hMPV ไวรัสร้ายคร่าชีวิตทารก โรค hMVP คืออะไร? อันตรายมากแค่ไหน?

จะมีไวรัสประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า ไวรัส Neonates ซึ่งมักจะจู่โจมเฉพาะเด็กเท่านั้น ไวรัส hMPV ก็เป็นหนึ่งในนั้น

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “ไวรัส hMPV” ผ่านข่าวหรือโซเชียลมีเดีย แล้วรู้สึกกังวลใจว่าจะเป็นอันตรายกับลูกน้อยหรือไม่ ไวรัส hMPV แม้จะฟังดูใหม่ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเชื้อที่มีมานานหลายสิบปี และมักจะระบาดช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย โดยเฉพาะปลายฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาวค่ะ บทความนี้ theAsianparent รวบรวมข้อมูลมาสรุปให้คุณแม่เข้าใจง่าย ๆ ว่าไวรัส hMPV คืออะไร อาการเป็นอย่างไร กลุ่มไหนเสี่ยงอาการรุนแรง และจะดูแลป้องกันลูกน้อยได้อย่างไรบ้างค่ะ

 

สรุปสั้นๆ

ไวรัส hMPV (Human Metapneumovirus) เป็นไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจที่พบมานานแล้ว ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่และไม่เกี่ยวข้องกับโควิด 19 อาการหลักคือ ไข้ ไอ คัดจมูก และหายใจลำบาก คล้ายไข้หวัดหรือ RSV เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วง 6-12 เดือน มีความเสี่ยงอาการรุนแรงมากที่สุด ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ หากลูกป่วย 1-2 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ร่วมกับหายใจลำบาก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที ส่วนการป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดคือ ล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัยในที่แออัด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยค่ะ

 

hMPVไวรัสร้ายค ร่าชีวิตทารก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเกี่ยวกับไวรัส hMPV

Q: ไวรัส hMPV คืออะไร อันตรายไหม 

A: เป็นไวรัสก่อโรคทางเดินหายใจในตระกูลเดียวกับ RSV ส่วนใหญ่ทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้ค่ะ

Q: ไวรัส hMPV ต่างจาก RSV และไข้หวัดใหญ่อย่างไร 

A: เป็นคนละไวรัสกัน แต่มีอาการคล้ายกันมากจนแยกได้ยากจากอาการโดยเฉพาะกับเชื้อ RSV ต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันชนิดเชื้อค่ะ

Q: ไวรัส hMPV ติดต่อกันได้อย่างไร 

A: ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม การสัมผัสใกล้ชิด หรือสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วมาสัมผัสตา จมูก ปากค่ะ

Q: ลูกติดเชื้อ hMPV ต้องกินยาต้านไวรัสไหม 

A: ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับ hMPV การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ลดไข้ ให้สารน้ำ พักผ่อน และติดตามอาการหายใจอย่างใกล้ชิดค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

Q: ลูกเป็น hMPV แล้วจะเป็นซ้ำได้อีกไหม 

A: ได้ค่ะ ร่างกายสามารถติดเชื้อซ้ำได้ตลอดชีวิต แต่โดยทั่วไปการติดเชื้อครั้งหลัง ๆ มักมีอาการไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

 

hMPVไวรัสร้าย คร่าชีวิตทารก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ไวรัส hMPV คืออะไร ต่างจาก RSV และไข้หวัดใหญ่อย่างไร

ไวรัส hMPV หรือ Human Metapneumovirus เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว อยู่ในตระกูล Pneumoviridae เดียวกับไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2001 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่จากการศึกษาย้อนหลังพบว่าไวรัสชนิดนี้แพร่ระบาดในมนุษย์มานานกว่า 50 ปีแล้ว จึงไม่ใช่โรคอุบัติใหม่และไม่เกี่ยวข้องกับเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด ตามที่กรมควบคุมโรคได้ออกมาชี้แจงไว้ค่ะ

จุดที่คุณแม่มักสับสนคือ ไวรัส hMPV มีอาการคล้ายกับ RSV และไข้หวัดใหญ่มาก จนแพทย์เองก็ไม่สามารถแยกชนิดเชื้อจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ ต้องอาศัยการตรวจ PCR หรือ Viral antigen ทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยัน ตารางด้านล่างนี้สรุปความแตกต่างเบื้องต้นให้คุณแม่เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

ไวรัส hMPV

RSV

ไข้หวัดใหญ่

อาการเด่น ไข้ ไอ คัดจมูก หายใจลำบาก ไอ มีเสมหะ หายใจมีเสียงหวีด ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดเมื่อยตัว
กลุ่มเสี่ยงรุนแรง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เด็กเล็กโดยเฉพาะทารก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันนต่ำ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ
วัคซีนป้องกัน ยังไม่มี มีในบางกลุ่มเสี่ยง มี (ฉีดประจำปี)
ยาต้านไวรัสเฉพาะ ยังไม่มี มีในบางกรณี มี

*หมายเหตุ: ข้อมูลเปรียบเทียบกลุ่มไวรัสและอาการเด่นอ้างอิงจากฐานข้อมูลของ CDC และ WHO ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงวิชาการสากล อาการจริงในผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันไป ควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยยืนยันชนิดเชื้อค่ะ

อาการของไวรัส hMPV ในเด็กเป็นอย่างไร

ตามข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรคของไทย อาการของไวรัส hMPV ที่พบได้บ่อยในเด็ก มีดังนี้ค่ะ

  • ไข้
  • ไอ
  • คัดจมูก มีน้ำมูก
  • หายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงหวีด
  • เจ็บคอ
  • ในบางรายอาจไม่มีอาการเลย

ในเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่ในบางรายอาการอาจลุกลามไปสู่การอักเสบของหลอดลมฝอย (bronchiolitis) หรือปอดอักเสบ (pneumonia) ได้ ซึ่งราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ระบุว่าในทารก ไวรัส hMPV เป็นสาเหตุสำคัญอันดับต้น ๆ ของโรคหลอดลมฝอยอักเสบ และยังอาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบ โรคครูป และการติดเชื้อหูชั้นกลางเฉียบพลันได้ด้วยค่ะ

 

hMPVไวรัสร้ายคร่าชีวิตทารก

ไวรัส hMPV ติดต่อกันได้อย่างไร ระยะฟักตัวกี่วัน

ไวรัส hMPV แพร่กระจายในลักษณะเดียวกับไวรัสไข้หวัดทั่วไป ได้แก่

  1. ละอองฝอยจากการไอ จาม ของผู้ติดเชื้อ
  2. การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น การกอด จูบ หรือใช้ของร่วมกัน
  3. การสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก

กรมควบคุมโรคระบุว่าระยะฟักตัวของเชื้ออยู่ที่ประมาณ 3-6 วัน หลังจากได้รับเชื้อ โดยผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ก่อนแสดงอาการไปจนถึงช่วงที่มีอาการอยู่ ไวรัสชนิดนี้พบผู้ป่วยได้ประปรายตลอดทั้งปี แต่จะพบมากขึ้นในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องถึงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่โรคติดต่อทางเดินหายใจโดยรวมมีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้นค่ะ

 

เด็กกลุ่มไหนเสี่ยงอาการรุนแรงจากไวรัส hMPV

แม้ไวรัส hMPV จะติดเชื้อได้ในคนทุกวัย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงจะมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น ตามข้อมูลของ Mayo Clinic และกรมควบคุมโรค ได้แก่

  • เด็กเล็ก โดยเฉพาะทารกช่วงอายุ 6-12 เดือน ซึ่งเป็นช่วงอายุที่พบอัตราการนอนโรงพยาบาลจากไวรัส hMPV สูงสุด
  • เด็กที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดหรือหัวใจ เช่น หอบหืด
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคเรื้อรัง

ข้อมูลจาก WebMD ระบุว่า การติดเชื้อไวรัส hMPV คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5-10% ของการนอนโรงพยาบาลในเด็กที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ และในจำนวนนี้ราว 16% อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ ส่วนงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติประเมินว่า ทั่วโลกมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีป่วยด้วยการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างเฉียบพลันที่สัมพันธ์กับไวรัส hMPV ราว 14.2 ล้านรายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 16,100 รายต่อปีในกลุ่มอายุนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

*หมายเหตุเพื่อความโปร่งใส: ตัวเลขภาระโรคทั่วโลก (14.2 ล้านราย และผู้เสียชีวิต 16,100 ราย) เป็นข้อมูลจากการประมาณการระดับโลกโดยนักวิจัยนานาชาติ ครอบคลุมหลายประเทศทั่วโลก ไม่ใช่ตัวเลขเฉพาะของประเทศไทย จึงควรใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเชิงภาพรวมเท่านั้นค่ะ

 

hMPVไวรัสร้ายค ร่าชีวิตทารก

วิธีดูแลลูกเมื่อติดเชื้อไวรัส hMPV ที่บ้าน

เนื่องจากยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับ hMPV การดูแลลูกที่บ้านจึงเน้นการรักษาตามอาการ โดยอ้างอิงแนวทางจาก Cleveland Clinic และ CDC ดังนี้ค่ะ

  • ให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ให้ดื่มน้ำหรือนมมากขึ้นเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ใช้ยาลดไข้ตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร เช่น พาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว
  • ใช้น้ำเกลือล้างจมูกหรือดูดน้ำมูกในเด็กเล็กที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้
  • เพิ่มความชื้นในอากาศ เช่น เปิดเครื่องทำความชื้น เพื่อช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
  • แยกของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า เพื่อลดการแพร่เชื้อในบ้าน
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลักษณะการหายใจและระดับความรู้สึกตัว

จะป้องกันไวรัส hMPV ให้ลูกได้อย่างไร

ปัจจุบันไวรัส hMPV ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน วิธีป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดจึงเป็นการป้องกันแบบเดียวกับโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่น ๆ ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคและองค์การอนามัยโลก ได้แก่

  • ล้างมือให้ลูกและตัวเองบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์
  • สอนลูกไม่ให้เอามือสัมผัสหน้า ตา จมูก โดยไม่จำเป็น
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัดหรือระบายอากาศไม่ดี
  • หลีกเลี่ยงการพาลูกไปในที่แออัดช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ
  • หากลูกหรือคนในบ้านป่วย ให้หยุดพักที่บ้านเพื่อลดการแพร่เชื้อสู่คนอื่น
  • ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยเป็นประจำ
  • ดูแลให้ลูกพักผ่อนเพียงพอและรับประทานอาหารครบถ้วน เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย

 

hMPVไวรัสร้า ยคร่าชีวิตทารก

ลูกมีอาการแบบไหน ต้องรีบพาไปพบแพทย์

กรมควบคุมโรคแนะนำว่า หากลูกป่วยแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ร่วมกับมีอาการหายใจลำบาก ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ คุณแม่ควรสังเกตสัญญาณอันตรายต่อไปนี้ 

  • ลูกหายใจเร็ว หายใจแรง หรือหายใจมีเสียงหวีดชัดเจน
  • ริมฝีปากหรือปลายมือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ
  • ไข้สูงต่อเนื่องไม่ลดลง
  • ทารกกินนมหรือกินอาหารได้น้อยลงชัดเจน ซึมลง ไม่ค่อยตอบสนอง
  • อาการไอหรือหายใจลำบากไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์

หากลูกมีอาการเหล่านี้ ควรพาไปพบแพทย์โดยไม่รอช้า เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ

โดยสรุปแล้ว ไวรัส hMPV เป็นไวรัสทางเดินหายใจที่พบมานานแล้ว ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ อาการส่วนใหญ่ในเด็กจะคล้ายไข้หวัดธรรมดาและหายได้เอง แต่หากลูกอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วง 6-12 เดือน หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอดและหัวใจ ควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ หากลูกมีไข้ ไอ หายใจลำบากแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หรือมีสัญญาณอันตราย เช่น หายใจเร็ว ริมฝีปากเขียวคล้ำ ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันทีค่ะ ส่วนวิธีป้องกันที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการรักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้ลูกน้อยค่ะ

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ

กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมควบคุมโรค เผยไวรัส hMPV ไม่ใช่โรคใหม่ จากการเฝ้าระวังยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  2. About Human Metapneumovirus, Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
  3. Human metapneumovirus (HMPV) infection, World Health Organization (WHO)
  4. Human metapneumovirus (HMPV): Symptoms and prevention, Mayo Clinic 
  5. Human Metapneumovirus (HMPV): Symptoms & Treatment, Cleveland Clinic
  6. Human Metapneumovirus (HMPV): Symptoms, Treatment and Risks, WebMD
  7. Global burden of acute lower respiratory infection associated with human metapneumovirus in children under 5 years in 2018: a systematic review and modelling study, PMC/NCBI
  8. Epidemiological and phylogenetic characteristics of human metapneumovirus in Beijing, China, 2014–2024, PMC/NCBI
  9. Human Metapneumovirus, Red Book: 2021–2024 Report of the Committee on Infectious Diseases, American Academy of Pediatrics (AAP)
  10. โรงพยาบาลวิมุต

 

บทความอัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

โพรไบโอติก เคล็ดลับดูแลสุขภาพลูกน้อยที่เป็น โรคภูมิแพ้ ป้องกันโรคติดเชื้อในโรงเรียน

โรคที่ทารกชอบเป็น ป่วยต้องดูอาการให้ดี บางอาการอาจจะอันตรายกว่าที่คิด

ระดับน้ำตาลสูงในระหว่างการตั้งครรภ์อาจนำไปสู่ โรคอ้วนในวัยเด็ก