TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ลูกเลือดกำเดาไหล ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรศึกษา

บทความ 3 นาที
ลูกเลือดกำเดาไหล ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรศึกษา

เลือดกำเดาไหลอาจดูไม่น่ากลัว แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่คุณคาดไม่ถึง

คุณพ่อคุณแม่คะ อาการเลือดกำเดาไหลในเด็กนั้น เป็นสภาวะที่พบบ่อยในเด็กเล็กตั้งแต่ 2 – 3 ขวบไปจนถึงวัยประถมต้นเลยละค่ะ โดยปกติแล้วก็มักมีอาการเลือดออกไม่รุนแรง และจะหยุดไปได้เองภายใน 5-10 นาที ภายหลังจากมีการบีบจมูกเบา ๆ

เลือดกำเดาไหล

ซึ่งภาวะเลือดกำเดาไหลนั้น อาจะเกิดจากการที่ลูกไปแคะ แกะ หรือเกาบริเวณจมูกอย่างรุนแรง จนทำให้เส้นเลือดฝอยบริเวณเยื่อบุจมูกแตกง่าย พบมากในช่วงฤดูหาวหรืออากาศที่แห้ง หรืออาจจะเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุบริเวณใบหน้า ศีรษะ หรือมีโรคประจำตัว ยกตัวอย่างเช่น โรคภูมิแพ้จมูก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เลือดกำเดาไหล อาจเป็นอาการของโรคบางโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่พบว่า ลูกมีเลือดกำเดาไหลมากผิดปกติก็ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดนะคะ ซึ่งอาการหรือสัญญาณที่ว่านี้ได้แก่

  • เลือดกำเดาไหลไม่หยุดนานเกิน 30 นาที ทั้ง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้วิธีการห้ามเลือดแล้วก็ตาม
  • เลือดกำเดาไหลนาน ร่วมกับผิวหนังของลูกมีรอยเลือดออก เช่น มีผีพรายย้ำ จ้ำเขียว หรือมีจุดแดงหรือจุดเลือดปรากฎอยู่ตามตัว
  • เมื่อมีเลือดออกตามไรฟันหรือลิ้นร่วมด้วย
  • ปัสสาวะของลูกมีสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ หรืออุจจาระมีสีดำคล้ายยางมะตอย หรือปนเลือดร่วมด้วย
  • เมื่อลูกมีไข้สูง
  • เด็กมีอาการเวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่ร่าเริง หรือตัวซีดลง

ปกติแล้วร่างกายของเราจะมีเกล็ดเลือด ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเลือดชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการป้องกันเลือดออก และช่วยในการหยุดของเลือดหากเกิดบาดแผล อาการเลือดกำเดาไหลจึงอาจเป็นอาการแสดงของโรคเลือดต่ำ ที่ทำให้เกล็ดเลือดลดจำนวนลงหรือทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เลือดออกง่าย ทั้งนี้สาเหตุของภาวะเลือดกำเดาไหลนั้น ก็อาจเกิดจากโรคที่ถ่ายอดทางพันธุกรรมหรือโรคที่เกิดขึ้นภายหลังได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

  • โรควอนวิลล์แบรนด์ หรือ VWD ที่เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ เลือดออกง่ายและหยุดยาก
  • โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิต้านทางตนเอง หรือ ITP ซึ่งเป็นภาวะเกล็ดเลือดต่ำที่พบบ่อยในเด็กภายหลังจากเด็กติดเชื้อประมาณ 1 – 3 สัปดาห์ หรือหลังได้รับการฉีดวัคซีน ทำให้เกล็ดเลือดในร่างกายมีปริมาณต่ำลง
  • โรคไขกระดูกฝ่อ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเลือดทุกชนิดได้เพียงพอ ทำให้เด็กมีโลหิตจาง และติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากเกล็ดเลือดขาวต่ำลง ส่งผลให้เลือดออกง่าย
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่มีเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวแทรกซึมอยู่ในไขกระดูก ทำให้สร้างเม็ดเลือดที่ปกติได้ลดลง

นอกจากนี้ การที่ลูกเลือดกำเดาไหลนาน ๆ ก็อาจทำให้เกิดภาวะซีดจากการสูญเสียเลือดเรื้อรัง และเกิดภาวะการขาดธาตุเหล็กได้ค่ะ วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือ ให้สังเกตว่า หากเด็กมีอาการเวียนศีรษะ เป็นลมง่าย หรือเหนื่อยง่าย ก็ให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดทันที

คุณพ่อคุณแม่สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อช่วยหยุดเลือดกำเดาได้ดังนี้

1. ให้ลูกนั่งหรือยืนแล้วก้มหน้าลง ใช้นิ้วชี้และหัวแม่มือ บีบปีกจมูกทั้งสองข้างให้แน่นเป็นเวลา 5 – 10 นาที โดยให้หายใจทางปากแทน เพื่อกดบริเวณด้านหน้าของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเลือดออกบ่อยที่สุด

2. ไม่ควรให้ลูกนั่งแหงนหน้าเพราะอาจมีเลือดไหลลงคอ อาจทำให้อาเจียนจากการกลืนเลือดเข้าไป

3. หลังเลือดกำเดาไหล ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก ถ้าเลือดหยุดแล้ว ควรนอนพัก ยกศีรษะสูง นำน้ำแข็งหรือ cold pack มาประคบบริเวณหน้าผากหรือคอ

4. หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ, การแคะจมูก, การกระทบกระเทือนบริเวณจมูก, การออกแรงมาก  เพราะอาจทำให้มีเลือดออกได้

5. หากเลือดออกไม่หยุดหรือออกมากผิดปกติ ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่ถูกต้องต่อไป

ที่มา: DailyNews

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

อันตรายไหม ถ้าเลือดกำเดาไหลตอนท้อง

คุณแม่กังวลใจ ทำไม ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อย

บทความจากพันธมิตร
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D  คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025
สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Muninth

  • หน้าแรก
  • /
  • เจ็บป่วย
  • /
  • ลูกเลือดกำเดาไหล ภัยเงียบที่พ่อแม่ควรศึกษา
แชร์ :
  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว