ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia): อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และสัญญาณอันตรายที่คุณแม่ต้องรู้

ภาวะครรภ์เป็นพิษ คือภาวะแทรกซ้อนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรู้ สังเกตอาการความดันสูง บวมผิดปกติ และไปฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามหมอนัดเพื่อความปลอดภัย

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ภาวะครรภ์เป็นพิษ คือ ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่หญิงตั้งครรภ์อาจประสบได้ โดยสามารถจัดการได้หากตรวจพบและรักษาได้ทันเวลา การสังเกตอาการผิดปกติและฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องทั้งแม่และลูกน้อยจากอันตรายที่คาดไม่ถึง บทความนี้จะช่วยให้คุณแม่เข้าใจ ภาวะครรภ์เป็นพิษ อย่างถ่องแท้พร้อมแนวทางดูแลตัวเอง

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) คืออะไร?

ภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) คือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ที่คุณแม่จะมี ความดันโลหิตสูง ร่วมกับตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ และบางครั้งอาการบวมฉับพลัน โดยภาวะนี้มักเกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์หลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ และหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลร้ายแรงถึงชีวิตทั้งต่อแม่และทารกในครรภ์

นักวิจัยบางรายพบว่า ทารกที่คลอดจากคุณแม่ครรภ์เป็นพิษอาจมีโอกาสเกิดโรคหัวใจในวัยผู้ใหญ่สูงกว่าปกติ! (อ้างอิงจาก American Heart Association)

 

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของ ภาวะครรภ์เป็นพิษ

สาเหตุที่แท้จริงของครรภ์เป็นพิษ ยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน หรือหลอดเลือดในรก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่เพิ่มโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่:

    • ตั้งครรภ์ครั้งแรก
    • ครรภ์แฝด
    • อายุ 35 ปีขึ้นไป
    • เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษในอดีต
    • โรคประจำตัว: ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไต, โรคแพ้ภูมิตัวเอง
    • มีกรรมพันธุ์ประวัติคนในครอบครัวเคยครรภ์เป็นพิษ
    • ผู้มีภาวะอ้วน

 

อาการของภาวะครรภ์เป็นพิษ: สัญญาณที่คุณแม่ต้องสังเกต

อาการสำคัญที่ควรจับตามอง มีดังนี้

    • ความดันโลหิตสูง (สูงเกิน 140/90 mmHg)
    • โปรตีนในปัสสาวะ (Proteinuria)
    • บวมฉับพลัน โดยเฉพาะที่ใบหน้าและมือ (ไม่ใช่แค่เท้าบวมปกติ)
    • ปวดศีรษะรุนแรง ไม่หายแม้รับประทานยาแก้ปวด
    • ตาพร่ามัว หรือเห็นแสงวูบวาบ
    • เจ็บใต้ชายโครงขวา หรือเจ็บลิ้นปี่
    • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง
    • ปัสสาวะน้อยลง

เคล็ดลับ: หากเกิดบวมฉับพลันหรือผิดปกติที่ไม่ได้เกี่ยวกับเท้าเพียงอย่างเดียว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที!

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

อาการครรภ์เป็นพิษในไตรมาสที่ 3 (โดยเฉพาะช่วง 7-8 เดือน)

หลายกรณีภาวะครรภ์เป็นพิษจะเริ่มแสดงอาการในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยเฉพาะเดือนที่ 7 หรือ 8 เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายและรกทำงานหนักสุด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความต้องการเลือดเพิ่มขึ้นทำให้ภาวะนี้เกิดง่าย และมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงนี้

คุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการเรียงตามช่วงเวลา เช่น ความดันโลหิตที่เริ่มสูงขึ้น บวมที่ใบหน้า ปัสสาวะลดลง ตาพร่ามัว หรือเจ็บบริเวณชายโครงขวา

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ผลกระทบของภาวะครรภ์เป็นพิษต่อแม่และลูก

หาก ไม่ได้รับการรักษา อย่างเหมาะสม ภาวะครรภ์เป็นพิษอาจส่งผลกระทบหนัก

    • คุณแม่อาจ ชัก ตับวาย ไตวาย
    • มีโอกาสสมองบวม เลือดออกในสมอง
    • ทารกในครรภ์โตช้า หรือคลอดก่อนกำหนด
    • น้ำในปอด เกล็ดเลือดต่ำ ภาวะเม็ดเลือดแตก

มีงานวิจัยพบว่าคุณแม่ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษรุนแรง อาจต้องให้คลอดก่อนกำหนดถึง 30% และทารกอาจมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์เมื่อแรกคลอด

 

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์ทันที? (สัญญาณฉุกเฉิน)

ควรไปโรงพยาบาลทันที หากพบอาการดังนี้:

    • ความดันโลหิตสูงพร้อมอาการผิดปกติ
    • ปวดหัวรุนแรงร่วมกับตามัว เห็นแสงวูบวาบ
    • บวมผิดปกติที่มือหรือใบหน้า
    • เจ็บชายโครงขวา, คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง
    • ปัสสาวะลดลงมาก

คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้รอหรือหวังว่าจะหายเองนะคะ เพราะความรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและคาดไม่ถึงค่ะ

 

 

การวินิจฉัยและแนวทางการรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษ

ขั้นตอนการวินิจฉัย:

    • ตรวจวัดความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง
    • ตรวจหาปริมาณ โปรตีนในปัสสาวะ
    • ตรวจเลือด และเช็คการทำงานของตับ ไต เกล็ดเลือด

แนวทางการรักษา:

    • เฝ้าระวังใกล้ชิดโดยแพทย์
    • ให้ ยาลดความดันโลหิต ตามเหมาะสม
    • ให้ ยาป้องกันชัก กรณีรุนแรง
    • รับการรักษาในโรงพยาบาลหากจำเป็น
    • พิจารณาให้คลอด หากมีภาวะรุนแรงหรือทารกอยู่ในอันตราย

หลังคลอด คุณแม่ยังต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก เพื่อป้องกันการชักหรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

สามารถป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษได้หรือไม่?

ถึงแม้จะป้องกันโดยตรงไม่ได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดย

  • ฝากครรภ์และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมโรคประจำตัวทั้งความดันโลหิต เบาหวาน และไต
  • รับประทานอาหารครบห้าหมู่ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม จัด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ในกลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณา แอสไพรินปริมาณต่ำ ตั้งแต่ก่อน 16 สัปดาห์ (เฉพาะตามคำแนะนำแพทย์)
  • ควบคุมน้ำหนัก ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน

 

ภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะที่ต้องจับตามองเพราะมีอันตรายต่อแม่และลูก หากรู้จักสังเกตอาการ ฝากครรภ์สม่ำเสมอ และรีบปรึกษาแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ จะช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ปล่อยให้เสียงเงียบนี้กลายเป็นภัยร้าย ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนค่ะ!

ภาวะครรภ์เป็นพิษคือภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามความปลอดภัยของทั้งแม่และลูก รวมถึงมีหลากหลายอาการให้ต้องจับตา โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายที่อาการรุนแรงมักพบมากขึ้น การฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ ตรวจสุขภาพและสังเกตสัญญาณเตือนคือหัวใจสำคัญต่อการป้องกันและดูแลตัวเอง ขอคุณแม่ใส่ใจไม่ละเลยอาการผิดปกติ และปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อสงสัย เพราะการรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยชีวิตได้ทั้งแม่และลูก

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แคลเซียม ป้องกันครรภ์เป็นพิษ ได้จริงไหม? คนท้องต้องกินแคลเซียมเท่าไหร่?

7 เคล็ดลับ ลดน้ำตาลในเลือด คนท้อง ให้คุณแม่ตรวจเบาหวานผ่านฉลุย!

ตรวจคัดกรองในไตรมาสที่ 3 ต้องตรวจอะไรบ้าง ดูแลครรภ์อย่างไร

แหล่งอ้างอิง
https://www.bangpakok3.com/care_blog/view/303
https://www.medumore.org/article/warning-signs-preeclampsia-that-mothers-should-aware-of
https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/preeclampsia
https://www.nakornthon.com/article/detail/สารพันปัญหาภาวะครรภ์เป็นพิษ
https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/preeclampsia-high-risk-pregnancy
https://www.phyathai.com/th/article/2615-ภาวะครรภ์เป็นพิษ_ควา
https://www.bpksamutprakan.com/care_blog/view/134
https://www.petcharavejhospital.com/en/Article/article_detail/preeclampsia-danger
https://bebornclinic.com/pregnancy-preeclampsia/

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team