ท้องนี้ควรหนักเท่าไหร่? อยากให้พอดีต้องมีตัวช่วย

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คุณแม่มือใหม่ ในช่วงไตรมาสแรก อาจจะต้องเผชิญ กับอาการ “แพ้ท้อง” ที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และไม่อยากอาหารเลย บางครั้งแค่ดื่มน้ำก็รู้สึกคลื่นไส้แล้ว ส่งผลให้คุณแม่บางคน น้ำหนักไม่เพิ่มหรือลดลงกว่าก่อนตั้งครรภ์ และเมื่อหายจากอาการแพ้ท้องแล้ว คุณแม่เกือบจะทุกคน ก็จะเริ่มกินอาหารมากขึ้น โดยให้เหตุผลว่า “กินเผื่อลูก” โดยเพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่ได้คำนึงถึงภาวะโภชนาการที่ถูกต้อง กินมากไป กินอาหารหวานจัด มันจัด ไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย การกินอาหารที่ไม่เหมาะสมนี้ อาจมีผลกระทบต่อทั้งสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยได้

การเลือกรับประทานอาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม คุณแม่จึงควรกลับมาปรับพฤติกรรมการกินเสียใหม่ เพราะสิ่งที่ถูกต้อง คือ เน้นที่ “คุณภาพของอาหารที่กิน” มากกว่า “ปริมาณ”

แม่น้ำหนักพอดี หนูก็สุขภาพดี

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นขณะตั้งครรภ์ บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้ การเพิ่มน้ำหนักของคุณแม่จึงจำเป็นต้องเพิ่มไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะหากน้ำหนักคุณแม่เพิ่มน้อยเกินไประหว่างการตั้งครรภ์ ทารกที่เกิดมาจะมีน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำ ตัวเล็กผิดปกติได้ ในทางกลับกัน หากน้ำหนักคุณแม่เพิ่มมากเกินไป จะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์ (Gestation Diabetes – GDM) โรคความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์  หรือเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ  เสี่ยงต่อการแท้งบุตร  ทารกตัวโต เสี่ยงต่อการใช้เวลาในการคลอดนานขึ้น และมีโอกาสคลอดโดยการผ่าตัดสูงขึ้นด้วย

 

น้ำหนักควรเพิ่มเท่าไหร่ ในระหว่างตั้งครรภ์

เราเข้าใจดีว่าคุณแม่แต่ละคนมีรูปร่างที่ต่างกันก่อนตั้งครรภ์ ดังนั้นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ก็มีเกณฑ์ที่ต่างกันไปด้วย แต่จะเพิ่มเท่าไหร่นั้น เราจะใช้ค่า BMI หรือ Body Mass Index เพื่อบ่งชี้สถานะของน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ โดยนำน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (หน่วยเป็นเมตร) ยกกำลังสอง

 

88

จะได้ค่าระดับ BMI ออกมา   ซึ่งค่า BMI แบ่งเป็น 4 ระดับ  ดังนี้

ตาราง

คุณแม่ท้องหากได้รับโภชนาการที่ดีตลอดการตั้งครรภ์จะช่วยให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ที่เหมาะสม และมีสุขภาพที่ดี  ซึ่งก็จะส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์มีสุขภาพและการเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมบูรณ์ด้วยเช่นกัน   

 

ฉะนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลโภชนาการช่วงแรกของชีวิตกันด้วย  Today for Tomorrow แอปพลิเคชั่น ตัวช่วยใหม่  เพื่อนเคียงข้างคุณแม่เพื่อช่วยวางรากฐานชีวิตสู่อนาคตที่เป็นต่อของลูกรักในทุกช่วงวัย นับตั้งแต่ คุณแม่ตั้งครรภ์ ไปจนถึงลูกวัย 5 ปี ให้ทุกนาทีที่คุณแม่ทุ่มเทเพื่อลูกรัก คือเส้นทางสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ด้วยหลากหลายฟังก์ชั่น อาทิ

 

  • บันทึกน้ำหนัก พร้อมให้คำแนะนำเรื่องน้ำหนักช่วยให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องภาวะน้ำหนักเกิน หรือน้ำหนักไม่เป็นไปตามเกณฑ์
  • นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการดูแลเรื่องโภชนาการที่เหมาะสม ตลอดจนโภชนาการระหว่างตั้งครรภ์ในแต่ละไตรมาส
  • เทคนิคต่างๆ เกร็ดความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตั้งครรภ์ จนถึงการคลอด และคำแนะนำพิเศษ

โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ทั้งใน App store และ Play Store ที่  https://goo.gl/ihIzlX

 

เราขอเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เดินเคียงข้างคุณแม่สู่จุดหมายนั้นอย่างมั่นใจ  เพราะอนาคตต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

การตั้งครรภ์ ข้อควรระวังของการตั้งครรภ์​ สัญญาณและอาการของการตั้งครรภ์ สุขภาพของแม่ท้อง เตรียมตัวเป็นแม่ โภชนาการระหว่างตั้งครรภ์​