วิธีการล้างจมูกเด็ก

วิธีการล้างจมูกเด็ก

มาดูวิธีการล้างจมูกเด็กน้อยเมื่อมีน้ำมูกอยู่ในโพรงจมูกกันนะคะ

วิธีการล้างจมูกเด็ก

วิธีล้างจมูกเด็ก

วิธีการล้างจมูกเด็ก

การล้างจมูกคืออะไร

การล้างจมูกคือ การทำความสะอาดโพรงจมูก โดยการใส่หรือหยอดน้ำเข้าไปในจมูก การล้างจมูกจะช่วยชะล้างมูก คราบมูก หรือหนองบริเวณโพรงจมูก และหลังโพรงจมูกออก ทำให้โพรงจมูกสะอาด น้ำที่ใช้แนะนำให้ใช้น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9% เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยลดความเหนียวของน้ำมูกและทำให้เชื้อโรคไม่เจริญเติบโต

 

การล้างจมูกมีประโยชน์อย่างไร

·        ช่วยล้างมูกเหนียวข้นที่ไม่สามารถระบายออกได้เอง ทำให้โพรงจมูกสะอาด

·        อาการหวัดเรื้อรังดีขึ้น

·        การระบายหนองจากไซนัสดีขึ้น

·        ป้องกันการลุกลามของเชื้อโรคจากจมูกและไซนัสไปสู่ปอด

·        ช่วยลดจำนวนเชื้อโรค ของเสีย สารก่อภูมิแพ้ และสารที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อสารก่อภูมิแพ้

·        ให้ความชุ่มชื้นแก่เยื่อบุจมูก

·        บรรเทาอาการคัดแน่นจมูก ทำให้หายใจโล่งขึ้น

·        บรรเทาอาการระคายเคืองในจมูก

·        การล้างจมูกก่อนใช้ยาพ่นจมูก จะทำให้ยาพ่นจมูกมีประสิทธิภาพดีขึ้น

 

ควรล้างจมูกเมื่อไหร่

·        เมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นจำนวนมาก

·        ก่อนใช้ยาพ่นจมูก

วิธีล้างจมูกเด็ก

การล้างจมูกทำอย่างไร

1. เตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก

    1.1 น้ำเกลือความเข้มข้น 0.9 %ซึ่งหาซื้อได้จากโรงพยาบาลหรือตามร้านขายยา แนะนำให้ใช้ขวดละ 100 ซีซี(น้ำเกลือที่ใช้เหลือให้เททิ้ง ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่หรือเทกลับเข้าขวดน้ำเกลือเดิม)

    1.2 ถ้วยสะอาดสำหรับใส่น้ำเกลือ

    1.3 – กระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 1 ซีซี (ไม่ใส่เข็ม) หรือขวดยาหยอดตา สำหรับเด็กขวบปีแรก

– กระบอกฉีดยาพลาสติกขนาด 2-5 ซีซี (ไม่ใส่เข็ม) สำหรับเด็กอายุ 1-5 ปี

    1.4 ลูกยางแดงสำหรับดูดน้ำมูกและเสมหะสำหรับเด็กที่ยังสั่งน้ำมูกและบ้วนเสมหะเองไม่ได้

– ลูกยางแดงเบอร์ 0-2 สำหรับเด็กขวบปีแรก

– ลูกยางแดงเบอร์ 2-4 สำหรับเด็กอายุมากกว่า 1 ปี

    1.5 ภาชนะใส่น้ำล้างจมูก และกระดาษทิชชู่

2. วิธีล้างจมูก

สำหรับเด็กเล็กที่ยังสั่งน้ำมูกและบ้วนเสมหะเองไม่ได้

    2.1 ล้างมือผู้ที่จะทำการล้างจมูกให้สะอาด

    2.2 เทน้ำเกลือใส่ขวดยาหยอดตา  หรือใช้กระบอกฉีดยาดูดน้ำเกลือจนเต็ม

    2.3 ให้ใช้ผ้าห่อตัวเด็กในกรณีที่เด็กไม่ให้ความร่วมมือและดิ้นมาก การห่อตัวเด็กจะช่วยให้ผู้ล้างจมูกสามารถล้างจมูกได้สะดวก นุ่มนวลและไม่เกิดการบาดเจ็บ

    2.4 ให้เด็กนอนในท่าศีรษะสูงพอควรเพื่อป้องกันกันสำลัก

    2.5 จับหน้าให้นิ่ง ค่อยๆหยดน้ำเกลือครั้งละ 2-3 หยด หรือค่อยๆสอดปลายกระบอกฉีดยาเข้าไปในรูจมูกข้างที่จะล้าง โดยให้วางปลายกระบอกฉีดยาชิดด้านบนขอบรูจมูก ค่อยๆ ฉีดน้ำเกลือครั้งละประมาณ 0.5 ซีซี

    2.6 ใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกในจมูกออก โดยให้บีบลูกยางแดงจนสุดเพื่อไล่ลมออก แล้วค่อยๆสอดเข้าไปในรูจมูก ลึกประมาณ 1-1.5 ซ.ม. ค่อยๆปล่อยมือที่บีบออกช้าๆ เพื่อดูดน้ำมูกเข้ามาในลูกยางแดง บีบน้ำมูกในลูกยางแดงทิ้งในกระดาษทิชชู่

    2.7 ทำซ้ำหลายๆครั้งในรูจมูกแต่ละข้างจนไม่มีน้ำมูก

    2.8 ในกรณีที่รู้สึกว่ามีเสมหะในลำคอ ให้สอดลูกยางแดงเข้าทางปากเพื่อดูดเสมหะในคอออก ถ้าต้องการให้เด็กไอเอาเสมหะออก ให้สอดลูกยางแดงลึกถึงประมาณโคนลิ้นเพื่อกระตุ้นไอ และทำการดูดเสมหะเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น (ระหว่างดูดเสมหะให้จับหน้าเด็กหันไปด้านใดด้านหนึ่ง เพื่อป้องกันการสำลัก)

วิธีล้างจมูกเด็ก

ในกรณีเด็กเล็กที่ให้ความร่วมมือและสั่งน้ำมูกได้

1.ให้เด็กนั่งหรือยืน แหงนหน้าเล็กน้อย ค่อยๆสอดปลายกระบอกฉีดยาเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น

2.ค่อยๆฉีดน้ำเกลือครั้งละประมาณ 0.5-1 ซีซี หรือเท่าที่เด็กทนได้ พร้อมกับสั่งให้เด็กกลืนน้ำเกลือที่ไหลลงคอเป็นระยะๆ ระหว่างฉีดน้ำเกลือ หรือให้บ้วนทิ้ง

3.สั่งน้ำมูกพร้อมๆกันทั้ง 2 ข้าง  (ไม่ต้องอุดรูจมูกอีกข้าง)

4.ทำซ้ำหลายๆครั้งในรูจมูกแต่ละข้าง จนไม่มีน้ำมูก

 

วิธีทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูก

ให้ล้างอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกให้สะอาดหลังการใช้ทุกครั้งน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเติบโตและเพิ่มปริมาณโดย

o   กระบอกฉีดยาและภาชนะที่ใส่น้ำเกลืให้ล้างน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจาน ล้างด้วยน้ำประปาจนหมดน้ำสบู่ ผึ่งให้แห้ง

o   ล้างลูกยางแดงด้วยน้ำสบู่ทั้งภายนอกและภายใน ล้างตามด้วยน้ำประปาจนสะอาด โดยคว่ำปลายลูกยางแดงลง ควรนำไปต้มในน้ำเดือดวันละครั้ง โดยดูดน้ำเดือดเข้ามาในลูกยางแดงต้มประมาณ 5 นาที เสร็จแล้วบีบน้ำที่ค้างในลูกยางออกจนหมด วางคว่ำในภาชนะที่สะอาดโดยคว่ำปลายลูกยางแดงลง

 

ควรล้างจมูกบ่อยแค่ไหน

อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ช่วงตื่นนอนตอนเช้าและก่อนเข้านอน หรือเมื่อรู้สึกว่ามีน้ำมูกมากแน่นจมูก หรือก่อนใช้ยาพ่นจมูก แนะนำให้ทำในช่วงท้องว่าง เพราะจะได้ไม่เกิดอาการอาเจียน

 

การล้างจมูกมีอันตรายหรือไม่

ถ้าทำได้ถูกต้องและในเวลาที่เหมาะสม ไม่น่าจะมีอันตราย อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้เช่น การสำลัก การนำเชื้อเข้าไปในโพรงไซนัส ปัญหาการสำลักจะไม่เกิดขึ้น ถ้าได้เรียนรู้วิธีการล้างจมูกที่ถูกต้อง และควรล้างจมูกก่อนเวลารับประทานอาหาร หรือรับประทานอาหารแล้วอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อป้องกันการอาเจียน หรือสำลัก

 

ข้อควรระวัง

น้ำเกลือและอุปกรณ์ที่ใช้ล้างจมูกต้องสะอาด โดยเฉพาะน้ำเกลือไม่ควรใช้ขวดใหญ่ เพราะการเปิดทิ้งไว้และใช้ต่อเนื่องนานกว่าจะหมด จะทำให้มีเชื้อโรคสะสมอยู่ได้ โดยทั่วไปใช้ขวดละ 100 ซีซี เพื่อให้หมดเร็ว จะได้ไม่เกิดการติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ควรล้างจมูกเมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้นจำนวนมาก (ถ้าน้ำมูกใสและมีจำนวนเล็กน้อยให้สั่งออกมา) หลังฉีดน้ำเกลือเข้าไปในโพรงจมูก ให้สั่งน้ำมูกออกทันที ไม่ควรกลั้นหายใจเพื่อกักน้ำเกลือให้ค้างในจมูกนาน เพราะน้ำเกลืออาจจะไหลย้อนไปในไซนัส และการสั่งน้ำมูกให้สั่งเบาๆและไม่ต้องอุดรูจมูกอีกข้าง เพราะอาจทำให้แก้วหูทะลุได้

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อาการป่วยของเด็กที่ดูแลอาการที่บ้านได้

ทำไมคุณแม่ถึงไม่ควรใช้น้ำเปล่า ล้างจมูก ให้ลูก?

เช็คRSV อาการ เป็นอย่างไร ต่างกับหวัดอย่างไร? มาดูไปพร้อมกันนะคะ

 

https://www.google.com/search?client=safari&rls=en&q=%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2&ie=UTF-8&oe=UTF-8

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner