TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

คนท้องนอนไม่หลับ ควรนอนต่อไหม? หรือควรทำอะไรดี?

บทความ 5 นาที
คนท้องนอนไม่หลับ ควรนอนต่อไหม? หรือควรทำอะไรดี?

"คนท้องนอนไม่หลับ" อาจเป็นอุปสรรคต่อการพักผ่อนที่ร่างกายต้องการอย่างมาก มาสำรวจถึงสาเหตุและแนวทางการจัดการเบื้องต้นกับภาวะนี้กัน

อาการ “คนท้องนอนไม่หลับ” เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่าน การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น เมื่อเกิดภาวะนอนไม่หลับ คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรนอนต่อไปหรือไม่?” theAsianparent มีคำแนะนำในการจัดการเมื่อการนอนหลับไม่เป็นไปตามที่ต้องการของคุณแม่

 

คนท้องนอนไม่หลับ เกิดจากสาเหตุใด ?

คนท้องนอนไม่หลับ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งมีปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับของคุณแม่ โดยสามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุหลักๆ ได้ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย: การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์เป็นปัจจัยสำคัญที่รบกวนการนอนหลับ ได้แก่

  • มดลูกขยายใหญ่ขึ้น: เมื่อมดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้น จะไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้คุณแม่รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยและต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
  • รู้สึกอึดอัด หายใจลำบาก: ขนาดครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นอาจกดทับปอด ทำให้หายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะเวลานอนราบ และการนอนตะแคงในท่าที่ไม่ถนัดก็อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัว
  • มีอาการกรดไหลย้อน: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการขยายตัวของมดลูกอาจส่งผลให้หูรูดหลอดอาหารคลายตัว กรดในกระเพาะอาหารจึงไหลย้อนขึ้นมา ทำให้แสบร้อนกลางอกและนอนไม่หลับ
  • ปวดหลัง ปวดขา เป็นตะคริว: น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหลังและขา รวมถึงอาการตะคริวที่มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืน
  • อาการอื่นๆ: นอกจากนี้ อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการไม่สบายตัวอื่นๆ ในช่วงตั้งครรภ์ก็สามารถรบกวนการนอนหลับได้

2. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในระหว่างตั้งครรภ์มีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย รวมถึงการนอนหลับ

  • ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนสูงขึ้น: ฮอร์โมนเหล่านี้มีผลต่อระบบประสาทและอารมณ์ ทำให้คุณแม่รู้สึกอ่อนเพลียและง่วงซึมในตอนกลางวัน แต่กลับนอนหลับได้ยากในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนยังอาจส่งผลต่อการหายใจขณะหลับได้ด้วย

3. ความเครียดและวิตกกังวล: การตั้งครรภ์เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตของคุณแม่ ซึ่งอาจนำมาซึ่งความกังวลและความเครียดในหลายด้าน

  • กังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย: ความห่วงใยในสุขภาพและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เป็นสิ่งที่ทำให้คุณแม่หลายท่านนอนไม่หลับ
  • กังวลเกี่ยวกับการคลอดลูก: ความกลัวและความกังวลเกี่ยวกับการเจ็บครรภ์และการคลอดบุตรเป็นอีกปัจจัยที่รบกวนจิตใจและส่งผลต่อการนอนหลับ
  • กังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก: ความไม่แน่ใจและความกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกหลังคลอดก็อาจเป็นสาเหตุของความเครียด
  • กังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงร่างกายหลังคลอด: การเปลี่ยนแปลงรูปร่างและสุขภาพหลังคลอดก็เป็นสิ่งที่ทำให้คุณแม่บางท่านวิตกกังวล

ความเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถหาวิธีรับมือและบรรเทาอาการนอนไม่หลับได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้การพักผ่อนในระหว่างตั้งครรภ์มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

คนท้องนอนไม่หลับ ควรนอนต่อไปไหม

คนท้องนอนไม่หลับ มีผลเสียหรือไม่ ?

เป็นความจริงที่ปัญหา “คนท้องนอนไม่หลับ” ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่สุขภาพของคุณแม่เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ได้อีกด้วย

1. ผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์

  • อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน ภูมิคุ้มกันต่ำ: การนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายของคุณแม่ไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
  • เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์: การนอนไม่หลับเรื้อรังและภาวะเครียดที่ตามมา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น
  • เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes): การนอนหลับที่ไม่เพียงพออาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ (Gestational Hypertension): ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งของภาวะนี้
  • ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia): เป็นภาวะที่ร้ายแรงและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการนอนหลับที่ไม่ดี

2. ผลกระทบต่อทารกในครรภ์

  • อาจได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ: แม้ว่าการนอนหลับโดยตรงจะไม่ส่งผลต่อการลำเลียงสารอาหารผ่านรก แต่สุขภาพโดยรวมของคุณแม่ที่ไม่ดีเนื่องจากการนอนไม่หลับ (เช่น ความเครียด ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ) อาจส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเลือดและสารอาหารที่ส่งไปยังทารกได้
  • ส่งผลให้มีน้ำหนักตัวน้อย และมีพัฒนาการเติบโตช้ากว่าปกติ: หากทารกได้รับสารอาหารไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลให้น้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ และมีพัฒนาการด้านต่างๆ ช้ากว่าปกติได้

 

คนท้องนอนไม่หลับ ควรนอนต่อไปไหม?

หากคุณแม่ตั้งครรภ์นอนไม่หลับและรู้สึกกระสับกระส่าย การพยายามนอนต่อทั้งที่นอนไม่หลับอาจทำให้เกิดความเครียดและวิตกกังวลมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการนอนหลับในที่สุด อย่างไรก็ตาม การลุกจากเตียงทันทีก็อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป

  • หากรู้สึกง่วงเล็กน้อย: ลองพลิกตัว เปลี่ยนท่า หรือหายใจลึกๆ ช้าๆ สักครู่ หากรู้สึกผ่อนคลายขึ้น อาจจะสามารถหลับต่อได้
  • หากรู้สึกตื่นตัวและกระสับกระส่าย: การนอนต่ออาจไม่เป็นประโยชน์ ควรลุกจากเตียงไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย และกลับไปนอนเมื่อรู้สึกง่วงอีกครั้ง
  • สังเกตเวลา: หากใกล้ถึงเวลาตื่นแล้ว การลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเบาๆ อาจช่วยให้ร่างกายปรับตัวและรู้สึกง่วงในเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนอนหลับในคืนถัดไป

คนท้องนอนไม่หลับ

สิ่งที่คนท้องนอนไม่หลับควรทำ (ที่ไม่ใช่วิธีนอนให้หลับ)

เมื่อนอนไม่หลับ การทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายและสบายตัวอาจช่วยลดความตึงเครียดและเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการพักผ่อนในที่สุด ต่อไปนี้คือแนวทางที่คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถลองทำได้

1. เปลี่ยนบรรยากาศ: ลุกจากเตียงไปยังห้องอื่นที่มีแสงสลัวๆ และอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย

  • อ่านหนังสือเบาๆ: เลือกหนังสือที่ไม่กระตุ้นความคิดหรืออารมณ์มากนัก
  • ฟังเพลงบรรเลงสบายๆ หรือเสียงธรรมชาติ: ช่วยให้จิตใจสงบลง
  • นั่งสมาธิหรือฝึกการหายใจ: ช่วยลดความเครียดและความกังวล
  • ถักไหมพรมหรือทำงานฝีมือเบาๆ: เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิแต่ไม่ตึงเครียด

2. ดูแลร่างกาย

  • ประคบอุ่น: ประคบบริเวณท้องหรือหลังส่วนล่างหากรู้สึกไม่สบายตัว
  • อาบน้ำอุ่น: ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและรู้สึกผ่อนคลาย
  • พูดคุยหรือระบายความรู้สึก: หากรู้สึกกังวลหรือเครียด การพูดคุยกับคู่สมรส สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนสนิท อาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือการฟังร่างกายของตัวเองและหลีกเลี่ยงการบังคับตัวเองให้นอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ คนท้องนอนไม่หลับ การพยายามฝืนนอนทั้งที่ร่างกายยังไม่พร้อมหรือไม่รู้สึกง่วง อาจนำไปสู่ความเครียด ความกังวล และความหงุดหงิด ซึ่งจะยิ่งทำให้นอนหลับยากขึ้นไปอีก

 

เคล็ดลับก่อนนอน ช่วยให้คุณแม่ตั้งครรภ์นอนหลับได้ดีขึ้น

ในช่วงเวลาแห่งการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการนอนหลับพักผ่อน อันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของคุณแม่และพัฒนาการของลูกน้อย การมีช่วงเวลาการนอนยามค่ำคืนที่หลับสบายเป็นสิ่งที่ปรารถนาสำหรับคุณแม่ท้องทุกท่าน เพื่อช่วยให้คุณแม่สามารถเข้าสู่ห้วงนิทราได้อย่างง่ายดายและหลับได้อย่างมีคุณภาพ เตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดชื่นและพลังกายที่เต็มเปี่ยม

1. ใส่ใจเรื่องเครื่องดื่มและการเข้าห้องน้ำ: หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากในช่วงใกล้เวลานอน และอย่าลืมเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนขึ้นเตียง งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

2. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและจัดท่านอนให้สบาย: ลองยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ ก่อนนอน และหลีกเลี่ยงการเดินมากเกินไป การยกของหนัก หรือการเกร็งกล้ามเนื้อระหว่างวัน เมื่อนอนตะแคง ควรใช้หมอนใบเล็กหนุนใต้ท้องด้านซ้ายหรือขวา เพื่อรองรับน้ำหนักครรภ์ และวางหมอนระหว่างเข่าหรือใต้ขา เพื่อลดแรงกดทับบริเวณสะโพกและหลัง

3. เสริมโภชนาการด้วยอาหารที่มีประโยชน์: การรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น ตับหมู ไก่ หมู ผักกาดหอม มะเขือพวง มะเขือเทศ เมล็ดฟักทอง และอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ปลาตัวเล็กตัวน้อย (ปลาข้าวสาร) เนื้อสัตว์ (หมู ไก่ ปลา) ผักและผลไม้หลากสี (บร็อกโคลี คะน้า ผักโขม แครอท) ธัญพืช (ถั่วเหลือง ถั่วแดง) เป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการนอนหลับด้วย

4. ทำจิตใจให้สงบด้วยการทำสมาธิ: การนั่งสมาธิสักครู่ก่อนนอนจะช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลายจากความวุ่นวายและความกังวลต่างๆ ทำให้ง่ายต่อการเข้าสู่ภวังค์ของการนอนหลับ

5. สร้างบรรยากาศห้องนอนที่เอื้อต่อการพักผ่อน: ตรวจสอบให้ห้องนอนมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น และมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ความมืดและเงียบสงบก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หลับได้สนิท

6. เตรียมความพร้อมและลดความกังวล: การเข้ารับการอบรมในคลาสเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นคุณแม่มือใหม่ จะช่วยให้คุณแม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร ซึ่งจะช่วยลดความกังวลต่างๆ ได้

 

การนอนอย่างถูกต้องและปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกน้อย

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอและถูกสุขลักษณะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะการนอนที่ดีของคุณแม่นั้นส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการที่สมบูรณ์ของลูกน้อยในครรภ์ ยิ่งอายุครรภ์เพิ่มมากขึ้น การหาท่าทางที่สบายและหลับได้สนิทก็อาจเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้น คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถนอนหลับได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย เพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และลูกน้อย

1. นอนหลับให้เพียงพอและเป็นเวลา: คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และควรเข้านอนก่อนเวลา 22.00 น. การนอนหลับอย่างต่อเนื่องตลอดคืนจะช่วยให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) หลั่งออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สึกหรอจากการทำกิจกรรมในระหว่างวัน

2. เลือกท่านอนที่เหมาะสม: ท่านอนที่แนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ ท่านอนตะแคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตะแคงซ้าย เนื่องจากจะช่วยให้การไหลเวียนโลหิตไปยังมดลูกและทารกในครรภ์ดีขึ้น นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการนอนหงายเป็นเวลานาน เพราะขณะตั้งครรภ์กล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารจะคลายตัว ทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ง่าย และมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นจะกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ (Inferior Vena Cava) ซึ่งจะขัดขวางการไหลเวียนของเลือดกลับสู่หัวใจ ทำให้เกิดอาการขาบวมและอาจส่งผลต่อความดันโลหิตได้ และแน่นอนว่า ไม่ควรนอนคว่ำ เพราะจะกดทับบริเวณหน้าท้องและทารกในครรภ์

3. ระมัดระวังในการเปลี่ยนท่า: เมื่อจะล้มตัวลงนอน ควรค่อยๆ เอนตัวลง และเมื่อจะลุกจากที่นอน ควรค่อยๆ ลุกนั่ง เพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะและพลัดตกหกล้มได้

4. งีบหลับเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า: หากระหว่างวันคุณแม่รู้สึกเหนื่อยหรือเมื่อยล้า สามารถงีบหลับในช่วงสั้นๆ ประมาณ 10-20 นาที ได้ จากการศึกษาพบว่าการงีบหลับในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง รู้สึกกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง และช่วยให้ร่างกายคลายความเหนื่อยล้าได้ดี

การดูแลสุขภาพการนอนหลับของคุณแม่ตั้งครรภ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่เอง แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ด้วย หากคุณแม่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสม

 

 

อ้างอิง

  1. เคล็ดลับการนอนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์, โรงพยาบาลพญาไท https://www.phyathai.com/th/article/3082-good_sleep_guidance_for_pregnant_womenbranchpyt2?srsltid=AfmBOopHMUHM7-oN_xKBDxogN-QZrkOhP_E4D_km5ZKYULocuRKMS1AY
  2. คนท้องนอนไม่หลับ เกิดสาเหตุใด อันตรายไหม, อินทัชเมดิแคร์ https://www.intouchmedicare.com/trouble-sleeping-in-pregnancy
  3. การนอนหลับสำหรับหญิงตั้งครรภ์, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) https://www.thaihealth.or.th/การนอนหลับสำหรับหญิงตั-2/

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

อภิญญา คำเอก

  • หน้าแรก
  • /
  • ระยะการตั้งครรภ์
  • /
  • คนท้องนอนไม่หลับ ควรนอนต่อไหม? หรือควรทำอะไรดี?
แชร์ :
  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

    แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

  • คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

    คนท้องระวัง! วิจัยชี้ อากาศร้อนชื้น ทำลูกเสี่ยงตัวเตี้ย พัฒนาการช้า

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว