ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกตั้งแต่ในครรภ์

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกตั้งแต่ในครรภ์

เสียงดนตรีอันไพเราะมิใช่เพียงแต่ฟังเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้นนะคะ แต่คุณแม่ทราบไหมคะว่า เสียงเพลงสามารถกระตุ้นการพัฒนาสมองของทารกได้ตั้งแต่ในครรภ์เลยทีเดียว แล้วดนตรีแนวไหนจะช่วยพัฒนาสมองได้ พัฒนาอย่างไร ห้ามพลาด!!! ติดตามอ่านค่ะ

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูก ตั้งแต่ในครรภ์

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูก ตั้งแต่ในครรภ์

ในขณะตั้งครรภ์ แม่ท้องฟังเพลง เปิดเพลงให้ลูกในท้องได้ฟังผ่านทางผิวหน้าท้อง การใช้เสียงกระตุ้นจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น ทำให้ทารกที่คลอดออกมา มีความสามารถในการจัดลำดับความคิดในสมอง จดจำสิ่งต่างๆ ได้ดี และส่งผลต่ออารมณ์ดีของเจ้าตัวน้อยด้วย

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูก ตั้งแต่ในครรภ์

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูก ตั้งแต่ ในครรภ์

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูก ตั้งแต่ ในครรภ์

รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์  ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึง ดนตรีต่อการพัฒนาสมองทารกในครรภ์ ดังนี้

1. ระบบประสาทการรับฟังของลูกน้อยในครรภ์จะเริ่มทำงานตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน การใช้เสียงดนตรีกระตุ้นจะทำให้เครือข่ายใยประสาทที่ทำงานเกี่ยวกับการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้น

2. เสียงที่ดีที่ควรใช้ในการกระตุ้น คือ เสียงเพลงหรือเสียงดนตรีโดยเฉพาะเพลงที่มีความไพเราะและคุณแม่ชอบฟัง ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงหรือดนตรีคลาสสิคก็ได้

3. เวลาคุณแม่ฟังดนตรี ควรจะเปิดเสียงเพลงหรือเสียงดนตรี ให้อยู่ห่างจากหน้าท้องประมาณ 1 ฟุต และเปิดเสียงดังพอประมาณเพื่อลูกในครรภ์จะได้ฟังเสียงเพลงไปด้วย

4. การที่ลูกในครรภ์ได้รับฟังเสียงดนตรี  คลื่นเสียงจะไปกระตุ้นให้ระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน   มีการพัฒนาระบบการทำงานได้เร็วขึ้น ทำให้เมื่อลูกคลอดออกมา มีความสามารถในการจัดลำดับความคิดในสมอง รู้สึกผ่อนคลาย และจดจำสิ่งต่าง ๆได้ดี

5. เพลงสามารถกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์  ได้แก่  กระตุ้นการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ เมื่อลูกได้ยินเสียงเพลง ได้ยินจังหวะของเพลงเขาจะขยับตัวหรือดิ้นไปตามเสียงเพลง เช่น ถ้าเป็นเพลงช้าฟังสบาย เขาจะขยับตัวช้า ๆ เหมือนกำลังว่ายน้ำอยู่ในท้องแม่อย่างสบายใจ   หากเพลงมีจังหวะเร็วเขาอาจจะขยับตัวบ่อยหรือดิ้นแรงขึ้นเหมือนเต้นตาม  ซึ่งการขยับตัวของทารกในครรภ์ตามเสียงเพลงหรือเสียงที่ได้ยินก็เป็นสัญญาณบอกถึงพัฒนาการทารกในครรภ์ที่ยอดเยี่ยม

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกตั้งแต่ ในครรภ์

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกตั้งแต่ ในครรภ์

วิธีการฟังเพลงอย่างไรให้สมองลูกพัฒนาตั้งแต่ในครรภ์

1. เพลงสำหรับทารกในครรภ์ควรเป็นเพลงฟังสบาย จะเป็นเพลงช้าหรือเร็วก็ได้ หรือแม้แต่เพลงร็อคก็ฟังได้ และเน้นให้ลูกได้ยินเสียงและรู้สึกถึงจังหวะเพื่อไปกระตุ้นพัฒนาการทางการได้ยิน การเคลื่อนไหวในท้อง และความรู้สึกผ่อนคลายในท้องแม่เป็นหลัก

2. ควรใช้หูฟังแบบครอบศีรษะ หรือหูฟังเพลงสำหรับทารกในครรภ์ เพราะเสียงดนตรีและจังหวะของดนตรีจะดังไปถึงลูกในท้องได้ดี หูฟังชนิดใส่ในรูหูจะมีความดังไม่มากพอให้ลูกในท้องได้ยินเสียงเพลง

3. ไม่ควรเปิดเสียงดนตรีดังเกินไป เพราะลูกในท้องอาจตกใจและดิ้นแรงกว่าปกติได้ ระดับเสียงที่พอดีอาจวัดจากคุณแม่ลองใส่หูฟังฟังเองก่อน แล้วปรับความดังในระดับที่เหมาะสม

4. คุณแม่สามารถให้ลูกในท้องฟังดนตรีได้ ตั้งแต่รู้ว่าท้องค่ะทำให้แม่เกิดความสบายใจ ผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านอารมณ์ของทารกต่อไป

5. ช่วงเวลาที่ทารกตื่นตัวดีจะเป็นช่วงบ่ายเป็นต้นไป ดังนั้น คุณแม่ควรเปิดเพลงให้ทารกฟังในช่วงบ่าย ใช้เวลาในการฟังเพลงประมาณ 1 ชั่วโมง/วัน จะส่งผลต่อการพัฒนาสมองและพัฒนาการด้านอื่น ๆ ของทารกในครรภ์ได้อย่างดี

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกตั้งแต่ในครรภ์

ดนตรีช่วยพัฒนาสมองลูกตั้งแต่ในครรภ์

แม่ท้องฟังเพลง ดีต่อลูกในท้องยังไง

คุณแม่สามารถเปิดเพลงฟังได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อช่วยผ่อนคลายอารมณ์ของคุณแม่ไม่ให้หงุดหงิด เบื่อ หรือเกิดภาวะซึมเศร้าเอาได้ง่ายๆ และสำหรับลูกน้อยในครรภ์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดเพลงให้ลูกฟัง คือ อายุครรภ์ตั้งแต่ 5 เดือนเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่พัฒนาการด้านระบบประสาทการรับฟังของทารกในครรภ์เริ่มก่อตัวขึ้นมาแล้ว ซึ่งการกระตุ้นโดยการเปิดเพลงให้ลูกได้ฟัง จะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณแม่สามารถรับรู้ได้ว่าลูกในท้องตื่นตัวหลังจากได้ฟังเพลงหรือไม่ โดยสังเกตจากการดิ้นของลูกได้

เปิดเพลงแบบไหนให้ลูกฟังแล้วฉลาด

เพลงที่ดีสำหรับพัฒนาการของลูกน้อยนั้นเป็นเพลงอะไรก็ได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงคลาสสิกแต่อย่างเดียว อาจจะเป็นเพลงที่คุณแม่ชอบ แบบทำนองเพลงที่ช้าๆ เบาๆ หรือเป็นเพลงที่มีดนตรีประพันธ์ขึ้นให้มีจังหวะ ทำนอง และความกลมกลืนของเสียง ดนตรีบรรเลง มิวสิกบ็อกซ์ ฯลฯ ซึ่งเมื่อลูกได้ฟังเพลง คลื่นเสียงจะไปกระตุ้นระบบประสาทการได้ยินให้มีการพัฒนาได้เร็วขึ้น มีส่วนช่วยในการจัดลำดับความคิดในสมองส่วน Spatial Temporal ซึ่งมีความสำคัญต่อการเรียนรู้

เวลาเปิดเพลงให้ลูกฟังควรให้เสียงเพลงอยู่ห่างจากหน้าท้องประมาณ 1 ฟุต หรือใช้หูฟังชนิดครอบอันใหญ่ เปิดเสียงดังพอประมาณนะคะ เลือกเปิดเพลงให้ลูกในครรภ์ฟังในช่วงเวลาเย็นๆ เพราะเป็นช่วงที่หนูน้อยจะตื่นตัว ให้ลูกได้ฟังวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที เท่านี้ก็จะช่วยทำให้อารมณ์ของทั้งแม่และลูกผ่อนคลาย อารมณ์ดีไปพร้อมๆ กัน และมีแนวโน้มที่ลูกออกมาจะเป็นเด็กอารมณ์ดีเลี้ยงง่ายด้วย ทั้งนี้ กิจกรรมฟังเพลง การเปิดเพลงให้ลูกในท้องได้ฟัง ยังมีส่วนช่วยเชื่อมโยงสัมพันธภาพ ความผูกพัน ความรักระหว่างแม่-ลูกได้ดีก่อนที่จะพบหน้ากันด้วยนะคะ บางวันหากคุณแม่เลือกเพลงไม่ถูก ลองใช้เสียงของตัวเองร้องให้ลูกฟัง เพื่อให้ลูกคุ้นเสียงของคุณแม่ก็เป็นเรื่องที่ดีด้วยเช่นกัน

คุณหมอฝากบอก

ดนตรีที่แม่ท้องเปิดให้ทารกในครรภ์ฟังนั้น  ไม่จำเป็นต้องเป็นดนตรีคลาสสิกของต่างประเทศแต่อย่างใด เป็นดนตรีไพเราะที่คุณแม่ชอบฟัง เพลงไทย  เพลงพื้นบ้าน ก็ได้  ที่สำคัญดนตรีคลาสสิกไม่ได้ช่วยให้ลูกฉลาดตั้งแต่ในท้อง  เพราะความฉลาดมีปัจจัยหลักมาจากพันธุกรรมของพ่อแม่  สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้  การส่งเสริม และอาหาร แต่การให้ทารกในครรภ์ฟังเพลงจะเป็นการทำให้ลูกผ่อนคลาย กระตุ้นพัฒนาการทางด้านระบบประสาท  ระบบการได้ยิน และพัฒนาการทางร่างกายตั้งแต่ในท้องด้วยการขยับตัว และดิ้นไปมาตามจังหวะเพลงที่ได้ยิน  ซึ่งเมื่อคลอดออกมา เขาจะมีความพร้อมทั้งทางร่างกายและอารมณ์ที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวด้วยความคล่องแคล่ว คล่องตัว และอารมณ์ดี

จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการให้ทารกได้ฟังดนตรีตั้งแต่ในครรภ์  ดีต่อ พัฒนาการสมอง และ พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว  ดังนั้น  คุณแม่ห้ามพลาดโอกาสสำคัญที่จะส่งเสริมพัฒนาการลูกตั้งแต่ในท้องนะคะ

อ้างอิงข้อมูล

http://www.huggies.co.th

http://www.med.cmu.ac.th/hospital

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

“Lullaby for Mom” บทเพลงที่คุณแม่เท่านั้น จะเข้าใจ

การฟังเพลงระหว่างอ่านหนังสือช่วยให้ลูกฉลาดขึ้น

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า
app info
get app banner