TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ต้องดูแล! 3 อาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยวัย 3 เดือน

บทความ 3 นาที
ต้องดูแล! 3 อาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยวัย 3 เดือน

หลัง 3 เดือนแรกผ่านไปคุณแม่มือใหม่คงเริ่มคุ้นชินกับการเลี้ยงเจ้าตัวน้อยได้แล้ว ทั้งการกินการนอนของลูกในวัย 3 เดือน รวมถึงเจ้าตัวน้อยเองก็เริ่มที่จะปรับตัวเองได้ดีขึ้นด้วย

คุณแม่กับลูกน้อยเริ่มที่จะรู้ใจกันมากขึ้นแล้ว ลูกในวัย 3 เดือน จะเริ่มกินเป็นเวลา ทารกบางคนกินนมตอนกลางคืนเหลือเพียงมื้อเดียวและเริ่มนอนยาวได้มากขึ้น คุณแม่จะสังเกตเห็นพัฒนาการของลูกที่เด่นชัดขึ้น เช่น ลูกชอบสนใจกับมือตัวเองเป็นพิเศษ เห็นได้จากการจ้องมองมือตัวเองบ่อย ๆ หรือเอามือเข้าปาก เพราะประสาทตาของลูกเริ่มจับภาพได้ดีขึ้น และมองเห็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเองมากที่สุดก็คือ มือของตัวเอง ดังนั้นเมื่อลูกเริ่มที่จะใช้มือปัดป่าย อม หยิบจับสิ่งของ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เหมาะสมกับลูกวัย 3 เดือนแล้ว ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยในวัยนี้ ที่คุณแม่ต้องคอยดูแลและเฝ้าระวัง

3 อาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยวัย 3 เดือน

#ติดหวัดง่าย

เด็กทารกในวัยบอบบางนยังมีภูมิต้านทานไม่สูงนัก หากคนในบ้านมีอาการเป็นหวัด เพียงแค่ไอ จาม คัดจมูกเล็กน้อย เมื่ออยู่ใกล้ลูกเล็กก็สามารถทำให้ทารกมีโอกาสที่จะติดหวัดได้สูง อาจเห็นน้ำมูกใส ๆ แล้วค่อย ๆ ข้นขึ้น และจะหายเป็นปกติ ถ้าลูกมีไข้ (ไข้ไม่สูงจะอยู่ที่ 37-37.6 องศาเซลเซียส) ให้ใช้วิธีการเช็ดตัว เพื่อระบายความร้อน และถ้าหากเป็นทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือร่างกายไม่แข็งแรงควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อมีคนในบ้านหรือพ่อแม่เป็นหวัด ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือห่างจากตัวลูกน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดหวัดได้ง่ายนะคะ

ลูกตาแฉะ

#ขี้ตาเยอะ

คุณแม่อาจจะสังเกตเห็นลูกมีขี้ตาบริเวณหางตาหรือหัวตา หรือมีน้ำตาคลอ ๆ ให้ลองดูว่าขนตาล่างพับเข้าไปด้านในลูกตาหรือเปล่า ซึ่งอาจเกิดจากพัฒนาการของร่างกาย เนื้อแก้มอาจจะดันขนตาเข้าไปข้างในตาได้ คุณแม่อาจจะพาลูกเพื่อให้คุณหมอช่วยดูหรือถอนขนตาออก แต่ถ้าลูกมีขี้ตาเยอะผิดปกติ บางรายถึงกับลืมตาไม่ขึ้น อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เยื่อตาอักเสบ หรืออาจเป็นอาการของท่อน้ำตาอุดตัน โดยอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้าง ภาวะนี้พบได้ประมาณ 30% ในเด็กทารก ผู้ป่วยส่วนมากมักหายได้เอง

Read : ลูกตาแฉะ ขี้ตาเยอะ อาจเป็นอาการท่อน้ำตาอุดตัน

อีกหนึ่งอาการที่อาจเกิดขึ้นได้กับลูกวัย 3 เดือน หน้าถัดไป>>

ลูกวัย 3 เดือน

#ตาเขหรือตาเหล่

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าตาดำของทารกเหมือนมองไม่ไปในทิศทางเดียวกัน เหล่เข้าหรือเหล่ออกบ้าง ตาสองข้างทำงานไม่สอดคล้องกัน ในช่วงนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะการทำงานของกล้ามเนื้อสายตายังไม่สมบูรณ์ดี ลูกอาจมองของสิ่งเดียวกันด้วยตาทั้ง 2 ข้างยังไม่ได้ เมื่อเกิน 3 เดือนขึ้นไปแล้ว ตาสองข้างเริ่มทำงานประสานกันได้ดี สามารถบังคับตาทั้งสองข้างให้มองไปในทิศทางของวัตถุที่สนใจได้แม่นยำขึ้น และลูกจะมองดีขึ้นเมื่ออายุ 6 เดือน แต่ถ้ายังพบอาการตาเหล่ ตาเขอยู่ ควรนำทารกไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษานะคะ

Read : ลูกตาเหล่ ลูกตาเข รักษาอย่างไร

นอกจากพัฒนาการตามวัยหรืออาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกวัย 3 เดือนนี้แล้ว สิ่งที่คุณแม่จะเสริมให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีและร่างกายแข็งแรงได้ คือการหมั่นเล่นกับลูกบ่อย ๆ พูดคุยกัน หรือการอุ้มลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้านในวันที่อากาศดี ๆ เพื่อช่วยทำให้หลอดลมของทารกแข็งแรงขึ้น เหมือนลูกน้อยได้ออกกำลังกายยืดเส้นยือสายไปด้วย และจะช่วยให้เจ้าตัวน้อยนอนหลับได้ดีในช่วงกลางคืนไม่ตื่นมากวนคุณแม่ด้วยนะ


Credit content: https://women.sanook.com/7273/

บทความอื่นที่น่าสนใจ :

จับตา..พัฒนาการผิดปกติของทารก 3 เดือนแรก

12 สัญญาณผิดปกติของลูกแรกเกิดที่ควรรีบพบแพทย์

บทความจากพันธมิตร
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
สมองไวตั้งแต่ขวบปีแรก แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน หัวใจสำคัญของการเรียนรู้ลูกรัก
S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
S-26 Gold 3 สูตรผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน การันตีด้วยรางวัลที่คุณแม่ไว้วางใจ
คัดมาให้แล้ว! นมผงสูตร 3 จาก 3 แบรนด์ดัง กล่องไหนมีสารอาหารที่น่าสนใจต่อพัฒนาการสมอง
คัดมาให้แล้ว! นมผงสูตร 3 จาก 3 แบรนด์ดัง กล่องไหนมีสารอาหารที่น่าสนใจต่อพัฒนาการสมอง
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว
PM 2.5 ตัวร้าย! คู่มือสู้ฝุ่นฉบับคุณแม่มือโปร พร้อมวิธีป้องกันลูกน้อยจากภูมิแพ้และภัยเงียบจิ๋ว

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Napatsakorn .R

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ต้องดูแล! 3 อาการที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยวัย 3 เดือน
แชร์ :
  • ทำไมเด็กถึงหัวเราะ? เบื้องหลังเสียงใสๆ ที่มีอะไรมากกว่าแค่ "ความสุข"

    ทำไมเด็กถึงหัวเราะ? เบื้องหลังเสียงใสๆ ที่มีอะไรมากกว่าแค่ "ความสุข"

  • วิจัยเผย! เด็กวัยหัดเดิน มีความสุขเมื่อได้เป็น "ผู้ให้" มากกว่า "ผู้รับ"

    วิจัยเผย! เด็กวัยหัดเดิน มีความสุขเมื่อได้เป็น "ผู้ให้" มากกว่า "ผู้รับ"

  • วิจัยชี้ เด็กที่กินนมจากอกแม่ มี "ทักษะการควบคุมตนเอง" ที่ดีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยอนุบาล

    วิจัยชี้ เด็กที่กินนมจากอกแม่ มี "ทักษะการควบคุมตนเอง" ที่ดีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยอนุบาล

  • ทำไมเด็กถึงหัวเราะ? เบื้องหลังเสียงใสๆ ที่มีอะไรมากกว่าแค่ "ความสุข"

    ทำไมเด็กถึงหัวเราะ? เบื้องหลังเสียงใสๆ ที่มีอะไรมากกว่าแค่ "ความสุข"

  • วิจัยเผย! เด็กวัยหัดเดิน มีความสุขเมื่อได้เป็น "ผู้ให้" มากกว่า "ผู้รับ"

    วิจัยเผย! เด็กวัยหัดเดิน มีความสุขเมื่อได้เป็น "ผู้ให้" มากกว่า "ผู้รับ"

  • วิจัยชี้ เด็กที่กินนมจากอกแม่ มี "ทักษะการควบคุมตนเอง" ที่ดีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยอนุบาล

    วิจัยชี้ เด็กที่กินนมจากอกแม่ มี "ทักษะการควบคุมตนเอง" ที่ดีกว่า เมื่อเข้าสู่วัยอนุบาล

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว