ลูกเครียด ความวิตกกังวลในเด็ก แต่ละช่วงวัย พ่อแม่ช่วยอะไรได้บ้าง?

ลูกเครียด ความวิตกกังวลในเด็ก แต่ละช่วงวัย พ่อแม่ช่วยอะไรได้บ้าง?

ความวิตกกังวลเกิดขึ้นได้กับทุกคน รวมไปถึงลูกด้วย ถ้าหาก ลูกเครียด ต้องทำยังไง ความวิตกกังวลในเด็ก แต่ละช่วงอายุ พ่อแม่ช่วยอะไรได้บ้าง?

ความวิตกกังวลในเด็ก แต่ละช่วงวัย

ความวิตกกังวล (Anxiety) ถือเป็นสิ่งที่สามารถเกิดได้กับทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก แต่สำหรับเด็ก ที่ยังไม่มีประสบการณ์ชีวิตมากนัก ถ้าหากลูกเครียด พ่อแม่ต้องทำยังไง ความวิตกกังวลในเด็ก แต่ละช่วงอายุ มักจะไม่เหมือนกัน เด็กมักจะมีความกังวลที่ต่างกันออกไป คนเป็นพ่อเป็นแม่ สามารถช่วยแนะนำอะไรได้บ้าง อ่านได้จากบทความนี้ค่ะ

ความวิตกกังวลในเด็กเล็ก

ความวิตกกังวลในเด็กเล็ก (Anxiety in little kids)

สำหรับเด็กเล็ก เขามักจะมีความเป็นเจ้าหนูจำไม เริ่มถามนู่นถามนี่ จนบางครั้งก็สร้างความเครียดให้กับพ่อแม่ เด็กเล็กจะเริ่มแสดงอาการวิตกกังวล สงสัยในหลาย ๆ เรื่องที่เขาไม่เคยรู้ แต่อย่าเพิ่งเครียดไป จริง ๆ แล้วก็มีหลายวิธีที่เราสามารถช่วยพวกเขาผ่านมันได้ พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องรองรับความกังวลของพวกเขา แค่ต้องให้ความสำคัญกับการสนับสนุนความคิด และใส่ใจพวกเขาก็พอ

หากลูกของคุณ เป็นคนประเภทที่ถามคำถามมากมาย ถามอะไรบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต วิธีหนึ่งที่จะสนับสนุนพวกเขา ก็คือการกำหนดเวลาเฉพาะสำหรับการตั้งคำถาม เช่น ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นเหมือนช่วงเวลาที่จะทำให้พ่อแม่ได้คุยอย่างตรงไปตรงมากับลูก ๆ

เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกอย่างหนึ่ง ที่พ่อแม่สามารถใช้ได้ ก็คือการเออออตื่นเต้น ไปกับสิ่งที่พวกเขาพูดอยู่ เช่น เมื่อลูกเริ่มตื่นเต้นหรือกังวลเกี่ยวกับคลาสเรียนว่ายน้ำครั้งต่อไป ก็ให้ลองบอกเขาไปว่า “มันน่าสนุกหรือน่าตื่นเต้นดีออกนะ”

ความวิตกกังวลในเด็กเล็ก

อีกหนึ่งวิธีที่บางบ้านใช้ ก็คือหาตุ๊กตาคู่ใจให้เขาสักตัว ที่จะทำให้พวกเขารู้สึกสงบและปลอดภัย ให้พวกเขาเอาไปวางไว้บนเตียงด้วย หรือเอาวางไว้ใต้หมอน ก็อาจจะช่วยให้เด็ก ๆ คลายความวิตกกังวลลงได้ และทำให้เด็กรู้สึกเหมือนมีเพื่อนคู่ใจด้วย

อีกความวิตกกังวล ที่เกิดขึ้นได้กับเด็กเล็ก คือจะเกิดกับสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน อย่างเช่น การปั่นจักรยาน ดังนั้นถ้าหากเด็ก ๆ รู้สึกกังวลในการทำกิจกรรมที่แปลกใหม่ พ่อแม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้ ด้วยการเปิด YouTube ให้ลูกดู ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัว ให้เขาดูเป็นตัวอย่าง พวกเขาจะสามารถคลายความกังวลลงไปได้มาก

เด็กเล็กบางคน อาจมีความกังวลในเรื่องการไปโรงเรียนอนุบาลครั้งแรก เนื่องจากเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ และเป็นช่วงเวลาที่ต้องห่างกับพ่อแม่เป็นเวลานาน ๆ ครั้งแรก ซึ่งจริง ๆ แล้ว ความกังวลนี้มักจะเกิดขึ้นนแค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น สักพักเดี๋ยวเด็ก ๆ ก็จะชินไปเอง

พ่อแม่สามารถพูดปลอบ รวมไปถึงถามถึงกิจกรรมในแต่ละวัน ให้ลูก ๆ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง เพื่อตรวจสอบดูว่า ลูกมีความกังวลเรื่องอะไรที่โรงเรียนบ้างหรือไม่ แต่ถ้าลูกมีความสุขดี สามารถเข้ากับเพื่อน ๆ ได้ นั่นก็ถือว่าไม่ต้องมีอะไรน่าห่วงแล้วล่ะค่ะ

ความวิตกกังวลในเด็กเล็ก

ความวิตกกังวลในเด็กโต (Anxiety in big kids)

สำหรับเด็กโตแล้ว พวกเขามักจะมีความวิตกกังวลเพิ่มมากกว่า เนื่องจากมีเรื่องต่าง ๆ ให้คิด และรับผิดชอบมากขึ้น มีเวลาเล่นน้อยลง รวมไปถึงมีความกดดันจากการเป็นนักเรียน ยิ่งถ้าหากอยู่ในโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง เด็กจะยิ่งมีความวิตกกังวล ความเครียด ความซึมเศร้าได้ง่าย และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด คืออาจนำไปสู่การใช้สารเสพติด และพฤติกรรมเกเรได้

การบ้านถือเป็นอีกเรื่องที่เด็กโตส่วนใหญ่มักจะกังวลกัน การบ้านเนี่ย ถือเป็นเรื่องใหญ่ของเด็ก ๆ เขาเลยล่ะ เด็กอาจจะเริ่มรู้สึกว่า การทำการบ้านมันยากจัง ซึ่งหลายครั้ง เด็กมักจะมีความวิตกกังวลไปก่อนที่จะเริ่มลงมือทำการบ้านเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ที่จะต้องช่วยคลายความกังวลให้กับลูก ๆ ของพวกคุณ

พ่อแม่อาจจะช่วยปลอบเด็ก พยายามบอกให้ลองทำดูก่อน คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ใกล้ ๆ หรืออีกวิธีที่จะช่วยแก้ความวิตกกังวลไปก่อนนี้ได้ ก็คือให้ลองประเมินความยากของการบ้านล่วงหน้าไปก่อน ว่าก่อนทำให้คะแนนความยากระดับไหน แล้วพอทำเสร็จแล้ว จริง ๆ แล้วการบ้านนี้มันยากระดับไหน ถ้าหากมันไม่ได้ยากมากเท่าที่คิด เด็กจะรับรู้ได้เองว่าตัวเองกลัวไปก่อน แล้วครั้งต่อ ๆ ไปก็จะมีความกังวลน้อยลง

ความวิตกกังวลในเด็กโต

เครื่องให้คะแนนความยากง่าย ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเราในการสื่อสารและติดตามความกังวลและความก้าวหน้าของเรา ผู้ใหญ่บางคนใช้เพื่อเข้าถึงสุขภาพจิตของตัวเอง ประเมินความเจ็บปวด และทบทวนวิธีจัดการกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่า เด็ก ๆ ก็สามารถได้รับประโยชน์จากวิธีนี้เช่นกัน การให้คะแนนความยากง่าย สามารถช่วยให้พวกเขาเปลี่ยนจาก "ฉันทำไม่ได้!" เป็น "จริง ๆ แล้วฉันทำได้นี่นา" ขึ้นมาได้เลย

การเปลี่ยนแปลงแทบทุกสิ่ง สามารถสร้างความกลัว และความวิตกกังวลให้กับทุก ๆ คนได้ รวมไปถึงกับลูก ๆ ของทุกคนด้วย การเปลี่ยนแปลงในเรื่องความสัมพันธ์ สภาพแวดล้อม สามารถสร้างความกังวลให้กับเด็ก ๆ ได้ง่าย ๆ

เด็กโต ไปจนถึงวัยรุ่น สามารถตระหนักถึงความสัมพันธ์ และสถานะทางสังคมได้ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังไม่มีความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจและอารมณ์ ดังนั้นถ้าหากพวกเขาเผชิญกับความล้มเหลว หรือความพ่ายแพ้อยู่บ่อย ๆ มันก็อาจจะกระทบกระเทือนจิตใจพวกเขาได้ รวมไปถึงเกิดเป็นความเครียด ความซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวลได้เลย

ความวิตกกังวลในเด็กโต

ดังนั้นไม่ว่าลูก ๆ จะเด็กหรือโตขนาดไหน แต่พ่อแม่ก็ไม่ควรปล่อยปะละเลย ควรดูแลอยู่ห่าง ๆ คอยช่วยเหลือพวกเขา เวลาพบเจอกับปัญหา แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ควรเข้าไปแทรกแซงเสียทุกเรื่อง โดยเฉพาะถ้าหากลูกของคุณเริ่มโตแล้ว ควรปล่อยให้เขาเลือกทางเดินของตัวเองได้บ้าง แล้วคอยช่วยเหลือแบบไม่ได้ข้ามเส้นจนเกินไป จนลูกของคุณรู้สึกอึดอัด

ที่มา : 1

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

รู้แล้วอย่าเสี่ยง! มลภาวะทางอากาศทำให้ ลูกน้อยเป็นโรคซึมเศร้า

ปัญหาลูกไม่ทำการบ้าน ลูกไม่ชอบทำการบ้าน เพราะอะไร วิธีแก้ปัญหาลูกไม่ทำการบ้าน

ลูกโตแล้วยังฉี่รดที่นอน ทำอย่างไรดี? สาเหตุและวิธีแก้ฉี่รดที่นอน

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

PP.

app info
get app banner