TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2026
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2026TAP Awards 2026
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ เสมหะติดคอลูก ควรทำอย่างไร ? ให้ลูกหายใจโล่ง

บทความ 5 นาที
ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ เสมหะติดคอลูก ควรทำอย่างไร ? ให้ลูกหายใจโล่ง

อากาศเปลี่ยน ถ้าทารกผิดปกติ มีอาการคล้ายไข้หวัด ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะอาการลูกอาจรุนแรงจนกลายเป็นเสมหะลงปอด ปอดอักเสบหรือปอดบวมได้

ระวังให้ดี เสมหะลงปอด ทารก ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ เสมหะติดคอลูก เห็นลูกไออย่าคิดแค่ว่า อากาศเปลี่ยน ลูกแค่เป็นหวัด สังเกตดี ๆ ลูกอาจมีความเสี่ยง ปอดอักเสบ ปอดบวม โดยเฉพาะช่วงอากาศหนาวเย็น มีฝน ยิ่งต้องสังเกตอาการลูก

 

แม่แชร์อุทาหรณ์ลูกมีเสมหะลงปอด เสมหะติดคอลูก

จากประสบการณ์ของคุณแม่ท่านหนึ่ง ได้โพสต์ว่า น้องอายุเพียง 2 เดือน ขี้มูกแห้ง ไอนิดหน่อย คิดว่าอากาศเปลี่ยนแปลง จนน้องทานนมแล้วอ้วก จึงรีบพามาหาหมอ พบว่า ลูกมีเสมหะลงปอด ปอดอักเสบ และมีปอดบวมข้างซ้ายนิดเดียว ลูกจึงต้องนอนโรงพยาบาล และต้องถูกดูดเสมหะที่ปอดวันละ 3 ครั้ง

 

ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ

เสมหะติดคอลูก

ทำไมร่างกายจึงมีเสมหะ

เสมหะ คือ เมือกที่ร่างกายผลิตขึ้นเป็นกลไกการป้องกันตัวเองตามธรรมชาติ เกิดขึ้นเพื่อความชื้นและดักจับสิ่งแปลกปลอมที่ผ่านเข้ามาในทางเดินหายใจ และขับเสมหะหรือสิ่งแปลกปลอมออกโดยการไอ สำหรับผู้ใหญ่แล้ว สามารถสั่งน้ำมูกออกจากช่องจมูกและไอเอาเสมหะออกจากปอดได้ แต่ทารกหรือเด็กเล็ก ๆ นี่สิ ไม่สามารถสั่งน้ำมูกและไอได้เอง ทำให้บางครั้งมีความจำเป็นต้องดูดเสมหะหรือดูดน้ำมูกออกจากช่องจมูกและเป็นการกระตุ้นให้ไอเพื่อขับเสมหะออกจากปอด

การที่ไม่มีน้ำมูกในช่องจมูก และไม่มีเสมหะคั่งค้างในหลอดลมหรือทางเดินหายใจส่วนล่าง จะทำให้เด็กหายใจสะดวกสามารถดูดนมได้ดี นอนหลับสบาย ทั้งยังไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค จึงไม่เกิดการติดเชื้อตามมา

บทความที่น่าสนใจ : วิธีเคาะปอดที่ถูกต้อง ระบายเสมหะ ทำได้ตอนกี่เดือน

 

ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ ดูดเสมหะทารกตอนไหนดี

เมื่อลูกมีเสมหะหรือน้ำมูก ควรดูดเสมหะหรือน้ำมูกก่อนให้นมหรืออาหาร ซึ่งทารกหรือเด็กเล็ก ไม่อาจบอกได้ว่า หนูกำลังมีเสมหะนะ พ่อแม่จึงต้องหมั่นสังเกตอาการ เสมหะอุดกั้นทางเดินหายใจของทารก ดังนี้

  • มีน้ำมูกในจมูกหรือมีเสมหะในคอ
  • หายใจครืดคราด หรือเมื่อวางมือแนบอกหรือหลัง จะรู้สึกว่าครืดคราด
  • กระสับกระส่าย
  • หายใจลำบาก จมูกบานหรืออาจจะหายใจเร็วกว่าปกติ
  • ดูดนมไม่ดี
  • รอบปากซีดหรือเขียวคล้ำ

 

ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ

เสมหะติดคอลูก

วิธีดูดเสมหะทารก

วิธีดูดเสมหะทางจมูกและปาก ทำอย่างไร  (ควรทำภายใต้บุคลากรทางการแพทย์หรือได้รับการฝึกมาก่อน)

  1. ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังดูดเสมหะ
  2. ควรงดน้ำและอาหารของทารกก่อนอย่างน้อย 2 ชม เพื่อป้องการการสำลักเศษอาหาร
  3. ในกรณีเด็กที่ไม่ให้ความร่วมมือ ให้ใช้ผ้าห่อตัวเพื่อเก็บแขนทั้ง 2 ข้างป้องกันไม่ให้เด็กเอามือมาปัดและดันขณะดูด ทำให้ดูดเสมหะได้สะดวกและนุ่มนวล
  4. ก่อนดูดเสมหะให้ตรวจเครื่องดูดเสมหะว่าทำงานดีหรือไม่ ตรวจสอบความแรงที่เหมาะสม
  5. ใช้สายดูดเสมหะขนาดพอดีไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป และใช้แรงดูดในขนาดพอที่จะดูดเสมหะได้ดี
  6. ขณะดูดเสมหะให้จับหน้าเด็กหันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสะบัดหน้าไปมาขณะดูด และป้องกันไม่ให้เด็กสำลักเสมหะหรือเศษอาหารลงปอดเมื่อเด็กมีอาเจียนขณะดูด ค่อย ๆ สอดสายดูดเสมหะเข้าทางปากหรือ ช่องจมูกให้ถึงบริเวณคอหอยหลังโพรงจมูก (ประมาณความลึกของสายโดยวัดระยะจากปลายจมูกถึงติ่งหูความลึกของสายเท่ากันไม่ว่าจะสอดสายดูดเสมหะเข้าทางปากหรือช่องจมูก) ซึ่งเด็กมักจะเกิดอาการไอเมื่อใช้สายดูดเสมหะกระตุ้นบริเวณนี้ เมื่อเด็กไอเสมหะจะหลุดจากหลอดลมขึ้นมาในคอ ทำการดูดเสมหะในคอและปากออกให้หมดโดยขณะดูดให้ค่อย ๆ ขยับสายขึ้นลงอย่างช้า ๆ และนุ่มนวล
  7. ทำการดูดเสมหะจนกระทั่งไม่มีเสมหะในหลอดลมหรือทางเดินหายใจส่วนล่าง
  8. สังเกตลักษณะ จำนวน และสีของเสมหะ

 

วิธีดูดเสมหะทางจมูกและปากเบื้องต้นที่บ้านทำอย่างไร 

เด็กเล็กยังสั่งน้ำมูกและขากเสมหะเองไม่ได้ อุปกรณ์ที่นิยมและปลอดภัยสำหรับใช้ที่บ้าน มีดังนี้

1. ลูกยางแดง (Bulb Syringe)

  1. หยดน้ำเกลือ: หยดน้ำเกลือหยดจมูก (Nasal Drops) ข้างละ 1–2 หยด เพื่อให้น้ำมูกที่ข้นเหนียวละลายตัว
  2. บีบลมออกก่อน: บีบจุกลูกยางแดงให้ลมออกจนลีบ ก่อน สอดเข้าจมูกหรือปากเด็ก
  3. สอดและปล่อย: ค่อยๆ สอดปลายลูกยางเข้าไปในรูจมูกเบาๆ (สอดเข้าไปแค่ส่วนปลาย ไม่ต้องลึก) หรือปาก จากนั้นค่อยๆ ปล่อยมือที่บีบ เพื่อให้ลูกยางดูดน้ำมูกออกมา
  4. เช็ดและทำความสะอาด: บีบน้ำมูกในลูกยางทิ้งลงบนกระดาษทิชชู ทำซ้ำอีกข้างจนเด็กหายใจสะดวก

2. อุปกรณ์ดูดน้ำมูกแบบใช้ปากผู้ใหญ่ช่วยดูด (Nasal Aspirator)

นำปลายฝั่งหนึ่งใส่รูจมูกเด็ก อีกฝั่งให้ผู้ใหญ่ใช้ปากดูดเบาๆ (จะมีกล่องกักเก็บน้ำมูก ไม่เข้าปากผู้ใหญ่) วิธีนี้ปรับแรงดูดตามปากเราได้ดี และนุ่มนวลกว่าลูกยางแดง

บทความที่น่าสนใจ : ลูกแพ้ขนสัตว์ควรจัดการอย่างไร? เมื่อมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

 

ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ ปอดอักเสบ ปอดบวม สังเกตยังไง

โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบในเด็ก เป็นการอักเสบติดเชื้อเฉียบพลันของเนื้อปอด รวมทั้งหลอดลมส่วนปลายและถุงลม ทำให้ความสามารถในการทำงานของทางเดินหายใจลดลง เป็นโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยรุนแรง บางครั้งอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็กที่เกิดมีน้ำหนักตัวน้อยอายุต่ำกว่า 1 ปี มีโรคขาดอาหาร โรคเรื้อรัง หรือความพิการแต่กำเนิด

โรคปอดอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากติดเชื้อ ทั้งจากการติดเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย มักจะมีอาการเริ่มต้นโดยเป็นหวัดก่อน 2-3 วัน ส่วนน้อยเกิดจากเชื้อรา พยาธิ หรืออาจเกิดจากการแพ้ การระคายเคืองต่อสารที่สูดดมเข้าไป ซึ่งเชื้อโรคที่ก่อนให้เกิดโรคปอดอักเสบเข้าสู่ร่างกายได้หลายวิธี เช่น

  • การสูดหายใจเอาเชื้อโรคที่มีอยู่ในอากาศเข้าไปโดยตรง
  • การสำลัก การกระจายของเชื้อตามกระแสเลือดไปสู่ปอด

 

ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ

เสมหะติดคอลูก ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ

 

อาการปอดอักเสบ

เด็กส่วนใหญ่ติดเชื้อโดยการสูดสำลักเอาเชื้อก่อโรคที่อยู่บริเวณคอเข้าไปในหลอดลมส่วนปลายหรือถุงลม เชื้อเกิดการแบ่งตัวและก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบตามมา โดยที่ผู้ป่วยปอดอักเสบมักมีอาการไข้หวัดนำมาก่อนสัก 2-3 วัน ได้แก่ มีไข้ น้ำมูก ไอมีเสมหะ ตามมาด้วยอาการหายใจลำบาก หายใจเร็ว จมูกบาน

การสังเกตอาการเบื้องต้น ของโรคปอดบวมอยู่ในภาวะป่วยหนักหรือรุนแรง จะมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ คือ

  • ไม่ยอมกินนมหรือน้ำ
  • ซึมมาก
  • ปลุกตื่นยาก
  • หายใจมีเสียงดัง
  • หายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม
  • มีอาการขาดน้ำ
  • ค่าความเข้มข้นออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • ถือว่าเป็นภาวะป่วยหนัก ควรรับการรักษาในโรงพยาบาล

 

บทความจากพันธมิตร
ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
โรงเรียนที่ดีที่สุด คือโรงเรียนที่เหมาะกับลูกของคุณ: มาร่วมค้นหาโรงเรียนประจำในสหรัฐอเมริกาที่เหมาะกับพวกเขา
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ดูแลผิวแรกเกิดให้ปลอดภัยจาก“ผื่นแพ้ในทารก” ถอดรหัส ‘สัมผัสแรก’ ที่ผิวลูกน้อยต้องการ
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า
ส่องนมรูปแบบใหม่ ครั้งแรกในไทย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตัวช่วยเด็ดที่แม่ต้องมีติดกระเป๋า

วิธีป้องกันปอดอักเสบ ปอดบวม

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโรค โดยไม่ควรให้เด็กใกล้ชิดหรือคลุกคลีกับผู้ป่วยทุกประเภท หลีกเลี่ยงการนำเด็กไปอยู่ในที่แออัด เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีควรดูแลที่บ้าน ไม่ควรส่งไปเลี้ยงตามสถานเลี้ยงเด็ก และถ้าเด็กมีอาการไอ จาม มีน้ำมูก ควรพิจารณาใช้ผ้าปิดปากและจมูก ควรทำความสะอาดของเล่นเด็กบ่อยๆ
  2. มีอนามัยส่วนบุคคล โดยฝึกหัดให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ไม่ขยี้ตาหรือจมูก และควรดูแลความสะอาดของบ้านเรือนให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก นอกจากนี้สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เป็นหวัดและปอดบวมได้ง่ายคือ การอยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุรี่ บ้านที่ใช้ฟืนหุงต้มอาหารและมีควันในบ้าน เช่น ควันไฟ ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์
  3. เพิ่มความต้านทานโรค ควรให้เด็กได้รับนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และให้อาหารครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ ที่สำคัญเด็กทุกคนควรต้องได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามมาตรฐานกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนั้นยังมีวัคซีนเสริมบางชนิดที่ช่วยลดการเกิดโรคปอดบวมในเด็ก ได้แก่ วัคซีนไอพีดี ซึ่งจะป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ป้องกันโรคปอดบวมจากไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดตามฤดูกาลในปีนั้น ๆ
  4. ผู้เลี้ยงดูเด็กควรรู้จักอาการแรกเริ่มของโรคปอดบวม และควรนำมาพบแพทย์

 

ได้รับการตรวจสอบข้อมูลโดย พญ.สุธิดา ชินธเนศ

กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจในเด็ก รพ.วิมุต

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

โรคที่ทารกชอบเป็น ป่วยต้องดูอาการให้ดี บางอาการอาจจะอันตรายกว่าที่คิด

ทารกนอนบิดตัว เกิดจากอะไร ส่งผลเสียต่อสุขภาพลูกน้อยหรือไม่?

ทารกนอนแอร์กี่องศา ทารกนอนพัดลมได้ไหม กลัวลูกปอดติดเชื้อ ปอดบวม แม่ต้องทำอย่างไร

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี , โรงพยาบาลวิมุต

บทความอัปเดตล่าสุด กรกฎาคม 2569

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Tulya

  • หน้าแรก
  • /
  • พัฒนาการลูก
  • /
  • ทารกเป็นหวัดมีเสมหะ เสมหะติดคอลูก ควรทำอย่างไร ? ให้ลูกหายใจโล่ง
แชร์ :
  • SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

    SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

  • ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
    บทความจากพันธมิตร

    ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

  • SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

    SISB ฉลองครบรอบ 25 ปีแห่งความเป็นเลิศทางการศึกษา

  • ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้
    บทความจากพันธมิตร

    ทำไมครอบครัวยุคใหม่จึงสนใจ “โรงเรียนประจำในอเมริกา” มากขึ้น? : สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้

  • น้ำหนักเด็ก 6 เดือน  10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

    น้ำหนักเด็ก 6 เดือน 10.5 กก. สูง 65 ซม. อ้วนเกินไปไหม?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam
India flag
India

Partner Brands

VIP ParentsMama's ChoiceLittle ReiMothersworkTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว