ประโยชน์ของฟันน้ำนมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ประโยชน์ของฟันน้ำนมที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ฟันน้ำนมของลูกหลุดเมื่อไหร่ ไม่ต้องโยนขึ้นหลังคาอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะปัจจุบันฟันน้ำนมสามารถนำไปเพาะสเต็มเซลล์ เพื่อนำมารักษาโรคร้ายแรงบางชนิดได้ หรือนำมาเป็นอะไหล่ในการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่เสียหายไปได้

ประโยชน์ของฟันน้ำนม ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ฟันน้ำนมหลุด

ประโยชน์ของฟันน้ำนม ที่คุณอาจจะไม่รู้

สเต็มเซลล์คืออะไร

ข้อมูลจากรายการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ระบุว่า stem cell คือ เซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งเป็นเซลล์ตั้งต้นของเซลล์ทุกชนิดในร่างกายของเรา สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้เอง พัฒนาจนกลายเป็นเนื้อเยื่อ หรือ อวัยวะได้ โดยสเต็มเซลล์มีอยู่สองแบบ คือ เซลล์ต้นกำเนิดในตัวอ่อน (Embryonic stem cell) กับ แบบที่อยู่ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่โตเต็มวัยแล้ว (Adult stem cell)

แพทย์พบว่า สเต็มเซลล์ที่อยู่ในเนื้อเยื่อของโพรงประสาทฟัน สามารถเพาะเลี้ยง และ เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีศักยภาพพัฒนาเป็นเนื้อเยื่อ และ อวัยวะได้มากกว่า 200 ชนิด เราสามารถเก็บสเต็มเซลล์ จากฟันน้ำนมหกซี่หน้าบน และล่าง และฟันกรามซี่สุดท้าย หรือ ฟันคุด โดยต้องคัดแยกสเต็มเซลล์จากฟันของลูก ที่เพิ่งหลุดออกมาไม่เกิน 24 ชั่วโมง จึงจะได้ผลดีที่สุด

ฟันน้ำนม ประโยชน์

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ผู้ดำเนินธุรกิจธนาคารจัดเก็บ และ แช่แข็งเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากฟันน้ำนมและฟันคุด กล่าวว่า สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health: NIH) สหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาวิจัย และค้นพบสเต็มเซลล์ในฟันน้ำนม ฟันกราม และฟันคุด และจากการศึกษาวิจัยพบว่าสเต็มเซลล์จากฟันน้ำนม มีความเป็นไปได้ในการรักษาโรคกระดูก ข้อเสื่อม เบาหวาน และโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับสมองและระบบประสาท โดยเฉพาะความผิดปกติทางสมองตั้งแต่แรกเกิด

ที่สำคัญ ฟันอาจเป็นแหล่งของสเต็มเซลล์ ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดด้วย เพราะการเก็บสเต็มเซลล์จากฟันที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ สามารถเก็บได้หลายครั้งจากหนึ่งคน เพื่อไว้ใช้ประโยชน์ในการรักษาแก่เจ้าของฟันในอนาคต ขณะที่สเต็มเซลล์จากสายสะดือ จะเก็บได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนสเต็มเซลล์จากไขกระดูก และเลือด มีวิธีการเก็บยากกว่า และเก็บจากคนหนึ่งเพื่อนำไปใช้กับอีกคนหนึ่ง จึงมีปัญหาในเรื่องของความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อ อีกทั้งการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันก็ไม่เจ็บปวด สามารถปล่อยให้ฟันหลุดเอง และมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดเก็บจากเซลล์อื่นๆ

ประโยชน์ของฟันน้ำนม

การเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันน้ำนมนั้นถือว่าเป็นวิธีที่สะดวก และง่าย

การจัดเก็บสเต็มเซลล์จากฟัน ดีอย่างไร

ข้อมูลจากธนาคารจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดฟัน อธิบายถึงข้อดีของการจัดเก็บสเต็มเซลล์จากฟัน ดังนี้

  1. การเก็บสเต็มเซลล์จากฟัน สามารถเก็บได้หลายครั้ง โดยที่ฟันน้ำนม สามารถเก็บได้ถึง 12 ซี่ ซึ่งจะหลุดในช่วงอายุ 5 – 12 ปี และการเก็บจากฟันกรามแท้ซี่สุดท้าย หรือฟันคุด สามารถเก็บได้ 4 ซี่ ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 17 ปีขึ้นไป
  2. กระบวนการเก็บไม่ยุ่งยาก สามารถให้ทันตแพทย์เก็บฟันให้ หรือเก็บได้เองในกรณีเป็นฟันน้ำนมที่หลุดร่วงตามธรรมชาติ

นิตยสารหมอชาวบ้าน แนะนำวิธีการถนอมฟันที่เพิ่งหลุดจากเหงือกไว้ว่า ให้แช่ฟันในนมสด ถ้าเป็นนมยูเอชที ก็แช่ฟันลงไปในกล่องนมเลย แล้วผนึกให้ดี ถ้าเป็นไปได้ นำกล่องนมนั้นแช่ในถุง หรือกระติกบรรจุน้ำแข็งอีกที

ในกรณีที่ต้องการเพาะสเต็มเซลล์จากฟันน้ำนม ให้รีบส่งไปห้องแล็บทันที

  1. สเต็มเซลล์จากฟัน มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ ได้ดีกว่า สเต็มเซลล์ที่ได้จากแหล่งอื่นๆ ของร่างกาย
  2. มีเซ็นไคมอลสเต็มเซลล์ซึ่งพบมากในฟันน้ำนม สามารถพัฒนาใช้ในการรักษาโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ อัลไซเมอร์ พาร์คินสัน อัมพฤกษ์ อัมพาต จากการบาดเจ็บของกระดูกไขสันหลัง และสามารถพัฒนาเป็นเซลล์กระดูก กระดูกอ่อน และฟันได้
  3. การใช้สเต็มเซลล์ของตนเองในการปลูกถ่าย เป็นการรักษาโรคด้วยวิธี Stem cell therapy ที่มีความปลอดภัยสูงมาก
  4. ฟันซี่เดียว สามารถใช้กันได้ทั้งครอบครัว สเต็มเซลล์จากฟันอาจจะสามารถใช้ในการรักษาโรคในญาติสายตรง เช่น พี่น้อง บิดามารดา ปู่ย่าตายาย เป็นต้น
  5. ไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ จากผู้อื่น เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สเต็มเซลล์จากผู้อื่น หรือการใช้สเต็มเซลล์จากสัตว์

Stem cell

ฟันน้ำนมมีประโยชน์ขนาดนี้ การจัดเก็บสเต็มเซลล์ที่อยู่ในฟันนั้นไว้ อาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยชีวิตของลูกไว้ได้ เพราะเราต่างไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราอาจจำเป็นต้องใช้มันในอนาคตก็ได้

ฟันน้ำนมลูก

พ่อแม่สามารถเลือกเก็บฟันน้ำนมของลูก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้ในยามจำเป็น ซึ่งถือเป็นวิธีการที่ไม่เจ็บปวดอีกด้วย

 

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”


source หรือ บทความอ้างอิง : www.nstda.or.thwww.biomsc.comwww.manager.co.thwww.doctor.or.th

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ลูกหกล้มฟันกระแทก ฟันหลุด ทำไงดี

อะเมซิ่ง! จัดฟันเกให้กลายเป็นฟันสวย เห็นภาพชัดๆ ภายใน 60 วินาที ดูคลิป

TAP-ios-for-article-footer-with button

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner