TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ปานเขียว หรือปานมองโกเลียนในเด็ก อันตรายไหม?

บทความ 3 นาที
ปานเขียว หรือปานมองโกเลียนในเด็ก อันตรายไหม?

ลูกน้อยของคุณเกิดมาพร้อมกับปานสีเขียวบนร่างกายหรือเปล่าครับ มาทำความรู้จักกับ ปานเขียว หรือปานมองโกเลียนกันครับ

ปานเขียว หรือปานมองโกเลียนในเด็ก

ส่วนใหญ่แล้วเด็กเกิดใหม่มักจะเกิดมาพร้อมกับปานแต่กำเนิดชนิดต่าง ๆ ซึ่งอาจจะทำให้คุณพ่อคุณแม่เป็นกังวล เพราะปานบางชนิดก็ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก แต่ปานบางชนิดก็อาจจะต้องเฝ้าระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับวันนี้เรามาทำความรู้จักกับปานชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อเรียกว่า ปานเขียว หรือปานมองโกเลียนกันครับ

ปานมองโกเลียน หรือปานเขียวคืออะไร

ปานมองโกเลียน หรือปานเขียวนั้น เป็นปานแต่กำเนิดที่พบได้บ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นผื่นราบสีเขียว ฟ้าเทา หรือ ฟ้าเข้ม ปรากฎได้บ่อยที่บริเวณก้น สะโพก และอาจปรากฎได้ตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา หรือลำตัว โดยอาจมีขนาดใหญ่หรืออาจจะมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่เซนติเมตร ซึ่งปานเขียวนี้อาจปรากฎมาตั้งแต่เด็กแรกเกิด หรืออาจจะปรากฎขึ้นหลังจากที่เด็กคลอดได้ไม่นานก็ได้

ปานแต่กำเนิดชนิดนี้พบได้บ่อย โดยมีอัตราส่วนมากถึง 3 ใน 4 ของเด็กชาวเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา แต่มักจะไม่ค่อยปรากฎในเด็กชาวยุโรป

ปานเขียวหรือปานมองโกเลียนนั้นพบได้ทั้งในทารกเพศชายและเพศหญิง แต่ทารกเพศชายนั้นจะมีโอกาสในการเกิดปานเขียวมากกว่าในทารกเพศหญิง อย่างไรก็ตามเหตุผลของการเกิดปานเขียวหรือปานมองโกเลียนนั้นยังเป็นที่ปรากฎแน่ชัดนัด

ปานเขียว

อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดปานเขียว หรือปานมองโกเลียน

ตามข้อมูลจาก medical expert มีรายงานว่า “เซลล์ในร่างกายที่มีชื่อว่า dermal melanocyte จะเคลื่อนไปยังผิวหนังชั้นแรกระหว่างสัปดาห์ที่ 11 – 14 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งปกติแล้วเซลล์ผิวหนังนี้จะหายไปเมื่อถึงประมาณสัปดาห์ที่ 20 ของการตั้งครรภ์โดยคุณหมอเชื่อว่า ปานเขียวหรือปานมองโกเลียนที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการที่เซลล์ตัวนี้ไม่เคลื่อนตัวไปยังผิวหนังชั้นบนและยังคงปรากฎอยู่นั่นเอง และจากการที่เซลล์ตัวนี้อยู่ลึกลงไปในชั้นผิวหนัง จึงทำให้ผิวบริเวณนั้นมีสีเขียว หรือสีฟ้าเทา“

ความเชื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับปานเขียว หรือปานมองโกเลียนในเด็ก

ที่ประเทศเกาหลีนั้นมีความเชื่อกันมาตั้งแต่โบราณว่า ปานเขียวหรือปานมองโกเลียนนั้นเกิดมาจากการที่หมอผีตีก้นเด็กในท้องเพื่อให้เด็กออกมาจากท้องแม่

ในขณะที่ประเทศจีนมีความเชื่อว่าปานที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการที่พระเจ้าให้พรเด็กโดยการตี สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่

ส่วนในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อที่เล่าต่อกันมาว่าปานเขียวนั้นเกิดจากการที่พ่อและแม่ของเด็กนั้น มีเพศสัมพันธ์กันในระหว่างตั้งครรภ์

อย่างไรก็ตามความเชื่อดังกล่างก็เป็นเพียงแค่เรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมาตั้งแต่ครั้งโบราณเท่านั้น

ปานเขียว

ปานเขียวหรือปานมองโกเลียน อันตรายไหม?

บางครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจจะตกใจเมื่อได้เห็นปานเขียว หรือปานมองโกเลียนเกิดขึ้นบนตัวลูกเป็นครั้งแรก และอาจจะคิดว่าเป็นรอยฟกช้ำและกลัวว่าลูกน้อยจะเป็นอันตรายแต่จริง ๆ แล้วปานชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือสุขภาพของลูกน้อยแต่อย่างใด

โดยปานชนิดนี้จะค่อย ๆ จางหายไปเมื่อลูกน้อยโตขึ้น และจะหายไปเองเมื่ออายุราว ๆ 5 ขวบ เด็กบางคนก็จางเร็ว บางคนก็จางช้า คุณพ่อคุณแม่ไม้ต้องเป็นกังวลไปนะครับ เพราะเมื่อถึงเวลา ปานเขียวหรือปานมองโกเลียนนั้นก็จะจางหายไปเอง

อย่างไรก็ตาม ปานมองโกเลียน หรือปานเขียวนั้นอาจเป็นสัญญาณของโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ เช่นโรคเอ็มพีเอสได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดน้อยมาก หรือในอัตราส่วนที่น้อยกว่า 1 ใน 100,000 ของเด็กเกิดใหม่

โดยหากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าปานของลูกน้อยมีการเปลี่ยนสีหรือเปลี่ยนรูปร่าง ก็ควรพาลูกน้อยไปพบคุณหมอเพื่อทำการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทันท่วงทีนะครับ


ที่มา theindusparent

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีป้องกันหน้าอกหย่อนคล้อย หลังลูกน้อยหย่านม

ฟันและเหงือกแข็งแรงทั้งแม่และลูก ด้วยอาหารบ้านๆ 5 อย่าง

ทำอย่างไรไม่ให้ลูกน้อยหัวแบน เรามีวิธีง่ายๆมาบอก

แชร์ประสบการณ์หรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปานเขียวในทารก ได้ที่นี่!

บทความจากพันธมิตร
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลืมน้ำผลไม้แบบเดิมไปได้เลย! เมื่อ "น้ำผลไม้เด็ก" ยุคใหม่ อัดแน่น DHA สูงไม่แพ้นมกล่อง และยังหวานน้อยจากธรรมชาติ
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย

ปานเขียว ปานมองโกเลียนในทารก แบบนี้อันครายไหมคะ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

P.Veerasedtakul

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ปานเขียว หรือปานมองโกเลียนในเด็ก อันตรายไหม?
แชร์ :
  • พัฒนาการเด็ก Gen Alpha - Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ "ออทิสติกเทียม" เพราะหน้าจอทำพิษ

    พัฒนาการเด็ก Gen Alpha - Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ "ออทิสติกเทียม" เพราะหน้าจอทำพิษ

  • วิจัยล่าสุดพบ! แม่ท้องเครียดจัด ส่งผลให้ "ลูกฟันขึ้นไว" กว่าปกติ

    วิจัยล่าสุดพบ! แม่ท้องเครียดจัด ส่งผลให้ "ลูกฟันขึ้นไว" กว่าปกติ

  • วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

    วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

  • พัฒนาการเด็ก Gen Alpha - Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ "ออทิสติกเทียม" เพราะหน้าจอทำพิษ

    พัฒนาการเด็ก Gen Alpha - Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ "ออทิสติกเทียม" เพราะหน้าจอทำพิษ

  • วิจัยล่าสุดพบ! แม่ท้องเครียดจัด ส่งผลให้ "ลูกฟันขึ้นไว" กว่าปกติ

    วิจัยล่าสุดพบ! แม่ท้องเครียดจัด ส่งผลให้ "ลูกฟันขึ้นไว" กว่าปกติ

  • วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

    วิจัยล่าสุดชี้! ให้ลูกกินอาหารแปรรูปบ่อย เสี่ยง IQ ต่ำ ความฉลาดลดลงเมื่อโตขึ้น

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว