TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

สำรวจ สายการเรียน ม.ปลาย เรียนต่อสายไหน ให้เข้าคณะในดวงใจได้!

บทความ 8 นาที
สำรวจ สายการเรียน ม.ปลาย เรียนต่อสายไหน ให้เข้าคณะในดวงใจได้!

เมื่อใกล้จบม. 3 นักเรียนหลายคนอาจเริ่มกังวลใจ และยังไม่รู้ตัวเองว่าจะเข้า สายการเรียน ไหนดี การเลือกสายการเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเรียนอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการเลือกสายเพื่อให้เข้าคณะที่ตัวเองต้องการแล้ว ยังเป็นการเลือกแผนการเรียนที่ตนเองสนใจ และได้เรียนในวิชาที่เกี่ยวข้องอีกด้วย หากนักเรียนไม่ชอบในรายวิชา หรือสายการเรียนนั้น ก็อาจทำให้การเรียน ไม่มีความสุขก็ได้ สำหรับนักเรียนคนไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกสายการเรียนไหนดี วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลของสายการเรียนแต่ละสายมาแล้วค่ะ เผื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนได้เลือกได้สายที่ตัวเองต้องการ

 

เลือก สายการเรียน อย่างไรดี?

แน่นอนว่า เมื่อนักเรียนใกล้เรียนจบชั้น ม. 3 หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเราควรเลือกเรียนสายอะไร และควรเลือกสายการเรียนไหน ที่จะช่วยให้เราได้เรียนในคณะที่ชอบในอนาคตได้ สำหรับเทคนิคการเลือกสายการเรียนต่อนั้น มีดังนี้

  • เลือกตามความชอบของวิชาเรียน : หากนักเรียนชอบเรียน หรือถนัดวิชาใดวิชาหนึ่ง ก็สามารถนำมาพิจารณาประกอบการเลือกสายการเรียนต่อได้ เพราะการที่เรามีความถนัดในวิชาที่ตนเองชอบ หรือสนใจ ก็ช่วยให้การเรียนม. ปลายของเรานั้นถนัดมากขึ้นก็ได้ ตัวอย่างเช่น หากนักเรียนไม่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ แต่ชอบเรียนภาษาไทย หรือสังคมศึกษามากกว่า ก็มีแนวโน้มที่ควรจะเลือกในสายไทย-สังคม หรือศิลป์-ภาษา เป็นต้น
  • เลือกจากความถนัดของตนเอง : อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำไมเราจึงต้องพิจารณาจากความถนัดของตนเอง เพราะการเรียนในชั้นม. ปลายนั้น นักเรียนจะได้เรียนวิชาหลักของแต่ละสาย มากกว่าวิชาพื้นฐานแบบตอนม. ต้น หากนักเรียนมีความถนัดด้านการคำนวณ ก็สามารถเลือกเรียนสายวิทย์-คณิต หรือศิลป์-คำนวณได้ หรือหากนักเรียนมีความถนัด และสนใจในเรื่องของภาษา ก็ควรที่จะเลือกเรียนสายศิลป์-ภาษานั่นเอง
  • เลือกจากอาชีพที่เราอยากเป็น : เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้เราเลือกสายการเรียนให้ง่ายขึ้น คือการดูอาชีพที่เราอยากเป็น สมมติว่านักเรียนอยากเป็นแพทย์ ก็ควรเลือกสายการเรียนวิทย์-คณิต หรือหากนักเรียนอยากเป็นล่าม ก็ควรเลือกสายศิลป์-ภาษา หรือศิลป์-คำนวณ ซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  • เลือกจากคณะที่เราเข้าเรียนในอนาคต : การพิจารณาตามคณะที่เราอยากเรียนในอนาคต ก็สามารถช่วยให้นักเรียนเลือกสายการเรียนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะแต่ละคณะ หรือสาขาของแต่ละมหาวิทยาลัยนั้น ได้กำหนดสายการเรียนที่นักเรียนต้องเรียนมานั่นเอง ดังนั้น วิธีนี้จึงสามารถช่วยให้นักเรียนได้เลือกสายการเรียน ที่ตนเองอยากเรียนได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : อยากเป็นหมอ หรือ เรียนต่อสายแพทย์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร

 

high-school-program

 

สายการเรียนทั้งหมด ของชั้นม. ปลาย มีอะไรบ้าง

สายการเรียนหลัก ๆ ในชั้นมัธยมศึกษาของประเทศไทย เริ่มต้นด้วย 4 สายการเรียนหลัก โดยจะมีสายวิทย์-คณิต สายศิลป์-คำนวณ สายศิลป์-ภาษา และสายไทย-สังคม หรือศิลป์อื่น ๆ ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละโรงเรียนว่ามีแผนการเรียนการสอนอย่างไร โดยข้อมูลของแต่ละสายการเรียนนั้น สามารถแบ่งได้ดังนี้

1. สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ (วิทย์-คณิต)

เรียกได้ว่าเป็นสายการเรียนยอดฮิต สำหรับนักเรียนไทยเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดแล้ว ยังเป็นสายที่นักเรียนได้มีทางเลือกในการสอบเข้าระดับอุดมศึกษามากเป็นพิเศษ โดยในสายการเรียนนี้ นักเรียนจะได้เรียนวิชาคณิตหลัก และคณิตเสริม หรือคณิตเพิ่มเติมนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีวิชาวิทย์พื้นฐาน ที่แบ่งออกเป็นวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา รวมทั้งบางโรงเรียนยังมีฟิสิกส์เพิ่ม เคมีเพิ่ม ชีววิทยาเพิ่มเติมอีกด้วย เรียกได้ว่าเรียนกันให้จุใจเลยทีเดียว

สำหรับนักเรียนที่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์นั้น เหมาะอย่างยิ่งที่จะเข้าเรียนในสายนี้ เพราะหากชื่นชอบเป็นทุนเดิมนั้น ก็จะส่งผลให้เราสามารถเรียนสายการเรียนนี้ได้ โดยไม่ต้องกังวล นอกจากนี้นักเรียนจะได้เรียนวิชาพื้นฐานเหมือนกับนักเรียนสายอื่น ๆ เว้นแต่ว่าจะเลือกเรียนให้ห้องสายการเรียนพิเศษ เช่น ห้องเรียน Gifted หรือ English Program (EP) เป็นต้น โดยการเรียนในสายการเรียนวิทย์-คณิต นักเรียนจะได้ฝึกเน้นการคำนวณ การตีความ การอธิบายเหตุผล ตลอดจนการสื่อสารความหมายนั่นเอง นอกเหนือจากการเรียนในรายวิชา สำหรับการเรียนสายวิทย์-คณิต นักเรียนจะมีโอกาสได้สอบเข้าได้คณะดังต่อไปนี้

  • กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ
    • แพทยศาสตร์-พยาบาลศาสตร์
    • เภสัชศาสตร์-ทันตแพทย์ศาสตร์
    • สัตวแพทยศาสตร์-กายภาพบำบัด
    • เทคนิคการแพทย์-สาธารณสุขศาสตร์
  • กลุ่มวิทยาศาสตร์กายภาพ
  • กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์
  • กลุ่มเกษตรศาสตร์
  • กลุ่มบริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
  • กลุ่มสถาปัตยกรรมศาสตร์ 
  • กลุ่มครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ 
  • กลุ่มศิลปกรรมศาสตร์ 
  • กลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 

2. สายภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์ (ศิลป์-คำนวณ)

สายศิลป์-คำนวณ เหมาะสำหรับเด็กที่มีใจรักการคำนวณ และภาษาอังกฤษ แต่ไม่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนในสายการเรียนนี้ นักเรียนจะได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์อย่างอัดแน่น โดยจะได้เรียนแบบเดียวกับนักเรียนสายวิทย์-คณิต รวมทั้งนักเรียนจะได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษที่จัดเต็มอีกเช่นกัน โดยจะได้เรียนทั้งการอ่าน การพูด การฟัง และการเขียนนั่นเอง

นอกจากวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน และอังกฤษพื้นฐานแล้ว นักเรียนจะได้เรียนคณิตเสริม หรือคณิตเพิ่ม และภาษาอังกฤษในด้านทักษะต่าง ๆ ด้วย สายศิลป์-คำนวณ จะช่วยพัฒนาให้นักเรียนได้มีทักษะการคำนวณที่ดี และยังมีทักษะด้านภาษา การคิดวิเคราะห์ และการจดจำรายละเอียดได้ด้วย สำหรับการเรียนสายศิลป์-คำนวณ นักเรียนจะมีโอกาสได้สอบเข้าได้คณะดังต่อไปนี้

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
  • คณะบริหารธุรกิจ
  • คณะเศรษฐศาสตร์
  • คณะวิทยาการจัดการ
  • คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การโรงแรม
  • คณะศึกษาศาสตร์
  • คณะครุศาสตร์
  • คณะอักษรศาสตร์
  • คณะศิลปศาสตร์-โบราณคดี
  • คณะนิเทศศาสตร์
  • คณะศิลปกรรม
  • คณะวิจิตรศิลป์
  • คณะมัณฑนศิลป์
  • คณะจิตรกรรม
  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
  • คณะนิติศาสตร์
  • คณะรัฐศาสตร์ 

บทความที่เกี่ยวข้อง : ศิลป์คำนวณเรียนอะไรบ้าง ไขข้อสงสัย เด็กสายศิลป์คำนวณเรียนอะไร?

