“ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ” 7 คำพูดของพ่อแม่ที่ (ไม่รู้ตัวว่า) ทำให้ลูกต่อต้าน และวิธีเปลี่ยนให้เวิร์ก

พ่อแม่พูดแบบนี้อยู่หรือเปล่า? 7 คำพูดสุดฮิต ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ พร้อมคำแนะนำจากจิตแพทย์เด็กถึงวิธีพูดใหม่ที่เวิร์กกว่า!

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในวันที่เหนื่อยล้า หรือเจอลูกที่เอาแต่ใจและดื้อไม่ฟังอะไรเลย คำพูดบางอย่างที่ดูเหมือนไม่รุนแรง กลับทำให้ลูกยิ่งต่อต้าน ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ ยิ่งไม่ให้ความร่วมมือ และถ้าพูดซ้ำบ่อย ๆ อาจกระทบต่อพัฒนาการทางอารมณ์และความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ในระยะยาว

คำพูดบางอย่างที่ดูเหมือนไม่รุนแรง กลับกระตุ้นให้เด็กต่อต้านโดยไม่รู้ตัว และเมื่อมันเกิดซ้ำ ๆ ทุกวัน ก็จะกลายเป็นพฤติกรรมฝังลึก ที่เรียกว่า “วงจรยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ” โดยไม่ตั้งใจเลยค่ะ

ปัญหาพฤติกรรม ดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง ส่วนใหญ่มักไม่ได้มาจากนิสัยของเด็ก แต่มาจาก วิธีที่พ่อแม่สื่อสารกับลูก มาดูกันค่ะว่า คำพูดแบบไหนที่พ่อแม่ ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ

 

ทำไมพ่อแม่ยิ่งพูด ลูกยิ่งดื้อ?

พฤติกรรมดื้อของเด็กไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่คือ ภาษาทางอารมณ์อย่างหนึ่งที่เขากำลังสื่อสารความไม่เข้าใจ ความต้องการ หรือการเรียกร้องความสนใจ หากพ่อแม่ไม่เข้าใจและใช้คำพูดแรง ๆ ซ้ำ ๆ ยิ่งกลายเป็นว่ายิ่งพูดลูกยิ่งดื้อเข้าไปใหญ่

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington, 2014) พบว่า เด็กอายุ 3-6 ปีมีแนวโน้มจะไม่ให้ความร่วมมือเมื่อได้รับคำสั่งเชิงลบหรือไม่มีเหตุผล มากถึง 67% เพราะเด็กวัยนี้ยังพัฒนาทักษะการควบคุมตนเอง (self-regulation) ไม่สมบูรณ์ และต้องการการชี้นำที่เข้าใจง่าย อบอุ่น และปลอดภัยจากพ่อแม่

 

7 คำพูดสุดฮิตของพ่อแม่ ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ

1. “แม่บอกแล้วใช่ไหม ห้ามทำ!”

คำพูดนี้เต็มไปด้วยความคาดหวังและแรงกดดัน เด็กที่ยังพัฒนาเรื่องการควบคุมตนเองจะรู้สึกเหมือนโดนตำหนิมากกว่าการแนะนำ และหากใช้บ่อย ๆ ก็จะเข้าสู่วงจร ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ เพราะรู้สึกว่าทุกคำพูดของแม่คือคำตำหนิ ไม่ใช่การเข้าใจ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

2. “อย่าดื้อได้ไหม!”

เมื่อพ่อแม่พูดแบบนี้ เด็กจะเริ่มตีความว่าตัวเองเป็น “เด็กดื้อ” จริง ๆ ซึ่งพอเขารู้สึกว่าเราไม่คาดหวังให้เขาเป็นอย่างอื่น เขาก็จะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกต่อไป นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ “การยอมรับตัวตนแบบดื้อ ๆ” เพราะรู้สึกว่าแม่เองก็ตัดสินเราไปแล้ว กลายเป็น ยิ่งพูดยิ่งดื้อ ยิ่งเตือนก็ยิ่งต่อต้าน

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

3. “จะเอาแบบนี้ใช่ไหม เดี๋ยวแม่ไม่รักนะ”

การใช้ความรักเป็นเครื่องมือควบคุมลูก ไม่ได้ช่วยให้เด็กเชื่อฟัง แต่กลับทำให้เขาไม่มั่นคงทางอารมณ์ เด็กที่กลัวจะเสียความรักของแม่ จะเริ่มต่อต้านหรือกลัวจนไม่กล้าแสดงออก ซึ่งระยะยาวส่งผลให้ ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ เพราะเขาไม่เชื่อใจความรักของเราแล้ว

 

4. “ทำไมถึงทำแบบนี้ ลูกคนอื่นเขายังไม่ทำเลย”

การเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำลายใจเด็กได้มากที่สุด แม้พ่อแม่จะตั้งใจดี แต่เด็กจะรับรู้ว่า “แม่ไม่เห็นค่าในตัวหนู” ความน้อยใจจะถูกกลบด้วยพฤติกรรมดื้อ ซึ่งสะสมไปเรื่อย ๆ และรู้สึกว่าแม่ไม่เข้าใจตัวตนที่แท้จริง

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

5. “รีบกินเดี๋ยวอด!” หรือ “เร็ว ๆ แม่ไม่มีเวลา!”

การเร่งเร้าทำให้เด็กเกิดแรงกดดันและต่อต้านโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องใช้เวลาในการประมวลคำสั่ง หากพ่อแม่พูดแบบเร่ง ๆ ซ้ำ ๆ จะยิ่งไปกระตุ้นสมองส่วน “Fight or Flight” ให้ต่อต้านโดยไม่รู้ตัว

 

6. “ไม่ต้องร้อง! เด็กดีไม่ร้องไห้”

คำพูดแบบนี้ทำให้เด็กรู้สึกว่า “อารมณ์ไม่ดีของหนูไม่ถูกยอมรับ” ซึ่งอันตรายมากในระยะยาว เพราะเด็กจะไม่เรียนรู้การจัดการอารมณ์ เมื่อเขาถูกกดอารมณ์ไว้บ่อย ๆ ก็อาจระเบิดออกเป็นพฤติกรรมรุนแรง เมื่อไหร่ก็ตามที่เขารู้สึกไม่สามารถพูดความรู้สึกกับพ่อแม่ได้

 

7. “แม่ไม่อยากคุยกับหนูแล้ว”

แม้จะพูดออกไปเพราะเหนื่อยใจ แต่สำหรับเด็กเล็ก คำนี้คือการ “ถูกทอดทิ้ง” ความรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่อยู่เคียงข้าง อาจทำให้เขาสร้างกำแพจและเลือกต่อต้านทุกอย่างที่เราพูด เพราะลึก ๆ แล้วเขารู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งถ้าคำพูดนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็จะทำให้ลูกยิ่งดื้อรุนแรงมากขึ้น

 

 

แล้วจะพูดยังไงให้ลูกฟัง? ไม่ต้องเสียงดัง ไม่ต้องขู่ลูก

  • เปลี่ยน “คำสั่ง” เป็น “คำเชิญชวน”

“อย่าเล่นน้ำอีกนะ” เปลี่ยนเป็น “เล่นน้ำเสร็จแล้ว เรามาเช็ดตัวให้แห้งกันนะคะ”

เมื่อเปลี่ยนโทนเสียงและคำพูดให้เป็นมิตร เด็กจะไม่รู้สึกต่อต้าน และพฤติกรรมดื้อ ก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • เทคนิคให้ลูกเลือกในกรอบที่เรากำหนด

“ลูกอยากเก็บของเล่นก่อน หรือแปรงฟันก่อนดีคะ?”

การให้ทางเลือกที่ปลอดภัยทำให้เด็กมีส่วนร่วม ไม่รู้สึกว่าถูกควบคุม จึงลดภาวะต่อต้านได้

 

  • รับฟังความรู้สึกลูกก่อนแก้พฤติกรรม

“หนูหงุดหงิดเพราะอยากเล่นต่อใช่ไหม แม่เข้าใจนะ”

“เราจะเล่นต่ออีก 5 นาที แล้วไปกินข้าวดีไหม?”

การเริ่มต้นจากความเข้าใจ จะช่วยให้ลูกเปิดรับคำพูดของเรา และไม่ต่อต้านอีกต่อไป

 

หยุดวงจร “ยิ่งพูดลูกยิ่งดื้อ” ด้วยการพูดใหม่ ฟังใหม่ และเข้าใจลูกมากขึ้น

พฤติกรรมของลูกคือกระจกสะท้อนคำพูดและอารมณ์ของพ่อแม่ในทุกวัน อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ ด้วยการเปลี่ยนวิธีพูด ฟังลูกด้วยใจ และเข้าใจพัฒนาการของเขา เพราะเด็กไม่ได้ “ดื้อ” เพื่อจะทำให้พ่อแม่เหนื่อย แต่เขา “ดื้อ” เพื่อบอกบางสิ่งที่เขายังพูดออกมาไม่เป็นต่างหาก

 

ที่มา : Yale Child Study Center , University of Washington , Harvard University , simplypsychology , Positive Discipline

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกดื้อมาก ไม่เชื่อฟัง ทำไงดี? เทคนิคปรับพฤติกรรมเด็กดื้อ อย่างเหมาะสม

10 วิธีเด็ดรับมือ วัยต่อต้าน ปราบลูกดื้อด้วยความเข้าใจ

หยุด! คำพูดทำร้ายจิตใจเด็ก คำพูดที่แม่คิดว่าล้อเล่น คือมีดที่กรีดใจลูกทุกวัน