่นกีฬา รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ

ความก้าวร้าว

ความก้าวร้าว

งานวิจัยพบว่า เด็กผู้ชายแสดงออกถึงความก้าวร้าวทางกายมากกว่าเด็กผู้หญิงตั้งแต่อายุ 2 ปี ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในคุณแม่ท้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเผชิญหน้ามากกว่าเด็กผู้หญิง แต่เด็กผู้หญิงก็ไม่ได้เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้หรอกนะ เพราะเด็กผู้หญิงวัยเตาะแตะนั้น ทั้งเตะ กัด และตีมากกว่าที่เด็กที่เข้าโรงเรียนแล้วถึงสามเท่า เพราะเมื่อเข้าโรงเรียน เด็กจะได้รับการหล่อหลอมทางสังคมให้ใช้คำพูดมากกว่าการใช้กำลัง

วิธีส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม

คุณแม่ควรสอนให้ลูก รู้จักขีดจำกัด และควรตั้งกฎ “ห้ามตี” พร้อมบังคับใช้อย่างจริงจัง

พัฒนาการด้านการพูด

พัฒนาการด้านการพูด

โดยเฉลี่ย เด็กผู้หญิงจะเริ่มพูดเร็วกว่าเด็กผู้ชายประมาณ 1 เดือน นักวิจัยชาวอังกฤษพบว่า เด็กผู้หญิงรู้จักคำศัพท์มากกว่าเด็กผู้ชายตั้งแต่ 18 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ทักษะด้านการพูดของเด็กชายและเด็กหญิงในวัยเตาะแตะมีความแตกต่างกันเพียง 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูที่ให้เด็กได้ซึมซับภาษามากกว่า สามารถทำให้เด็กมีความแตกต่างกันได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

วิธีส่งเสริมการพูดของเด็ก

คุณแม่ควรพูดคุยกับลูกหรืออ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาและการพูดทั้งลูกชายและลูกสาวค่ะ

การฝึกขับถ่าย

การฝึกขับถ่าย

เด็กผู้หญิงสามารถเลิกผ้าอ้อมได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย โดยเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่มักเริ่มฝึกขับถ่ายเมื่ออายุได้ 20-30 เดือน ส่วนเด็กผู้ชายอาจช้ากว่าเด็กผู้หญิงราว 3 เดือน เด็กผู้หญิงสามารถบอกฉี่ได้โดยเฉลี่ยเมื่ออายุ 33 เดือน แต่สำหรับเด็กผู้ชายอาจต้องถึงเดือนที่ 37 นอกจากนี้เด็กผู้หญิงสามารถนั่งนิ่งๆ บนกระโถนเป็นเวลา 5 นาทีเพื่ออุจจาระได้เมื่ออายุราว 3 ขวบ 3 เดือน ในขณะที่เด็กผู้ชายจะทำได้ช้ากว่าเด็กผู้หญิงราว 5 เดือน

วิธีส่งเสริมการฝึกขับถ่ายของเด็กผู้ชาย

แม้ว่าลูกชายจะสามารถขับถ่ายด้วยตัวเองช้ากว่าลูกสาว แต่คุณแม่สามารถฝึกลูกได้ตั้งแต่ 2 ขวบ โดยไม่จำเป็นต้องซีเรียสว่าลูกต้องทำได้เร็วๆ เพียงแค่ทำให้ลูกรู้สึกสนุกกับการนั่งกระโถนก็พอค่ะ การจูงใจเช่นนี้อาจทำให้ลูกอยากนั่งกระโถนด้วยตัวเองเร็วขึ้น

ทราบอย่างนี้แล้วคุณแม่พอจะคลายกังวลได้แล้วนะคะว่า ทำไมตอนเลี้ยงลูกชายคนแรก เขาทำอย่างนี้ได้แล้วทำไมน้องสาวถึงยังทำไม่ได้ หรือเด็กผู้หญิงข้างบ้านวัยเดียวกันพูดได้แล้ว ทำไมลูกชายเรายังไม่ยอมพูด นอกจากนี้ เด็กแต่ละคนจะมีพัฒนาการไปตามสเต็ปของเขา ซึ่งคุณแม่อาจช่วยเสริมพัฒนาการให้กับลูกได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเร่ง ถึงเวลาเขาก็จะทำได้เองค่ะ

ถัดไป
img

บทความโดย

สิริลักษณ์ อุทยารัตน์

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ทำความเข้าใจ พัฒนาการ ลูกสาว vs ลูกชาย ต่างกันอย่างไร
แชร์ :
  • วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

    วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

    วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

  • ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
    บทความจากพันธมิตร

    ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว