TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เด็กยุคใหม่เครียด เรียนออนไลน์ ไม่รู้เรื่อง ปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่ห้ามละเลย

บทความ 8 นาที
เด็กยุคใหม่เครียด เรียนออนไลน์ ไม่รู้เรื่อง ปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่ห้ามละเลย

มีงานวิจัยออกมาว่า ตั้งแต่เด็กไทยเริ่มเรียนออนไลน์แบบ 100% ทำให้เด็กมีความเครียดมากขึ้น เครียดสะสม ไม่มีใจจะเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าอนาคตจะไปต่ออย่างไรดี เราในฐานะพ่อแม่ควรจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะช่วยลูกอย่างไรดี

เรียนออนไลน์ ไม่รู้เรื่อง เป็นปัญหาใหญ่ที่เด็กไทยต้องเผชิญ เพราะรูปแบบการสอนที่ไม่น่าสนใจ เด็กต้องเรียนแบบคลาสใหญ่มีนักเรียนหลายคนต่อครูเพียงหนึ่งคน เด็กขาดการมีส่วนร่วม บวกการเรียนการสอนที่น่าเบื่อทำให้เด็กไม่สนใจจะเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้ เด็กยังมีภาวะเครียดสะสมจากการเรียนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร แล้วพ่อแม่จะมีวิธีช่วยลูกที่เจอปัญหาเหล่านี้อย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบพร้อมทั้งวิธีการเรียนรูปแบบใหม่มาฝาก ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเป็นแนวทางสำหรับเด็กและพ่อแม่ได้อย่างแน่นอน

 

ผลวิจัยชี้ เด็กไทยเครียดหนักขึ้น เพราะ เรียนออนไลน์

ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องปิด เด็กต้องเรียนออนไลน์ ซึ่งเด็กต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวอย่างกะทันหัน เรียนไม่ทัน เด็กหลุดโฟกัสได้ง่าย เพราะบริบทไม่เอื้ออำนวยในการเรียน ไหนจะการบ้านที่เยอะ ยิ่งส่งผลให้เด็ก ๆ เครียด รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากจะเรียนต่อ ซึ่งสอดคล้องกับผลวิจัยของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ โดยระบุว่า จำนวนการบ้านมากขึ้น เด็กมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เครียด วิตกกังวล โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ป.6 เตรียมศึกษาต่อ ม.1 และ ม.6 เตรียมศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เพราะกังวลว่าจะไม่มีโรงเรียนที่ดีรับเข้าเรียน ซ้ำร้ายเด็กจำนวนไม่น้อยที่ต้องหยุดเรียนไปเป็นปี ๆ หรือพักการเรียน ทำให้ไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองจะไปในทิศทางไหน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมสร้างความกังวลให้กับคนเป็นพ่อเป็นแม่ด้วย เพราะพ่อแม่ทุกคนต่างก็อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี

 

ปัญหาของการ เรียนออนไลน์ อยู่ที่รูปแบบการสอน

แม้ว่าการเรียนออนไลน์จะทำให้เด็กลดความสนใจในการเรียนอย่างมาก แต่เมื่อมาดูสาเหตุจริง ๆ แล้ว มันเกี่ยวข้องกับรูปแบบการสอนด้วย เช่น การสอนแบบหลายคนรวมกัน เด็กหาจุดโฟกัสไม่ได้ ไม่ได้พูดได้แต่ฟังอย่างเดียว แถมไม่รู้เรื่องอีก ดังนั้น หากมีการปรับรูปแบบให้น่าสนใจ เข้าถึงเด็กได้มากขึ้น ให้เด็กได้ตอบสนองต่อการเรียนการสอนอย่างเต็มที่ บวกกับเทคนิคการสอนของอาจารย์ที่ไม่น่าเบื่อ จะช่วยให้เด็กกระตือรือร้น และมีความสนุกที่จะเรียนมากขึ้น เมื่อเรียนแล้วสนุก ก็จะทำให้เข้าใจเนื้อหาของบทเรียนได้ไม่ต่างจากการเรียนในห้องเรียนปกติ

ตอนนี้ยิ่งเรียนออนไลน์ 100% ยิ่งทำให้เด็กเอียนกัน รูปแบบการสอนที่จะเน้นให้ผ่อนคลายไม่เครียด สิ่งที่พ่อแม่สามารถช่วยลูกได้ก็คือการหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก เพื่อพัฒนาด้านการเรียนได้ต่อโดยที่ไม่ต้องบังคับ เช่น การหา activity อื่นที่ทำให้เด็กสนุก แต่ได้ฝึกทักษะและพัฒนาการไปด้วย  ยกตัวอย่างที่ฮิตเลยคือการฝึกให้ลูกได้เรียนภาษาที่ 3 และภาษาที่ได้รับความนิยมก็คือ ภาษาจีน เนื่องจากมีบริษัทจีนเข้ามาลงทุนในประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยเป็นจำนวนมาก การมีความรู้ภาษาจีนนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ จะช่วยให้ส่งเสริมอนาคตในการทำงานได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาออนไลน์นั้น จำเป็นจะต้องมีรูปแบบที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งใช้ทักษะของอาจารย์ที่ช่วยทำให้เด็กมีสมาธิจดจ่อ จดจำบทเรียนได้ เรียนรู้เร็ว โดยที่ไม่ทำให้เด็กเครียด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนออนไลน์สำหรับเด็กได้ดีมากขึ้น

 

เรียนออนไลน์

 

ทำไมการเรียนภาษาที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงสำคัญ

เพราะสมองของคนเราถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน สมองซีกซ้ายเป็นส่วนของการตัดสิน ทำหน้าที่โดดเด่นในเรื่องของการใช้ภาษา การเขียน การอ่าน ทักษะด้านตัวเลข การใช้เหตุผล การควบคุม การพูด ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ในขณะสมองซีกขวาเป็นส่วนของการสร้างสรรค์ คือ ทำหน้าที่ในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก เช่น ด้านศิลปะ ความมีสุนทรียะด้านดนตรี เพลง และการใช้จินตนาการ นอกจากนี้ ภายในสมองของคนเรา จะมีเนื้อเยื่อสมองซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 2 สี ได้แก่ สีเทา และสีขาว

สมองส่วนที่เป็นสีเทา คือ สมองรอบนอก ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การฟัง การมอง สมาธิ และความจำ ด้านสมองส่วนที่เป็นสีขาว คือ สมองด้านใน ทำหน้าที่ในการส่งกระแสประสาทที่ออกจากเซลล์ประสาทในเนื้อเยื่อส่วนสีเทา ดังนั้น เมื่อเนื้อเยื่อสมองส่วนสีเทายิ่งมีปริมาณเยอะ จะยิ่งส่งผลทำให้การประมวลผล และสั่งการของสมองส่วนต่าง ๆ ทำงานได้ดี เป็นผลให้เด็ก ๆ สามารถคิด วิเคราะห์ ประมวลผล แล้วตอบสนองออกไปได้อย่างรวดเร็ว

โดยมีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในลอนดอน พบว่า การเรียนรู้ภาษาที่ 2 สามารถพัฒนาสมองส่วนสีเทาให้มีเพิ่มขึ้นได้ ยิ่งเรียนรู้ตั้งแต่ในวัยเด็กสมองส่วนสีเทาจะพัฒนาได้เร็วมากกว่าคนที่มาเรียนตอนโต และยิ่งหากได้เรียนรู้ภาษาอื่น ๆ เป็นภาษาที่ 3 หรือ 4 สมองส่วนสีเทาจะถูกพัฒนาจนปริมาณเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้สมองทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งภาษาจีนก็ถือว่าเป็นภาษายอดฮิตในปัจจุบัน และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการพัฒนาการทักษะและสมองของลูก

⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀⠀

LingoAce การเรียนภาษาจีนออนไลน์รูปแบบใหม่ เข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ

สิ่งที่สำคัญอย่างมากในการเรียนภาษา คือ ความเข้าใจ การเรียนที่ไม่น่าเบื่อ และนำไปใช้ได้จริง ๆ ซึ่งที่ LingoAce เป็นสถาบันสอนภาษาจีนออนไลน์สำหรับเด็กอายุ 6 – 15 ปี ที่ใช้ระบบ Interactive ทำให้เด็กสามารถโต้ตอบกับผู้สอนได้แบบเรียลไทม์ และมีสื่อการเรียนการสอนที่ช่วยให้ไม่น่าเบื่อ สร้างสภาพแวดล้อมในสื่อการสอนที่แปลกใหม่ น่าสนใจ ทำให้เด็กมีความสนใจที่จะเรียนมากขึ้น ซึ่งจะแตกต่างจากการเรียนออนไลน์ทั่วไป ที่มักจะเป็นการสอนแบบไปเรื่อย ๆ เพราะอาจารย์ส่วนใหญ่ยังขาดทักษะในการเตรียมการสอนผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้ยังคงติดรูปแบบการสอนแบบเดิม ๆ เพียงแต่เปลี่ยนมาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น นั่นจึงเป็นปัญหาที่ทำให้เด็กเบื่อ ไม่สนใจจะเรียน ซึ่งแตกต่างจากการเรียนออนไลน์แบบใหม่ของ LingoAce

 

LingoAce คัดเฉพาะเหล่าซือเจ้าของภาษา เพื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ

การเรียนภาษาต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม หากได้เรียนกับเจ้าของภาษา จะช่วยทำให้เด็กเรียนรู้ได้เร็วมากขึ้น และได้ทักษะการออกเสียงเหมือนเจ้าของภาษาจริง ๆ ทำให้การนำภาษาไปใช้ในชีวิตจริงมีประสิทธิภาพอย่างชัดเจน ดังนั้น LingoAce จึงคัดเหล่าซือ (อาจารย์) ที่เป็นเจ้าของภาษาอย่างเข้มข้น ซึ่งผู้ที่ผ่านมาตรฐานของ LingoAce มีเพียง 5% เท่านั้น

นอกจากนี้ ต้องมีประสบการณ์สอนไม่น้อยกว่า 3 ปี ต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร MOE ของสิงคโปร์ สามารถออกแบบการสอนที่ช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการพูด อ่าน เขียน ไปพร้อมกันได้ และต้องมีความยืดหยุ่น เข้าใจธรรมชาติของเด็ก สามารถรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาของเด็กได้ สิ่งสำคัญเลย เหล่าซือของ LingoAce ยังต้องมีความเข้าใจธรรมชาติของเด็ก เพื่อให้สามารถรับมือกับเด็กวัย 6 – 15 ปีได้อย่างเชี่ยวชาญ ทำให้เด็กไม่หลุดโฟกัส เรียนได้อย่างสนุก และมีประสิทธิภาพ

 

เรียนออนไลน์

 

LingoAce มีหลักสูตร เรียนออนไลน์ แบบไหนบ้าง

ที่ LingoAce แบ่งการเรียนออนไลน์ออกเป็น 3 หลักสูตร ซึ่งผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการจีนและสิงคโปร์ ทั้ง 2 หลักสูตรมีความแตกต่างกัน ดังนี้

1. หลักสูตรสิงคโปร์ (Singapore Program)

เป็นหลักสูตรที่พัฒนามาจากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ เป้าหมายหลักเพื่อให้เด็กมีความสามารถในการสอบจบระดับประถมศึกษาของสิงคโปร์ (PSLE) ซึ่งเน้นพัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยจำลองสิ่งต่าง ๆ และมีการโต้ตอบกับเหล่าซือตลอดคาบเรียน โดยหลักสูตรสิงคโปร์จะแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ได้แก่

  • ระดับที่ 1 – 2 เน้นการออกเสียงขั้นพื้นฐานและทักษะการพูด
  • ระดับที่ 3 – 4 ฝึกทักษะการอ่าน เขียน และการสนทนาโต้ตอบ
  • ระดับที่ 5 – 6 การสนทนาด้วยปากเปล่า การอ่านบทความยาว และการเขียน

2. หลักสูตรสากล (International Program)

เป็นหลักสูตรที่เกิดจากความร่วมมือของการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนสำหรับเยาวชน (YCT) เพื่อพัฒนาทักษะฟัง พูด อ่านและเขียนให้เด็ก ๆ สามารถสื่อสารภาษาจีนในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

  • ระดับที่ 1 ทำความเข้าใจประโยคที่ใช้ประจำวันได้
  • ระดับที่ 2 สามารถพูดคุยสื่อสารขั้นต้นได้
  • ระดับที่ 3 สื่อสารหัวข้อในชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยกับอิริยาบถทั่วไป
  • ระดับที่ 4 สื่อสารภาษาจีนเพื่อการศึกษา ในขั้นต้น และระดับผู้เชี่ยวชาญ

3. หลักสูตรพื้นฐานใหม่ (Foundation Program)

หลักสูตรพื้นฐาน มีความโดดเด่น และแตกต่างจากบทเรียนทั่วไปด้วยรูปแบบการสอนที่เน้นสร้างการจดจำโดยไม่ต้องท่องจำ โดยจะกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งค่อย ๆ ซึมซับ และคุ้นเคยกับการเรียนภาษาจีนด้วยบทเรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน จำลองสถานการณ์คล้ายการเล่นเกมผ่านด่านต่าง ๆ และใช้เวลาเรียนเพียงครั้งละ 25 นาที ไม่ใช้เวลาเรียนนานเกินไป แบ่งเป็น 2 ระดับ เหมาะกับเด็กที่ไม่มีพื้นฐานภาษาจีนโดยเฉพาะ

 

เรียนออนไลน์ 

ทำไมถึงต้องเรียนภาษาจีนออนไลน์กับ LingoAce

นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับสถาบัน หลักสูตร และอาจารย์ ที่บอกไปในข้างต้นแล้ว LingoAce มีความเข้าใจว่า เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการที่แตกต่างกัน จึงต้องให้ความสำคัญกับพัฒนาการเด็กแบบรายบุคคล โดยเริ่มตั้งแต่แนะนำหลักสูตรและครูที่เหมาะสม การใช้วิธีการดูแลเด็ก ๆ แบบ Personalise 4 ต่อ 1 เพื่อให้เด็กแต่ละคนมีประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยม และเหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์มากที่สุด พร้อมทั้งสามารถปรึกษาการเรียนส่วนตัวได้ตลอดเวลา และมีผู้เชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการช่วยแก้ไขปัญหาทางเทคนิค เพื่อการเรียนการสอนที่ไม่สะดุดอีกด้วย

ในปัจจุบันที่ LingoAce มีผู้เรียนทั่วโลกมากกว่า 200,000 คน มีคลาสที่เปิดสอนกว่า 250,000 ต่อวัน และมีชั่วโมงเรียนมากกว่า 7000 ชั่วโมง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และมีสำนักงานอื่น ๆ อีกทั่วทุกมุมโลก

 

แม้ว่าการเรียนออนไลน์จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในการศึกษาและพัฒนาความรู้ของเด็ก ๆ แต่หากเข้าใจหลักของปัญญา และเริ่มแก้ไขอย่างตรงจุด ด้วยการมอบโอกาสการเรียนการสอนที่สนุก น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะทำให้ปัญหาเด็กเครียดเพราะเรียนออนไลน์ลดลงได้อย่างมาก อย่างการมาเรียนภาษาจีนรูปแบบใหม่กับ LingoAce ที่จะแก้ไขปัญหาการเรียนออนไลน์แบบเดิม ๆ ให้หมดไป และสามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาจีนให้เด็กได้จริงอย่างแน่นอน

 

 

พิเศษ! สำหรับแฟนเพจ theAsianparent รับสิทธิ์ทดลองเรียน หรือปรึกษาก่อนตัดสินใจเรียนจริง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เพียงลงทะเบียนที่นี่ คลิก

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

  • หน้าแรก
  • /
  • การศึกษา
  • /
  • เด็กยุคใหม่เครียด เรียนออนไลน์ ไม่รู้เรื่อง ปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่ห้ามละเลย
แชร์ :
  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว