วิจัยเผย! เด็กวัยหัดเดิน มีความสุขเมื่อได้เป็น "ผู้ให้" มากกว่า "ผู้รับ"

งานวิจัยใหม่ พบว่าเด็กๆ มีความสุขจากการให้มากกว่าการรับ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมของเด็ก และสร้างนิสัยเลี้ยงลูกให้ใจดีตั้งแต่วัยเยาว์

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในฐานะพ่อแม่ หลายครั้งที่เราพยายามสอนเรื่อง การแบ่งปันในเด็ก เพราะอยากให้ลูกเติบโตมาเป็นคนมีน้ำใจ แต่คุณทราบไหมคะว่าแท้จริงแล้ว เด็กวัยหัดเดิน มีสัญชาตญาณของการเป็นผู้ให้อยู่ในตัวโดยธรรมชาติ งานวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมเด็กวัยหัดเดิน ในช่วงอายุไม่ถึง 2 ขวบนั้น สามารถรับรู้ถึง ความสุขจากการให้ ด้วยการแบ่งปันขนม โดยเด็กๆ จะยิ้มและแสดงความกระตือรือร้นออกมามากกว่าตอนที่เป็นฝ่ายได้รับขนมเสียอีก ซึ่งข้อมูลนี้จะช่วยให้เราเข้าใจ จิตวิทยาเด็กเล็ก และรู้วิธีการ เลี้ยงลูกให้ใจดี ได้อย่างถูกจุดค่ะ

เปิดงานวิจัย เมื่อการให้คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ของเด็กเล็ก

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารระดับโลกอย่าง Developmental Science ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ การแบ่งปันในเด็ก เพื่อค้นหาต้นกำเนิดของความเอื้อเฟื้อในมนุษย์ โดยทีมวิจัยนำโดย เอนดา ตัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย ได้ทำการสังเกตกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็น เด็กวัยหัดเดิน จำนวน 134 คน ที่มีอายุระหว่าง 16-23 เดือน

ผลการศึกษาพบหลักฐานที่ชัดเจนว่า พฤติกรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (Prosocial behavior) หรือการทำสิ่งดีๆ เพื่อผู้อื่น เป็นสิ่งที่ให้รางวัลทางอารมณ์แก่จิตใจมนุษย์มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของชีวิต เด็กวัยหัดเดิน ไม่ได้แค่แบ่งปันเพราะถูกสั่ง แต่พวกเขาทำเพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกดีจริงๆ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของ พัฒนาการทางสังคมของเด็ก ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพในอนาคต

ทำไมการให้ถึงทำให้ลูกมีความสุข? รู้จักกับปรากฏการณ์ Warm Glow

นักจิตวิทยาใช้คำเรียกความรู้สึกอิ่มเอมใจนี้ว่า “Warm Glow ในเด็ก” หรือความรู้สึกอบอุ่นใจที่เกิดขึ้นเมื่อเราได้ช่วยเหลือผู้อื่น ทีมวิจัยพบว่าวงจรความสุขนี้เกิดขึ้นในสมองของเด็กวัยหัดเดิน ทันทีที่เขาได้เป็นฝ่ายส่งมอบสิ่งของให้ผู้อื่น

ความน่าสนใจของงานวิจัยนี้คือ การเปรียบเทียบระหว่าง “การให้ที่ต้องเสียสละ” กับ “การให้ที่ไม่มีต้นทุน”

  • การให้ที่ต้องเสียสละ: เมื่อเด็กถูกขอให้แบ่งขนมของตัวเองให้ตุ๊กตาลิง พวกเขาแสดงความสุขในระดับที่สูงมาก
  • การให้โดยไม่ต้องเสียสละ: แม้จะเป็นการหยิบขนมที่คนอื่นเตรียมไว้ให้ส่งต่อให้ลิง เด็กวัยหัดเดินก็ยังมีความสุขมากกว่าการนั่งดูเฉยๆ

สิ่งนี้พิสูจน์ว่า พฤติกรรมเด็กวัยหัดเดิน นั้นถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจภายใน ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามคำสั่งเพื่อให้ผู้ใหญ่ชม (Social Compliance) แต่เป็นเพราะการได้ลงมือทำด้วยตัวเอง (Active Giving) คือบ่อเกิดของความสุขที่แท้จริง

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เจาะลึกพฤติกรรม การแบ่งปันคือสัญชาตญาณ ไม่ใช่การเลียนแบบ

หลายคนอาจสงสัยว่าที่ลูกยิ้มตอนให้ขนม เป็นเพราะลูกยิ้มตามตุ๊กตาหรือคนรอบข้างหรือเปล่า? ในด้าน จิตวิทยาเด็กเล็ก ทีมวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ทางสถิติอย่างละเอียดและพบว่า ความสุขของเด็กวัยหัดเดิน ไม่ได้สะท้อนมาจากปฏิกิริยาของหุ่นเชิดหรือบุคคลที่ได้รับขนมเพียงอย่างเดียว แต่มันเป็นความสุขที่เกิดจากการได้ทำความดี โดยตรง

นี่คือข้อมูลที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า พัฒนาการทางสังคมของเด็ก ในวัยเตาะแตะนั้นมีความพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการเลี้ยงลูกให้ใจดี นั้นเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับธรรมชาติของพวกเขาอยู่แล้ว

6 วิธีส่งเสริม “เด็กวัยหัดเดิน” ให้เป็นผู้ให้ที่มีความสุข

จากข้อมูลในงานวิจัย เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเลี้ยงลูกที่บ้านได้ดังนี้ค่ะ

  1. สร้างโอกาสในการแบ่งปัน: ในชีวิตประจำวัน ลองขอให้ ลูกช่วยแบ่งขนมให้คุณพ่อ หรือแบ่งของเล่นให้พี่น้อง เพื่อให้เขาได้สัมผัสกับความสุขจากการให้บ่อยๆ
  2. ให้ลูกได้ลงมือทำด้วยตัวเอง: แทนที่คุณแม่จะเป็นคนยื่นของบริจาคให้คนอื่น ลองส่งของชิ้นนั้นให้ เด็กวัยหัดเดิน เป็นผู้ส่งมอบด้วยมือของเขาเอง เพื่อกระตุ้นความรู้สึก Warm Glow ในเด็ก
  3. ชื่นชมที่ความพยายามและความรู้สึก: เมื่อลูกแบ่งปัน แทนที่จะชมแค่ว่า “เก่งมาก” ลองพูดถึงความรู้สึกของลูก เช่น “เห็นไหมคะ เพื่อนยิ้มกว้างเลย หนูแบ่งขนมแล้วหนูรู้สึกดีใช่ไหมลูก?”
  4. เป็นแบบอย่างที่ดี: พฤติกรรมเด็กวัยหัดเดิน มักเกิดจากการสังเกต การที่ลูกเห็นพ่อแม่มี พฤติกรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นเป็นประจำ จะช่วยซึมซับให้เขารู้สึกว่าการให้เป็นเรื่องปกติและน่ายินดี
  5. ไม่บังคับแต่ใช้การจูงใจ: หากลูกยังไม่พร้อมแบ่งปันในบางครั้ง ไม่ควรดุหรือบังคับ เพราะจะทำให้เขารู้สึกลบกับการให้ ควรใช้การเบี่ยงเบนความสนใจและรอจังหวะที่เขาสบายใจ
  6. เข้าใจพัฒนาการตามวัย: คุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจว่า เด็กวัยหัดเดินบางช่วงอาจจะมีพฤติกรรมหวงของ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของวัย การค่อยๆ ฝึกฝนจะช่วยให้เขาก้าวข้ามผ่านและเรียนรู้ความสุขของการแบ่งปันได้ในที่สุด

ทริคเล็กๆ สำหรับคุณแม่

แม้ว่าเด็กวัยหัดเดินจะมีสัญชาตญาณของการเป็นผู้ให้ (Warm Glow) ตามที่งานวิจัยค้นพบ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็มีสัญชาตญาณการรักษาอาณาเขต (หวงของ) ไปพร้อมๆ กันค่ะ หากลูกแสดงอาการไม่อยากแบ่งปัน ลองใช้เทคนิคต่อไปนี้

  • อย่าบังคับ: การบังคับให้แบ่งจะทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย

  • ใช้การแลกเปลี่ยน: “ถ้าหนูให้เพื่อนลองจับอันนี้ เพื่อนจะให้อันนั้นหนูดูนะ”

    Loading...
    You got lucky! We have no ad to show to you!
    ติดต่อโฆษณา
  • เตรียมตัวก่อนเจอเพื่อน: หากจะมีเพื่อนมาบ้าน ให้เก็บของเล่นชิ้นโปรดที่สุดของลูกไว้ก่อน แล้วเหลือไว้เฉพาะชิ้นที่ลูก “อนุญาต” ให้เพื่อนเล่นได้

การหวงของเป็นเพียงทางผ่านของพัฒนาการ เมื่อเขาอายุเข้าใกล้ 4-5 ปี และเริ่มเข้าใจเรื่องการรอคอยรวมถึงมิตรภาพมากขึ้น พฤติกรรมนี้จะค่อยๆ หายไปเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ในอนาคตจะยังต้องศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มวัฒนธรรมที่หลากหลายขึ้น หรือใช้เครื่องมือวัดทางชีวภาพ เช่น การวัดรูม่านตาเพื่อดูการตอบสนองที่ชัดเจนขึ้น แต่สิ่งที่เราเรียนรู้ได้ทันทีคือ เด็กวัยหัดเดินนั้นมีความสามารถในการส่งต่อความสุขที่ยิ่งใหญ่ และหน้าที่ของเราคือการทะนุถนอมหัวใจที่งดงามนั้นให้เติบโตอย่างมั่นคงค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

theAsianparent เชื่อว่าการเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นของครอบครัวที่อบอุ่น มาร่วมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันไปพร้อมกันนะคะ!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รับมือ พฤติกรรมดื้อรั้นในวัยเด็ก ลูกดื้อ ซน เอาแต่ใจ ด้วย 5 เทคนิคจิตวิทยา

เด็กยุค AI ฉลาด…แต่ รับมือโลกจริงไหวไหม? หมอแนะวิธีเลี้ยงลูกให้แกร่ง

เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! ‘ฟินแลนด์โมเดล’ เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

 

อ้างอิง:

  • PsyPost: Toddlers are happier giving treats to others than receiving them, study finds
  • Developmental Science (Enda Tan, et al.): Toddlers Are Happier Giving to Others Than to Themselves
Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา