ชิคุนกุนยาระบาด! เตือนระวังยุงลาย เสี่ยงลูกป่วยไข้สูง ปวดข้อเรื้อรัง

“ชิคุนกุนยา" โรคจากยุงลายระบาดในหลายจังหวัด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงเจ็บป่วยและทรมานจากอาการปวดข้อ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ช่วงหน้าฝนปีนี้ โรคจากยุงลายไม่ใช่แค่ไข้เลือดออก แต่ “ชิคุนกุนยาระบาด” ในหลายจังหวัดทั่วไทย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงเจ็บป่วยและทรมานจากอาการปวดข้อได้นานเป็นเดือน!

ถ้าลูกน้อยเคยมีไข้สูงเฉียบพลัน อยู่ ๆ ก็ซึม งอแง และไม่ยอมเดินเพราะ “เจ็บขา” นี่อาจเป็นสัญญาณของไข้ชิคุนกุนยา ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้จักให้ทัน

 

ชิคุนกุนยาระบาด 5 จังหวัด

สถานการณ์ขณะนี้มีการพบ โรคชิคุนกุนยาระบาดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ 5 จังหวัดของประเทศไทย พ่อแม่ต้องรู้ทันป้องกันลูกน้อยจากไข้สูง ปวดข้อ และอาการเรื้อรังที่ตามมา

  • รัฐบาลแจ้งเตือนว่าเกิดการระบาดหนักของ โรคชิคุนกุนยา หรือ ไข้ปวดข้อยุงลาย ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่, บึงกาฬ, เลย, หนองคาย และ ลำพูน
  • มียุงลายบ้านและยุงลายสวน เป็นพาหะ ขยายพันธุ์ได้ดีในสภาพอากาศชื้นจากฝนตกต่อเนื่อง
  • กลุ่มที่เสี่ยงสูงคือ เด็กนักเรียน และ วัยทำงาน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่โรงเรียน เล่นสนาม หรือเดินเล่นนอกบ้านในช่วงกลางวัน

ระยะฟักตัวและอาการ

  • เชื้อไวรัสมีระยะฟักตัว 3–7 วัน
  • อาการเริ่มแรกคือ ไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน ปวดข้อ บวม กล้ามเนื้ออักเสบ คลื่นไส้ ตาแดง ผื่น และอ่อนเพลีย
  • ส่วนอาการปวดข้ออาจลามและเรื้อรังเป็นหลายเดือนถึงปีในบางราย

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

โรคชิคุนกุนยาคืออะไร?

ชิคุนกุนยา (Chikungunya) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ โดยเฉพาะ ยุงลายบ้าน และ ยุงลายสวน ที่มักออกหากินในช่วงเวลากลางวัน โดยเชื้อไวรัสนี้มีต้นกำเนิดจากแอฟริกาและเอเชีย และระบาดในไทยหลายครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

คำว่า “ชิคุนกุนยา” มาจากภาษาท้องถิ่นของแอฟริกาตะวันออก แปลว่า “เดินงอหลัง” ซึ่งสื่อถึงอาการปวดข้อจนเดินลำบาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

อาการของไข้ชิคุนกุนยาในเด็ก

อาการของโรคชิคุนกุนยาในเด็ก มักคล้ายไข้เลือดออกช่วงแรก ทำให้พ่อแม่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นไข้ธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมีสัญญาณเฉพาะที่ควรสังเกต ดังนี้:

  • ไข้สูงเฉียบพลัน (38.5–40 องศาเซลเซียส)
  • ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เด็กบางคนเจ็บจนเดินไม่ได้
  • ผื่นแดงตามร่างกาย
  • ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อาเจียน
  • เด็กเล็กอาจร้องงอแงมากกว่าปกติ ไม่ยอมกินนม
  • ในบางรายอาการปวดข้ออาจเรื้อรังได้นานหลายสัปดาห์

หมายเหตุ: เด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือมีโรคประจำตัว อาจมีอาการรุนแรง และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

 

ชิคุนกุนยา VS ไข้เลือดออก ต่างกันยังไง?

โรคจากยุงลายทั้งสองชนิดนี้มีความคล้ายกันในระยะแรก แต่มีข้อแตกต่างสำคัญที่พ่อแม่ควรรู้:

อาการ

ไข้เลือดออก

ชิคุนกุนยา

ไข้สูง
ปวดข้อ ✅ (พบบ่อยมาก)
เลือดออกง่าย
ผื่นแดง
ปวดตา / ปวดศีรษะ
อันตรายถึงชีวิต ✅ ถ้าไม่รักษา น้อยกว่า แต่ทรมานจากอาการปวด

ข้อสังเกต: หากลูกเริ่มเดินไม่ได้ เพราะบ่นปวดขา/ข้อ หรือร้องไห้เวลาอุ้มขา อาจไม่ใช่แค่ไข้ธรรมดา ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

ไข้ชิคุนกุนยา ห้ามกินอะไร?

การดูแลอาหารขณะลูกเป็นไข้ชิคุนกุนยา มีความสำคัญมาก เพราะการกินอาหารหรือยาไม่เหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อน โดยเฉพาะระบบตับและไตของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยอาหารและยาที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

1. ห้ามใช้ “แอสไพริน” หรือ “ยากลุ่ม NSAIDs”

เพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตับ เช่นเดียวกับไข้เลือดออก ควรใช้พาราเซตามอลเท่านั้น เพื่อลดไข้และบรรเทาปวด

2. ห้ามกินของทอด มันจัด รสจัด

อาหารเหล่านี้อาจทำให้ร่างกายอักเสบมากขึ้น และเพิ่มภาระการย่อยของร่างกาย ควรเน้นอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม ซุปผัก

3. งดน้ำหวาน/น้ำอัดลม

น้ำตาลสูงจะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และอาจทำให้ลูกงอแงมากขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลแกว่ง

4. หลีกเลี่ยงอาหารเสริมสมุนไพร

โดยเฉพาะที่ไม่มีการรับรองทางการแพทย์ เพราะอาจมีฤทธิ์ต่อการแข็งตัวของเลือดหรือกระทบตับ

 

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกป่วยชิคุนกุนยา

แม้จะยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้โดยเฉพาะ แต่พ่อแม่สามารถปกป้องลูกจากโรคชิคุนกุนยาได้ด้วยการหลีกเลี่ยงยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค

ปรับบ้านให้ปลอดยุง:

  • กำจัดน้ำขังทุกจุด เช่น แจกัน กระถาง กะละมัง
  • เปลี่ยนน้ำในภาชนะทุก 5–7 วัน
  • ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้สนิท
  • ใช้ทรายอะเบทตามคำแนะนำของ อสม.

ป้องกันตัวลูก:

  • ใช้ยาทากันยุงสำหรับเด็กโดยเฉพาะ
  • สวมเสื้อผ้ามิดชิดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
  • ติดมุ้งลวด หรือนอนในมุ้งแม้ตอนกลางวัน
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงยุง เช่น ใต้ต้นไม้รก ร่องน้ำ

สังเกตอาการลูกให้ไว:

  • ถ้าลูกเริ่มมีไข้ และปวดข้อ ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์ทันที
  • หลีกเลี่ยงการซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

 

ถ้าลูกติดเชื้อชิคุนกุนยา ต้องรักษายังไง?

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคนี้ แต่การรักษาจะเป็นแบบประคับประคองอาการ ได้แก่

  • ให้ยาลดไข้ (พาราเซตามอล)
  • ให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • นอนพักในที่เย็น อากาศถ่ายเท
  • ในรายที่ปวดข้อมาก อาจมีการใช้ยาต้านการอักเสบภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ในบางรายที่มีภาวะแทรกซ้อน จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

อาการปวดข้ออาจเรื้อรังได้ 2–4 สัปดาห์ โดยเฉพาะในเด็กที่มีภาวะภูมิแพ้หรือมีน้ำหนักตัวต่ำ พ่อแม่ต้องดูแลต่อเนื่องจนกว่าลูกจะหายเป็นปกติ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ชิคุนกุนยาระบาด หน้าฝนนี้ พ่อแม่ต้องไม่ประมาท

ในช่วงหน้าฝนของทุกปี โรคที่มากับยุงลายมักกลับมาอีกครั้ง และปีนี้ “ชิคุนกุนยาระบาด” แล้วจริง ๆ ในหลายจังหวัด พ่อแม่ที่มีลูกวัยเล็กควรเพิ่มการป้องกันมากเป็นพิเศษ เพราะแม้โรคนี้จะไม่อันตรายถึงชีวิตเหมือนไข้เลือดออก แต่ก็สร้างความเจ็บปวดและทรมาน โดยเฉพาะอาการปวดข้อเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม อย่าลืมว่าแค่ ยุงลายตัวเดียว ก็ทำให้ลูกเจ็บป่วยได้นานนับเดือนเลยนะคะ

 

สรุป 5 ข้อเตือนใจพ่อแม่เรื่องชิคุนกุนยา

  1. ชิคุนกุนยาเป็นไวรัสที่มียุงลายเป็นพาหะ พบในเด็กมากที่สุดช่วงหน้าฝน
  2. เด็กจะมีไข้สูง ปวดข้อ ผื่น และอาจเดินไม่ได้ชั่วคราว
  3. ห้ามกินยาแอสไพริน หรือ NSAIDs ควรใช้พาราเซตามอลเท่านั้น
  4. อาหารต้องย่อยง่าย งดของมัน รสจัด น้ำอัดลม และสมุนไพร
  5. การป้องกันที่ดีที่สุด คือ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และป้องกันลูกไม่ให้ถูกยุงกัด

ที่มา : มติชนออนไลน์

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จับตา โรคมือเท้าปาก ระบาด 12 อำเภอ ปิดโรงเรียนแล้ว 2 แห่ง!

หมอเตือน! โรคครูป ระบาดหน้าฝน สังเกตเสียงไอ-รับมือก่อนลูกแย่

10 โรคหน้าฝนในเด็ก 2025 โรคหน้าฝนสุดฮิตที่เด็กมักเป็น คุณพ่อคุณแม่ต้องระวัง