 

high-school-program

 

3. สายภาษาอังกฤษ-ภาษา (ศิลป์-ภาษา)

อีกหนึ่งสายการเรียนที่ได้รับความนิยมไม่แพ้สายวิทย์-คณิต คือ สายศิลป์-ภาษา การเรียนในสายการเรียนนี้ นักเรียนเรียนจะได้เรียนภาษาที่สาม และภาษาอังกฤษแบบจัดเต็ม โดยส่วนใหญ่แล้ว โรงเรียนในประเทศไทย จะนิยมเปิดในสายภาษาจีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน สเปน และเกาหลี เป็นต้น ซึ่งนักเรียนจะได้มีโอกาสเลือก หรือสอบเข้าในแต่ละสายภาษานั้น ๆ หากนักเรียนต้องการหลีกเลี่ยงการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ สายศิลป์-ภาษาจึงเหมาะที่กับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงวิชาเหล่านั้นอย่างยิ่ง

นอกจากการเรียนภาษาที่สามแล้ว นักเรียนจะได้เรียนรู้พื้นฐานของภาษานั้น ๆ เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ อ่านออก หรือเขียนได้ ทั้งนี้การเรียนในสายศิลป์-ภาษาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเป็นการเรียนภาษาต่างประเทศ ดังนั้นเด็ก ๆ จะได้เรียนภาษาที่ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียวนั่นเอง การเรียนในสายการเรียนนี้ยังช่วยฝึกให้นักเรียน เกิดความรู้ และความเข้าใจในภาษา และฝึกจดจำรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อใช้เหตุผลในการวิเคราะห์อีกด้วย โดยสำหรับการเรียนในสายศิลป์-ภาษานั้น นักเรียนจะสามารถเลือกสอบเข้าคณะได้ดังต่อไปนี้

  • คณะครุศาสตร์
  • คณะอักษรศาสตร์
  • คณะศิลปศาสตร์-โบราณคดี
  • คณะนิเทศศาสตร์
  • คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการโรงแรม
  • คณะศึกษาศาสตร์
  • คณะศิลปกรรม
  • คณะวิจิตรศิลป์
  • คณะมัณฑนศิลป์
  • คณะจิตรกรรม
  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
  • คณะนิติศาสตร์
  • คณะรัฐศาสตร์ 

4. สายภาษาไทย-สังคม (ไทย-สังคม) และศิลป์อื่น ๆ

สำหรับการเรียนสายไทย-สังคมนั้น นักเรียนจะได้เรียนวิชาภาษาไทย และสังคมศึกษาอย่างอัดแน่น โดยจะเรียนตั้งแต่เรื่องสังคมศึกษา ศาสนา ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วรรณคดี กฎหมาย และการเมือง เป็นต้น นักเรียนที่สนใจในการศึกษาต่อคณะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือสังคมสังเคราะห์นั้น ก็สามารถเลือกเรียนสายการเรียนนี้ได้เช่นกัน

นอกจากสายไทย-สังคมแล้ว ยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ได้เปิดสายศิลป์อื่น ๆ ด้วย เช่น ศิลป์-อุตสาหกรรม ศิลป์-พลศึกษา ศิลป์-ออกแบบ และศิลป์-ธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งจะขึ้นอยู่กับหลักสูตร และวิชาเรียนแขนงต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้เปิดสอนนั่นเอง โดยสำหรับการเรียนในสายไทย-สังคมนั้น นักเรียนจะสามารถเลือกสอบเข้าคณะได้ดังต่อไปนี้

  • คณะอักษรศาสตร์
  • คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์
  • คณะศิลปศาสตร์
  • คณะโบราณคดี
  • คณะนิเทศศาสตร์
  • คณะวารสารศาสตร์
  • คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
  • คณะนิติศาสตร์
  • คณะรัฐศาสตร์
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะวิจิตรศิลป์
  • คณะมัณฑนศิลป์
  • คณะจิตรกรรม
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
  • คณะบริหารธุรกิจ
  • คณะเศรษฐศาสตร์
  • คณะวิทยาการจัดการ
  • คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการโรงแรม

 

high-school-program

 

5. สายการเรียนแบบใหม่

แน่นอนว่า เมื่อรูปแบบการเรียนการสอนสมัยใหม่เปลี่ยนไป นักเรียนไม่ได้ถูกจำกัดเพียงแค่เรียนในสายวิทย์-คณิต หรือศิลป์ต่าง ๆ เท่านั้น ปัจจุบันมีโรงเรียนหลายแห่ง ได้เปิดสายการเรียนการสอนแบบใหม่ ซึ่งจะเน้นให้นักเรียนได้เรียนตามความถนัดเฉพาะทาง ซึ่งจะเป็นเน้นตรงต่อสายวิชาที่จะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยนั่นเอง โดยนักเรียนสามารถเลือกสายการเรียนที่ตรงต่อความต้องการได้มากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตามสายการเรียนแบบใหม่ในประเทศไทยนั้น ยังเปิดเพียงแค่ไม่กี่โรงเรียน นักเรียนจึงควรศึกษาข้อมูล และหลักสูตรของแต่ละโรงเรียน ว่ามีแผนการเรียนแบบใหม่ด้วยหรือไม่ โดยส่วนหนึ่งของสายการเรียนแบบใหม่นั้น มีดังนี้

  • IP EP IEP GP วิทย์-เทคโนโลยี
  • เตรียมแพทย์-เภสัชฯ
  • เตรียมวิศวะ-สถาปัตย์
  • เตรียมนิเทศ-มนุษย์
  • เตรียมศิลปกรรม
  • เตรียมบริหารธุรกิจ-บัญชี
  • เตรียมวิทย์-คอม
  • เตรียมนิติ-รัฐศาสตร์
  • ฯลฯ

 

สายการเรียนทั้งหมด ที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้น เป็นเพียงสายการเรียนส่วนใหญ่ และสายการเรียนหลักที่โรงเรียนในประเทศไทยนั้นจัดการเรียนการสอน อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกสายการเรียน ของการเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น นักเรียนควรจะหาข้อมูลของแต่ละสายเพิ่มเติม หรืออ่านหลักสูตร และรายวิชาของโรงเรียนที่ตนเองจะเรียนต่อด้วย เพื่อให้ตนเองได้ค้นหาว่าถนัดกับสายการเรียนไหนมากที่สุด และควรเลือกที่ตนเองชอบ และสนใจในสายนั้น ๆ เพื่อให้การเรียนของเราสอดคล้องกับความรู้ความสามารถ ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกคณะ สาขา และมหาวิทยาลัยในอนาคตอีกด้วย

 

บทความจากพันธมิตร
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
สถาบันอาทิตย์ อุไรรัตน์ ร่วมกับแสนสิริ สร้างมิติใหม่ให้วงการศึกษาไทย เชื่อมโยงนักเรียนสู่โลกการทำงานจริง
เตรียมตัวลูกอย่างไรให้ "สอบเข้าสาธิต ป.1" ได้แบบไม่เครียด?
เตรียมตัวลูกอย่างไรให้ "สอบเข้าสาธิต ป.1" ได้แบบไม่เครียด?
Dadi International Kindergarten เรียนรู้สนุก เล่นอย่างสร้างสรรค์ ด้วย 3 ภาษา พร้อมเสริมสร้างทักษะ EF
Dadi International Kindergarten เรียนรู้สนุก เล่นอย่างสร้างสรรค์ ด้วย 3 ภาษา พร้อมเสริมสร้างทักษะ EF
จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยใน 34 สาขา จาก QS WUR by Subject 2025
จุฬาฯ คว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทยใน 34 สาขา จาก QS WUR by Subject 2025

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ดรอปเรียนดีไหม ไปต่อหรือพอแค่นี้ ?

ม.ปลายควรรู้! ประวัติส่วนตัวมีอะไรบ้าง ทำอย่างไรให้ Portfolio น่าสนใจ

โครงการเด็กดีมีที่เรียน ของ มศว. ต้องทำ portfolio แบบไหน ควรใส่อะไรในพอร์ตบ้าง

ที่มาข้อมูล : dek-d, teen.mthai, tutor-vip

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Sittikorn Klanarong

  • หน้าแรก
  • /
  • มัธยมศึกษา
  • /
  • สำรวจ สายการเรียน ม.ปลาย เรียนต่อสายไหน ให้เข้าคณะในดวงใจได้!
แชร์ :
  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

  • เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

    เลี้ยงลูกให้เก่งแบบไม่เครียด! 'ฟินแลนด์โมเดล' เรียนน้อย เล่นเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์ระดับโลก

  • วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

    วิจัยชี้ ‘เด็กที่จับจังหวะเก่ง’ มักอ่านหนังสือคล่องกว่า (พร้อมเทคนิคฝึกง่ายๆ ที่บ้าน)

  • ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

    ข่าวดี! นักเรียนใช้ Canva ฟรี ทั่วประเทศ! พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม 3 ปีเต็ม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว