เลี้ยงลูก เครียดมาก? ลองเทคนิค "จุ่มหน้าในน้ำแข็ง" รีเซ็ตระบบประสาทใน 30 วินาที

แม่รู้ไหม? การ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง ช่วยหยุดอาการปรี๊ดแตกและใจสั่นได้ทันทีด้วยกลไก Diver's Reflex อ่านวิธีทำที่ถูกต้อง และข้อควรระวัง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

คุณแม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมคะ? เสียงลูกร้องไห้โยเยไม่หยุด งานบ้านกองพะเนินที่ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จ เดดไลน์งานออฟฟิศก็ไล่หลังมาติดๆ จู่ๆ หัวใจก็เต้นรัวแรง หน้าแดงตัวร้อน รู้สึกอยากจะกรี๊ดหรือร้องไห้ออกมาดังๆ เพียงแค่คุณ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง ก็เหมือนกดปุ่มหยุดความเครียดให้กลับมาสงบได้ในเวลาไม่ถึงนาที วันนี้เราจะพาไปดูวิธีทำที่ถูกต้องกันค่ะ

 

เมื่อร่างกายแม่เข้าสู่โหมด “สู้หรือหนี” (Fight or Flight)

เวลาที่คุณแม่รู้สึกเครียดจัดๆ หรือแพนิค (Panic) ร่างกายจะมองว่าเสียงร้องของลูกหรือความวุ่นวายตรงหน้าคือ “ภัยคุกคาม” ระบบประสาทอัตโนมัติจะเหยียบคันเร่งเข้าสู่โหมด “สู้หรือหนี” ทันที

ผลก็คือ หัวใจจะเต้นแรงเพื่อสูบฉีดเลือด กล้ามเนื้อเกร็งเครียด และอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นซึ่งถ้าระบบนี้ทำงานค้างอยู่นานๆ จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าและควบคุมอารมณ์ไม่ได้

ในนาทีวิกฤตแบบนั้น การบอกตัวเองให้ “นับ 1 ถึง 10” มักไม่ทันกินค่ะ เราต้องการตัวช่วยที่แรงพอจะเบรกอาการเหล่านี้ และนั่นคือที่มาของการใช้น้ำเย็นเข้าช่วย

 

ทำไมต้อง “จุ่มหน้าในน้ำแข็ง”?

วิธีนี้ทางการแพทย์เรียกว่า “Mammalian Dive Reflex” หรือ “รีเฟล็กซ์การดำน้ำของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า มนุษย์เรามีกลไกพิเศษคล้ายกับวาฬหรือโลมา คือเมื่อร่างกายรับรู้ว่าเรากำลัง “ดำน้ำ” (โดยเฉพาะในน้ำเย็น) ระบบประสาทจะสั่งการให้ประหยัดออกซิเจนเพื่อรักษาชีวิตทันที โดยสั่งให้หัวใจเต้นช้าลงและเข้าสู่โหมดสงบ

งานวิจัยจาก Godek และ Freeman (2022) ยืนยันว่า เราไม่จำเป็นต้องโดดลงสระน้ำทั้งตัว แค่การ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง หรือน้ำเย็นจัด ให้โดนบริเวณ “รอบดวงตาและจมูก” ก็เพียงพอแล้ว

เพราะบริเวณนี้มีเส้นประสาทสำคัญ เมื่อสัมผัสความเย็นจัดพร้อมกับการกลั้นหายใจ มันจะส่งสัญญาณด่วนไปที่สมองเพื่อกระตุ้น Vagus Nerve (เส้นประสาทแห่งความผ่อนคลาย) ให้ทำงานทันที ผลลัพธ์คือ:

  1. ชีพจรเต้นช้าลงทันที (หายใจสั่น)
  2. ความดันโลหิตลดลง (หายหัวร้อน)
  3. ความวิตกกังวลลดฮวบ เหมือนได้รีสตาร์ทเครื่องใหม่

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

3 วิธี “จุ่มหน้าในน้ำแข็ง” ฉบับคุณแม่เวลาน้อย

คนเป็นแม่ เวลาทุกวินาทีมีค่า เราจึงสรุป 3 วิธีใช้งานมาให้เลือกตามสถานการณ์ค่ะ

1. วิธีมาตรฐาน: จุ่มหน้าในกะละมัง (เห็นผลไวที่สุด)

วิธีนี้เหมาะมากเวลาแม่รู้สึก “ไม่ไหวแล้ว” หรือกำลังจะปรี๊ดแตกที่บ้าน

  • หากะละมังใบใหญ่ ใส่น้ำเย็นและเติมน้ำแข็งลงไป (ให้อุณหภูมิเย็นจัดๆ)
  • รวบผมให้เรียบร้อย สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลั้นหายใจ
  • ก้มหน้าลงไป จุ่มหน้าในน้ำแข็งให้น้ำท่วมถึงแก้มและดวงตา
  • นับในใจประมาณ 30 วินาที (หรือเท่าที่กลั้นหายใจไหว) แล้วเงยหน้าขึ้น
  • ความเย็นจะทำให้คุณสะดุ้งนิดๆ ในตอนแรก แต่หลังจากนั้นความสงบจะเข้ามาแทนที่ทันที

2. วิธีลัด: ถุงเย็นประคบหน้า (สำหรับแม่สายออฟฟิศ)

ถ้าอยู่เฝ้าลูกที่โรงพยาบาล หรืออยู่ที่ทำงาน หากะละมังไม่ได้ ให้ใช้วิธีนี้ค่ะ

  • ใช้เจลประคบเย็น (Cold Pack) หรือถุงซิปล็อกใส่น้ำแข็ง ห่อผ้าบางๆ
  • กลั้นหายใจ แล้วโปะถุงเย็นลงบนใบหน้า เน้นที่ดวงตาและโหนกแก้ม
  • กลั้นหายใจไว้ 10-15 วินาที ทำซ้ำได้ถ้ารู้สึกยังไม่ดีขึ้น

3. วิธีผ่อนคลายปิดท้ายวัน: อาบน้ำเย็น

  • หลังจากอาบน้ำเสร็จ ให้ปิดท้ายด้วยการล้างหน้าหรือราดตัวด้วยน้ำเย็นจัด 30 วินาที เป็นการฝึกให้ระบบประสาทแข็งแรงรับมือความเครียดได้ดีขึ้นในระยะยาว

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ข้อควรระวังที่คุณหมอฝากบอก

ถึงจะเป็นวิธีธรรมชาติ แต่ก็มีข้อยกเว้นนะคะ

  1. แม่ที่มีโรคหัวใจต้องระวัง: ใครที่มีภาวะ หัวใจเต้นช้าผิดปกติ (Bradycardia) หรือโรคหัวใจรุนแรง ห้ามใช้วิธีนี้ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะการลดอัตราการเต้นของหัวใจกะทันหันอาจเป็นอันตรายได้
  2. แค่หน้าก็พอ: ย้ำอีกครั้งว่าให้ จุ่มหน้าในน้ำแข็ง เท่านั้น ห้ามกระโดดลงอ่างน้ำแข็งทั้งตัวขณะกำลังแพนิค เพราะอาจเกิดอาการช็อกได้ค่ะ

 

การเป็นแม่คืองานที่หนักที่สุดในโลก และไม่ใช่เรื่องผิดที่เราจะรู้สึกอ่อนแอหรือระเบิดอารมณ์ออกมาบ้าง แต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว ให้จำไว้ว่าคุณมีตัวช่วยอยู่ในตู้เย็นเสมอ

ครั้งหน้าถ้าลูกกรี๊ดจนแม่เริ่มมึนหัว ลองเดินเข้าครัวไปหยิบน้ำแข็ง แล้วใช้เทคนิคจุ่มหน้าในน้ำแข็ง ดูนะคะ เพียงแค่ 30 วินาที คุณจะได้ความสงบกลับคืนมา พร้อมกลับไปเป็นคุณแม่ที่น่ารักและเข้มแข็งของลูกๆ ได้เหมือนเดิมค่ะ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป หากคุณแม่มีอาการซึมเศร้า หรือเครียดรุนแรงเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการดูแลที่เหมาะสมนะคะ

ที่มา: Psychology Today , Life Reminder

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

งานวิจัยยืนยัน ผู้หญิงยิ่งชอปปิง ยิ่งคลายเครียด รู้สึกมีอำนาจ มีกำลังใจใช้ชีวิตต่อ

9 วิธีรับมือความเครียด ของแม่ที่ต้องกลับไปทำงานหลังคลอด

งานวิจัยเผย! แม่ๆ เกือบครึ่ง เครียดจากสามี มากกว่าลูก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา