TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ / ลงทะเบียน
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

บันทึกการตั้งครรภ์ สำหรับแม่ท้องมือใหม่ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 8

บทความ 8 นาที
บันทึกการตั้งครรภ์ สำหรับแม่ท้องมือใหม่ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 8

บันทึกการตั้งครรภ์ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ ท่านคงสงสัยใช่ไหมว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีอายุครรภ์เท่าไร มีวิธีการนับอายุครรภ์ทำได้อย่างไรบ้าง แล้วการจดบันทึกนั้นมีประโยชน์กับแม่ท้องอย่างไรบ้างวันนี้เรามีคำตอบ

บันทึกการตั้งครรภ์ มีประโยชน์อย่างไร คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ ท่านคงสงสัยใช่ไหมว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามีอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว มีวิธีการนับอายุครรภ์ทำได้อย่างไรบ้าง วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำบทความเกี่ยวกับประโยชน์ของบันทึกการตั้งครรภ์ การนับลูกดิ้น วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์มาฝากคุณแม่กัน

 

อย่างที่กล่าวไปว่าการบันทึกอายุครรภ์นั้น หลาย ๆ ท่านคงมีความสงสัยว่าควรจะนับอย่างไร จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจเข้าใจผิดอยู่ เพราะคุณแม่บางท่านอาจเข้าใจว่าการนับอายุครรภ์นั้น เริ่มจากการนับที่ประจำเดือนวันสุดท้าย

 

แท้จริงแล้วการนับอายุครรภ์เริ่มนับตั้งแต่วันแรกของการเป็นประจำเดือนครั้งสุดท้าย เช่น ประจำเดือนครั้งล่าสุดคือวันที่ 9 มกราคม วันแรกของรอบเดือนถัดไปจะอยู่ในช่วงวันที่ 6 – 12 กุมภาพันธ์ หากไม่มีประจำเดือนมาในวันดังกล่าว อาจเป็นไปได้ว่ามีโอกาสตั้งครรภ์ โดยวิธีการนับที่กล่าวมาอาจขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้หญิงแต่ละคน

 

โรงพยาบาลเปาโล ได้อธิบายถึงการนับอายุครรภ์ไว้ว่า โดยปกติแล้วอายุการตั้งครรภ์จนถึงวันคลอดจะอยู่ที่ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน โดยจะเริ่มนับจากวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายอย่างที่กล่าวไปด้านต้น (ไม่ใช่เริ่มนับจากวันสุดท้ายของการมีประจำเดือน) หรือนับจากวันที่ประจำเดือนถึงกำหนดจะมาแต่ไม่มา เช่น ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดวันที่ 1 มีนาคม และประจำเดือนหมดวันที่ 5 มีนาคม และกำหนดที่ประจำเดือนครั้งต่อไปควรจะมาอีกครั้งคือวันที่ 28 – 29 มีนาคม ดังนั้นประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มาคือวันที่ 1 มีนาคมนั่นเอง

 

ทางโรงพยาบาลเปาโลยังให้เทคนิคง่าย ๆ ในการคำนวณการคลอดไว้ดังต่อไปนี้ โดยอันดับแรกให้นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย แล้วบวกไปอีก 9 เดือน จากนั้นนับบวกต่อไปอีก 7 วัน เช่น วันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายคือวันที่ 1 มกราคม ก็ให้บวกไปอีก 9 เดือน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม จากนั้นนับบวกต่อไปอีก 7 วัน ก็จะได้กำหนดคลอดตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม หรือทำการนับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายย้อนหลังไป 3 เดือน และนับบวกต่อไปอีก 7 วัน เช่น วันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายของแม่ท้องคือวันที่ 1 มีนาคม ก็ให้นับย้อนหลังไปอีก 3 เดือน คือ กุมภาพันธ์ มกราคม และธันวาคม และนับบวกไปอีก 7 วัน กำหนดวันคลอดก็ จะตรงกับวันที่ 8 ธันวาคม เหมือนกับวิธีแรกนั่นเอง

 

คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่ทราบกำหนดการคลอด อย่าลืมนำเทคนิคดี ๆ จากโรงพยาบาลเปาโลไปใช้กัน และคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายอย่าลืมเข้ารับการฝากครรภ์และตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัด เนื่องจากการเข้าตรวจครรภ์ตามแพทย์นัดเป็นสิ่งที่ทำให้คุณแม่ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของลูกน้อยอย่างถี่ถ้วน ถูกต้อง และปลอดภัย

 

บันทึกการตั้งครรภ์

บันทึกการตั้งครรภ์

บันทึกการตั้งครรภ์

การบันทึกอายุครรภ์ไม่ได้มีการกำหนดวิธีตายตัว บางครั้งคุณแม่บางคนก็เลือกที่จะจดการเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ เหมือนไดอารี่ประจำวัน เช่น วันนี้ลูกดิ้นกี่ครั้ง ทานอาหารบำรุงลูกน้อยอะไรไปบ้าง ลูบท้องคุยกับลูกบ่อยแค่ไหน เพราะการจดบันทึกจะช่วยให้คุณแม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ชัดมากขึ้น นอกจากการนับอายุครรภ์แล้ว การจดบันทึกความเปลี่ยนแปลงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยให้คุณแม่สังเกตความผิดปกติของตัวเองได้

 

การจดบันทึกข้อมูลระหว่างการตั้งครรภ์

 

  • การเปลี่ยนแปลงของแม่-ลูก

การจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ในขณะตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะจดเกี่ยวกับน้ำหนักตัว เพื่อให้ได้ทราบว่าคุณแม่มีน้ำตัวเกินกว่ามาตราฐานที่ควรจะเป็นหรือไม่ เพราะน้ำหนักตัวของคุณแม่มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ในส่วนของการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยนั้นทุก ๆ ครั้งที่คุณแม่ไปพบแพทย์ คุณแม่อาจจะจดว่าการไปอัลตราซาวด์ในครั้งนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรของลูกน้อยในครรภ์บ้าง หรือจดคำอธิบายของคุณหมอว่าในขณะนี้ลูกน้อยกำลังพัฒนาอวัยวะส่วนใดบ้าง

 

  • การกระตุ้นพัฒนาการลูก

ในขั้นตอนนี้คุณแม่อาจจะจดคำแนะนำของคุณหมอว่า การกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ควรทำอย่างไรบ้าง หรือบางครั้งหากเจอแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้มาแนะนำวิธีกระตุ้นพัฒนาการลูกก็ควรจดไว้จะได้ไม่ลืม โดยการจดคุณแม่อาจจะจดจำนวนครั้งที่กิจกรรม หรือสิ่งนั้น ๆ ทำไปแล้วกี่ครั้งและอย่างไร จากนั้นปรึกษาคุณหมอว่าสิ่งที่ทำดีพอหรือไม่อย่างไร

 

  • โภชนาการสำหรับลูกน้อยในครรภ์

โภชนาการในช่วงตั้งครรภ์นั้นมีความสำคัญกับทั้งคุณแม่และลูกน้อยเป็นอย่างมาก คุณแม่อาจจะจดข้อมูลสำคัญจากคำแนะนำคุณหมอว่า สารอาหารใดที่เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับลูกน้อย เมนูไหนควรทานและให้ประโยชน์อย่างไรแก่ลูกน้อย เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยบางครั้งคุณแม่อาจจะจดเมนูอาหารที่นอกเหนือจากที่คุณแม่แนะนำเอาไว้ด้วย เพื่อนำไปปรึกษาว่าอาหารดังกล่าวจะส่งผลกระทบอะไรกับลูกน้อยหรือไม่ และที่สำคัญคุณแม่ต้องอย่าลืมดื่มน้ำเยอะ ๆ ในช่วงตั้งครรภ์ด้วยเช่นกัน

 

โภชนาการของคุณแม่นั้น นอกจากเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อย ก็ยังส่งผลดี ๆ ให้กับคุณแม่เสมอ  แต่จะต้องระวังในเรื่องของน้ำหนักตัวเป็นอย่างมาก เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ของคุณแม่นั้นส่งผลต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ด้วยเช่นกัน โดยน้ำหนักแรกเกิดของลูกน้อยเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของลูกน้อย

 

  • สิ่งที่คุณแม่มือใหม่ควรรู้

สิ่งที่คุณแม่ควรรู้ นอกจากจะเป็นโภชนาการต่าง ๆ แล้ว การจดบันทึกสิ่งที่คุณหมอให้คำแนะนำและอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยก็เป็นสิ่งสำคัญ อาหารชนิดใดจะเสริมสร้างลูกน้อยได้บ้าง และจะเสริมสร้างอย่างไร นอกจากนี้การออกกำลังกายที่ถูกต้องก็สำคัญเช่นกัน ในส่วนนี้สิ่งที่คุณแม่ต้องจดอาจจะเป็นคำแนะนำที่ควร และไม่ควรทำจากคุณหมอที่ดูแล เพื่อความปลอดภัยทั้งกับลูกน้อยและตัวคุณแม่เอง

 

  • สุขภาพรายวันของคุณแม่

อย่างที่กล่าวไปว่าทุก ๆ การกระทำของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์นั้นส่งผลถึงลูกน้อยในครรภ์ไม่มากก็น้อย ในเรื่องของสุขภาพนั้น คงเป็นเรื่องดีหากคุณแม่จดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และอาการแปลกต่าง ๆ ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต เพื่อนำข้อมูลตรงนี้ไปปรึกษาเพิ่มเติมกับคุณหมอ เพราะคุณแม่บางท่านอาจมีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยที่ไม่รู้ตัว ฉะนั้นการจดบันทึกพฤติกรรมและอาการของตัวเองขณะตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องจำเป็น

 

บันทึกการตั้งครรภ์

บันทึก การตั้งครรภ์

การนับลูกดิ้น

การนับลูกดิ้นเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญ เพราะการนับลูกดิ้นนั้นเป็นการทำให้คุณแม่ได้ทราบถึงสุขภาพ และความผิดปกติของลูกน้อยได้ครรภ์ได้ การดิ้นของลูกน้อยบ่งบอกสิ่งต่าง ๆ ให้กับคุณแม่เป็นอย่างมาก

 

โดยในกรณีที่ลูกน้อยไม่ดิ้น พญ.ธาริณี ลำลึก สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า การนับจำนวนการดิ้นของทารกในครรภ์นั้นสามารถบอกถึงสุขภาพ หรือความผิดปกติของลูกน้อยได้ โดยเมื่อไรก็ตามที่ลูกดิ้นน้อยลง อาจเกิดจากภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง และอยู่ในภาวะอันตราย อาจเกิดจากน้ำคร่ำน้อย หรือสายสะดือผูกเป็นปม โดยทารกจะดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้นเป็นเวลา 12 – 48 ชั่วโมงก่อนที่จะเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้น แนะนำว่าให้นับลูกดิ้นวันละ 1-2 ครั้ง โดยอาจะแบ่งเป็นเช้า 1 ครั้ง และเย็น 1 ครั้ง

คุณหมอยังแนะนำอีกว่า ให้คุณแม่เริ่มนับเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่ 3 โดยให้นับจากการที่ลูกน้อยในครรภ์กระแทกที่ครรภ์ 1 ครั้ง ให้นับเป็นลูกดิ้น 1 ครั้ง และลูกกระแทกอีก 1 ครั้ง ให้นับเป็น 2 ครั้ง โดยภายใน 1 ชั่วโมงจะต้องได้มากกว่า 4 ครั้งขึ้นไป ถ้าในชั่วโมงแรกไม่ถึง 4 ครั้ง เริ่มนับชั่วโมงที่ 2 และหากในชั่วโมงที่ 2 ก็ยังไม่ถึง 4 ครั้ง คุณแม่ต้องรีบมาโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยด่วน และที่สำคัญคุณหมอยังแนะนำอีกว่า ในการนับลูกดิ้นนั้นให้คุณแม่ใช้เวลาเดิมในการนับทุก ๆ วัน หรือถ้าไม่แน่ใจ และรู้สึกว่าทารกดิ้นน้อยลงให้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยในครรภ์

 

วิธีดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์

บันทึกการตั้งครรภ์

บันทึก การตั้งครรภ์

 

นอกจากการจดบันทึกเพื่อให้คุณแม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายขณะตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยในเรื่องของการดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์อีกด้วย เพราะการจดบันทึกนั้นจะช่วยให้คุณแม่ได้กลับมาดูว่า ในหนึ่งวันคุณแม่ทานอาหาร และดูแลตัวเองเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยอย่างไรบ้าง หรือขาดเหลือสิ่งใดที่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งบางครั้งการจดบันทึกดังกล่าวนั้นก็ช่วยทำให้คุณแม่ได้เห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายเรา โดยบางครั้งอาจจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ ฉะนั้นการจดบันทึกจึงเป็นสิ่งที่คุณแม่ควรให้ความสำคัญเช่นกัน

 

วันนี้เราจึงอยากนำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดมาฝากกัน หากคุณแม่พร้อมแล้วก็เตรียมตัวจดบันทึกข้อมูลดี ๆ จากแพทย์หญิงวันวิสาข์ ไชยขนะ สูติ-นรีเวช โรงพยาบาลรามคำแหงได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพได้เลย ดังนี้

 

ในเรื่องของอาหารบำรุงครรภ์ควรเป็นอาหารที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็ก เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์จะเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจางสูง หากมีอาการแน่นท้องให้ทานอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง เช่น น้ำขิง อีกทั้งน้ำขิงยังช่วยเร่งการผลิตน้ำนมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ในส่วนของผักผลไม้ โดยเฉพาะผักใบเขียว เพราะมีประโยชน์ให้ลูกน้อยเจริญเติบโตอย่างสมวัย และช่วยให้สุขภาพของคุณแม่แข็งแรงอีกด้วย

 

เมื่อพูดถึงอาหารเร่งน้ำนมคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ทาน แกงเลียง ยำหัวปลีและผัดขิง เป็นต้น ซึ่งถือเป็นเมนูที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านเคยได้ยินกันมาอยู่แล้วว่าเมนูดังกล่าวช่วยในเรื่องของน้ำนมนั่นเอง นอกจากนี้การเดิน การนั่ง การนอน คุณแม่จะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าการนอนคว่ำในช่วงไตรมาสแรกอาจไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก แต่เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ท้องเริ่มมีขนาดใหญ่ ท่านอนที่เหมาะสมที่สุดก็จะเป็นท่านอนตะแคงด้านซ้าย เพราะท่านอนนี้จะช่วยพยุงท้องได้ดี อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่หายใจได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

 

ในส่วนของการทานยา ไม่ว่าจะเป็นยาอะไรก็ตาม แนะนำให้คุณแม่ปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทุกครั้งเสมอ เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ ในเรื่องผิวพรรณของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่คุณแม่จะเจอปัญหาผิวแตกลายซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการที่ท้องคุณแม่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณหมอได้แนะให้ป้องกันโดยทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ ซึ่งช่วยลดรอยแตกลายได้บ้าง หากมีอาการอึดอัดหรือแน่นท้อง คุณแม่สามารถบรรเทาได้ด้วยการทานอาหารให้น้อยลง แต่แบ่งเป็นหลาย ๆ มืื้อ

 

สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การออกกำลังกายซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการออกกำลังกายส่งเสริมให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ แข็งแรงขึ้น และช่วยให้คุณแม่นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ท้องไม่ผูก และสิ่งที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นการพักผ่อน แนะนำให้คุณแม่พักผ่อนให้มากกว่าปกติ และควรได้พักผ่อนในช่วงกลางวันด้วย และต้องไม่ลืมใส่ใจในเรื่องของการแต่งกายด้วยเช่นกัน คุณแม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวม ไม่รัดรูป ปรับขนาดยกทรงให้พอเหมาะกับเต้านมที่เพิ่มขนาดขึ้น และใส่รองเท้าที่ไม่มีส้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม

 

 

Source : paolohospital phyathai ramkhamhaeng

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

10 เทคนิคแม่ท้องจิตใจแฮปปี้ ลูกในท้องก็แฮปปี้ กับ เทคนิคอารมณ์ดี

การนอนตะแคงซ้าย หญิงตั้งครรภ์ ในแต่ละไตรมาสสำคัญอย่างไรบ้าง

วัคซีนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

Khattiya Patsanan

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • บันทึกการตั้งครรภ์ สำหรับแม่ท้องมือใหม่ 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 8
แชร์ :
  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว