TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ไอแบบไหนอันตราย การไอ 7 แบบในลูกน้อย ที่อาจเป็นอันตรายกว่าที่คิด

บทความ 5 นาที
ไอแบบไหนอันตราย การไอ 7 แบบในลูกน้อย ที่อาจเป็นอันตรายกว่าที่คิด

ไอแบบไหนอันตราย การไอ 7 แบบในลูกน้อย ที่อาจเป็นอันตรายกว่าที่คิด

ไอเป็นหนึ่งในอาการป่วยที่น่ารำคาญที่สุดอาการหนึ่งที่ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ขยาด ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะนอกจากจะรำคาญแล้ว อาการไอยังทำให้คนป่วยไม่ได้พักผ่อน นอนไม่สบาย เป็นที่รำคาญของคนรอบข้าง และนำมาซึ่งปัญหาอื่นๆอีกมากมาย วันนี้เราจะพามาดูกันว่าแล้วในเด็กล่ะ ไอแบบไหนอันตราย มีวิธีรักษาและอาการเป็นอย่างไร

ไอแบบไหนอันตราย

ไอ แบบไหนอันตราย

ไอเหมือนเห่า

ลูกของคุณอาจจะเข้านอนด้วยมีอาการคัดจมูกเล็กน้อย แต่จู่ๆคุณได้ยินเสียงลูกไปออกมาเหมือนกับเสียงเห่าของแมวน้ำจากห้องข้างๆ ลูกอาจมีอาการหายใจลำบาก ลูกคุณอาจติดเชื้อไวรัสที่ลุกลามไปที่กล่องเสียง เป็นไข้หวัดปกติที่มักจะเกิดขึ้นได้กับเด็กตั้งแต่อายุ 3 เดือน – ุ6 ปี การไอแบบนี้มักจะทุเลาลงตอนเช้า แต่มักจะกลับมาอีกในช่วงกลางคืน วิธีการรักษาเบื้องต้นคือให้ลูกอยู่ในสภาพอากาศที่อุ่นขึ้น และให้ดื่มน้ำมากๆ ไอแบบนี้จะหายไปเองในเวลาไม่กี่วัน แต่ถ้าคุณแม่กังวลหรือไอดูผิดปกติกว่าไอทั่วไป เราก็แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด

ไอแบบมีเสมหะ

ไอเหมือนมีเสมหะ น้ำมูกไหล คอแห้ง น้ำตาคลอ ไม่อยากอาหาน ลูกคุณอาจจะเป็นไข้ อาการนี้อาจจะเป็นและหายเองภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์อาการจะหนักที่สุดในช่วงวันแรกๆ วิธีการรักษาเบื้องต้นนั้น ไม่ต่างจากด้านบนเลย คือให้ลูกอยู่ในสภาพอากาศที่อุ่นขึ้น และให้ดื่มน้ำมากๆ ไอแบบนี้จะหายไปเองในเวลาไม่กี่วัน แต่ถ้าคุณแม่กังวลหรือไอดูผิดปกติกว่าไอทั่วไป เราก็แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด

ไอแบบไหนอันตราย

ไอแบบ ไหนอันตราย

ไอแบบแห้ง ตอนกลางคืน

ไอเป็นเวลานานหลายเดือนโดยเฉพาะตอนกลางคืน ไอชนิดนี้อาจเกิดจากการที่อาการเย็นมากเกินไป หรือ อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของโรงหอบหืด ถ้าผู้ปกครองสงสัยว่าลูกอาจจะเป็นหอบหืดให้นำไปพบคุณหมอ เพื่อที่จะได้วินิจฉัยหรือหาวิธีการรักษาได้อย่างทันท่วงที

ไอจนน่าสงสาร

ไอจนไม่มีแรงจะเล่น ไข้สูง ขัดจมูก ปวดกล้ามเนื้อ ถ้ามีอาการแบบนี้ คุณลูกอาจจะเป็นไข้หวัดใหญ่ Influenza ไข้หวัดใหญ่จะใช้เวลาฟักในตัวเด็กนานกว่าผู้ใหญ่ ทำให้กว่าจะรู้ตัวก็นานพอสมควร และสามารถติดง่าย จากคนรอบข้าง หรือเพื่อนนักเรียนสำหรับเด็กโต ให้ลูกทานน้ำเยอะๆ และหาคุณหมอเพื่อจะได้รักษาอย่างถูกวิธี ปีต่อไปผู้ปกครองควรปรึกษาคุณหมอเรื่องการฉีดวัคซีนด้วย

ไอแบบไหนอันตราย

ไอแบบไหน อันตราย

ไอแบบฮืดฮาด ไอในลำคอ

ไอลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับหลอดลมเล็ก ที่อาจจะไปลามไปถึงระบบทางเดินหายใจ อาการนี้มักจะเกิดขึ้นได้กับเด็กทารกเมื่ออากาศเย็นลง ถ้าคุณพบว่าลูกหายใจลำบาก หรือทานน้ำไม่ได้เลย ให้ปรึกษาคุณหมอโดยด่วน เพื่อไม่ให้อาการหนักไปกว่าเดิม

ไอกรน

ไอกรน เริ่มแพร่หลายและพบได้มากขึ้น ไอชนิดนี้เกิดจากการที่แบคทีเรีย ที่มีชื่อว่า pertussis แบคทีเรียนชนิดนี้จะจู่โจมทางเดินหายใจ ทำให้หายใจได้ยากลำบากมากขึ้น เด็กทารกที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาจจะติดเชื้อชนิดนี้ได้ง่าย ในเคสที่หนักจริงๆ ลูกอาจสำลักหรืออาเจียนได้ ถ้าพบเจออาการแบบนี้ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ถ้าในบ้านยังมีเด็กเล็กอีกควรให้ทุกคนแยกห่างจากกันเพื่อที่จะได้ไม่ติดต่อ

ไอแบบไหนอันตราย

ไอแบบไหนอัน ตราย

ไอแบบเละ

ลูกคุณไอมานาน ไอไม่หายสักทีมาหลายสัปดาห์และดูเหมือนว่ามันจะไม่ดีขึ้นเลย แถมอาการยังจะแย่ลงไปอีก อาการนี้อาจจะเกิดจากการที่ Pneumonia แบคทีเรียนหรือไวรัสพยายามที่จะแทรกซึมเข้าไปในปอด และร่างกายของลูกพยายามจะขจัดของเหลวเหล่านี้ออกไปจากปอดของตัวเอง วิธีการรักษาคือคุณหมออาจจะจำเป็นที่จะต้อง X-Ray เพื่อวินิยฉัย ถ้าอาการไม่หนักมากคุณอาจจะสามารถนำลูกไปพักผ่อนที่บ้านได้ แต่ในเคสที่หนักจริงๆลูกอาจจำเป็นที่จะต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาล

ลูกไอไม่หยุด ทําไงดี รวมเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ พร้อมวิธีรับมือกับอาการไอของลูกให้อยู่หมัด

    ค่อก ๆ แค่ก ๆ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงเป็นกังวลใจไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อลูกน้อยมีอาการไอไม่หยุด จนแก้มแดงหน้าแดง บางครั้งถึงกับร้องไห้ออกมากันเลยก็มี ซึ่งปัญหาเหล่านี้คงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนวิตกกังวล กลัวว่าจะมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา และเพื่อช่วยให้สบายใจมากขึ้น วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำแนะนำและวิธีรับมือกับอาการไอของลูกน้อยมาฝากกันแล้วค่ะ ดูสิว่าจะรับมืออย่างไรได้บ้าง ?

สำหรับอาการไอในเด็กนั้น บางครั้งมักจะเกิดจากหลอดลมอักเสบ เนื่องจากมีสิ่งผิดปกติในระบบทางเดินหายใจ เช่น มีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปทำให้ระคายเคืองที่บริเวณคอ หรือหลอดลม ดังนั้นร่างกายจึงไอเพื่อพยายามขับสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมานั่นเอง ซึ่งถ้าหากคุณแม่สงสัยว่าลูกไอเพราะกรณีนี้แนะนำให้ตรวจหาสิ่งแปลกปลอม และพยายามนำออกมาอย่างระมัดระวังที่สุดค่ะ   ส่วนกรณีไอเนื่องจากอาการหวัด ถือเป็นอาการไอที่พบได้บ่อยมากในเด็ก ส่วนมากจะพบอาการไอก่อนอาการอื่นตามมาหรือไอหลังจากเริ่มติดเชื้อ และมีอาการน้ำมูกไหล ตัวร้อน เป็นไข้ร่วมด้วย เป็นต้น ทั้งนี้สาเหตุก็เนื่องมาจากอากาศในบ้านเราเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ร่างกายของลูกน้อยปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้เป็นหวัด และเกิดอาการไอขึ้นมานั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็อาจมีบางกรณีที่ลูกน้อยหายเป็นไข้ ไม่มีน้ำมูก และหายจามแล้ว แต่อาการไอก็ยังไม่หายไปเสียที ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรจะรับมืออย่างไรเมื่อ ลูกไอไม่หยุด หรือ ลูกไอมาก มาดูวิธีรับมือต่อไปนี้กันเลยค่ะ สำหรบ วิธีบรรเทาอาการไอในลูกน้อย เบื้องต้นคุณแม่ควรให้ลูกน้อยดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดให้มาก ๆ พร้อมกับให้นอนพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรให้รับประทานยาแก้ไอสำหรับเด็กด้วย และในกรณีที่ลูกน้อยมีน้ำมูกให้คุณพ่อคุณแม่อุ้มพาดบ่าและลูบหลังเบา ๆ วิธีนี้จะช่วยคลายความอึดอัดและช่วยไม่ให้น้ำมูกไหลไประคายคอได้ค่ะ ทั้งนี้นอกจากวิธีเบื้องต้นนี้แล้ว ยังจะมีวิธีบรรเทาอาการไออื่น ๆ อีกด้วย เช่น

– ให้รับประทานน้ำผึ้งก่อนนอน วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ดี และยังจะช่วยลดอาการไอในเวลากลางคืน และสามารถช่วยลดเสมหะได้อีกด้วย โดยเด็กอายุ 2-5 ขวบ ให้รับประทานน้ำผึ้งครึ่งช้อนชา, เด็กอายุ 6-11 ขวบ ให้รับประทาน 1 ช้อนชา และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ให้รับประทาน 2 ช้อนชา ทั้งนี้ห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ รับประทาน เพราะอาจทำให้อาหารเป็นพิษได้ค่ะ
– ก่อนนอนให้คุณพ่อคุณแม่ทายาหม่องหรือทาวิคส์บนฝ่าเท้าของลูกน้อย จากนั้นให้นวดเบา ๆ และสวมถุงเท้าทับ วิธีนี้จะช่วยบรรเทาอาการไอตอนกลางคืนได้ค่ะ

– ให้จิบน้ำอุ่น หรือรับประทานซุปร้อน ๆ จะช่วยลดอาการไอและอาการคัดจมูกได้เป็นอย่างดี

– ใช้เครื่องทำไอน้ำเปิดทิ้งไว้ตอนกลางคืนเพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศ ไอน้ำจะช่วยลดอาการคัดจมูกและลดอาการไอได้

– ล้างจมูกเพื่อให้โพรงจมูกสะอาดและชะล้างน้ำมูกที่ติดอยู่ในจมูก จะทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น

– หากอาการไอเรื้อรังยังไม่หาย แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยไปพบแพทย์

Source : parents

https://baby.kapook.com/view97519.html

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ :

บทความจากพันธมิตร
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D  คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025
สุดยอดตัวช่วยลูกรัก! Master Rabbit Iron With Folic + Vit D คว้ารางวัล 'Parents' Choice Best Kids Supplemental' จาก theAsianparent Awards 2025

โรคมือเท้าปาก โรคใกล้ตัวเด็กวัยเรียน ทารก-เด็กเล็ก ก็มีโอกาสป่วยง่าย

อาการไข้หวัดใหญ่ 2019 Influenza วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่

โรคตอนท้องมีอะไรบ้าง? ลูกจะเป็นอะไรมั๊ย จะรักษายังไงดี?

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Jitawat Jansuwan

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • ไอแบบไหนอันตราย การไอ 7 แบบในลูกน้อย ที่อาจเป็นอันตรายกว่าที่คิด
แชร์ :
  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

  • รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

    รวมรายชื่อ “หมอเด็กเฉพาะทาง” เก่งและใจดี ที่คุณแม่บอกต่อ!

  • บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
    บทความจากพันธมิตร

    บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน

  • Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
    บทความจากพันธมิตร

    Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว