TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน

บทความ 5 นาที
เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน

ความลับที่ว่า ทำไมเด็กผู้หญิงถึงเลือกที่จะระบายปัญหาให้คนอื่นฟัง ขณะที่เด็กผู้ชายมักจะเก็บเงียบ เป็นวิธีการจัดการกับปัญหาที่ต่างกันระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย เรามีคำตอบจากนักวิชาการด้านพัฒนาการเด็ก

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน เว็บไซต์ Daily Mail อ้างถึงวารสารวิชาการเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กระบุว่า ความแตกต่างนี้เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก โดยเด็กชาย และ ผู้ชายส่วนใหญ่อยากจะบอกเล่าปัญหา แต่กลับไม่กล้า เพราะอาย และ กลัวว่าจะเป็นแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเห็น ๆ

นักวิจัยศึกษากลุ่มเด็ก และ วัยรุ่นจำนวน 2,000 คน โดยถามว่า การบอกเล่าปัญหาทำให้พวกเขารู้สึกอย่างไร คำตอบของ เด็กผู้ชาย คือ ไม่เห็นว่าการพูดถึงปัญหาจะช่วยอะไรได้ แต่กลับมองว่าเป็นการเสียเวลา วิธีอื่นต่างหากที่จะ ช่วยจัดการปัญหาได้ดีกว่า จึงหันไปทำกิจกรรมอื่น เพื่อให้เลิกคิดถึงมัน ขณะที่ เด็กผู้หญิง เชื่อว่า การบอกเล่าปัญหาจะช่วยทำ ให้พวกเธอรู้สึกดีขึ้น ซึ่งทัศนคติที่แตกต่างกันของ หญิง – ชาย ในเรื่องนี้ อธิบายได้ว่าทำไม ผู้หญิง กับ ผู้ชาย ถึงมีปัญหากันเรื่องความสัมพันธ์ เช่น

วัย 6-12 เดือน

เด็กผู้หญิง
ในวัยราว 7 เดือนนั้น เมื่อเทียบตามตารางน้ำหนักของ เด็กผู้หญิง เริ่มไล่ทันเด็กผู้ชายแล้วละก็ ระดับฮอร์โมน เอสโตรเจน ที่สูงกว่าใน เด็กผู้หญิง ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสมองซีกซ้าย และ ซีกขวา ศาสตราจารย์ไซมอน บารอน จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ บอกว่า สมองของ เด็กผู้หญิง มักแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจ ส่วนของ เด็กผู้ชาย มักแสดงออกถึงความเข้าใจ

คุณพ่อ คุณแม่ โปรดระมัดระวังไว้นะคะการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ระหว่าง เด็กผู้หญิง กับ เด็กผู้ชาย เพราะ คุณพ่อ คุณแม่ มักปฏิบัติต่อ เด็กผู้หญิงอ่อน โยนกว่า และ เมื่อทำผิด พ่อแม่ มักเข้าข้าง เด็กผู้หญิง มากกว่ามาก ๆ ยังมีการศึกษาอีกหนึ่งฉบับ ที่ได้ทำการทดลองโดยแบ่งเด็ก ( ชาย หญิง ปะปนกัน) วัย 9 เดือน ออกเป็น 2 กลุ่ม แล้วทำการสังเกต พวกเขามองเห็นปฏิกิริยาที่แสดงออกแล้ว สามารถแยกเพศของเด็กได้ ซึ่งถ้าเป็น เด็กผู้ชาย มักแสดงให้เห็นถึง “ความโกรธ” ขณะที่กลุ่มของ เด็กผู้หญิง มักแสดงให้เห็นถึง “ความกลัว”

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน_02

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน_02

เด็กผู้ชาย
เด็กผู้ชายนั้น 70 % มีความสามารถทางการได้ยินด้อยกว่า เด็กผู้หญิง ในช่วงวัยนี้ จัดเป็นความแตกต่างทางด้านร่างกายมาก ๆ แต่เป็นส่วนผสมของการจับคู่ที่ผิดพลาดในเรื่องทักษะการสื่อสารระหว่าง สองเพศ และ เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ว่า ทำไม ผู้ชาย ถึงพูดเสียงดังกว่า ผู้หญิง

ศาสตราจารย์ไซมอนบอกว่า ระดับเทสโทสเตอโรนของ เด็กผู้ชาย ทำให้ความเชื่อมโยงทางสมองเติบโตเชื่องช้าลงไป จึงต้องพึ่งสมองซีกซ้ายในการแก้ไขปัญหา เป็นสาเหตุที่ เด็กผู้ชาย มีทักษะทางคณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ดีกว่า แต่มีความสามารถในการสื่อสารแย่กว่านั่นเอง

ฉะนั้นสิ่งที่ พ่อแม่ ควรทำตั้งแต่ลูกยังเด็ก ก็คือส่งเสริมให้ เด็กผู้ชาย ได้พูดถึงปัญหา ให้เด็ก ๆ รู้ว่าบางครั้งการพูดความรู้สึกก็เป็นเรื่องที่ดี ขณะเดียวกันก็สอนให้เด็กหญิง รู้ว่า พวกเธอไม่ควรจะไปหมกหมุ่นกับปัญหามากเกินไปค่ะ

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน_03

เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน_03

ที่มาอ้างอิง sanook.com

theAsianparent Thailand เชื่อว่าการศึกษาที่ดีจะช่วย เสริมสร้างรากฐานที่ดีให้กับเด็ก เป็นการเริ่มต้นสร้างสภาะแวดล้อม ในการเรียนรู้ได้อย่างสมวัย และ เป็นไปตามที่ พ่อแม่ ต้องการการเลือกโรงเรียนให้กับลูกคือหัวใจหนึ่งของการศึกษา เพราะการเลือกโรงเรียนตั้งแต่เนอสเซอรี่ การเลือกโรงเรียนอนุบาล เป็นด่านแรกที่จะช่วยเสริมสร้าง พัฒนาการให้กับลูกได้ เช่น มีหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หลักสูตรวิชาการที่ พอดีกับการเรียนรู้ การใช้ Play Base Learning เพื่อเสริทสร้างพหุปัญญษทั้ง 8 ด้าน หรือ EF ที่ทำให้ลูกได้เรียนรู้ทั้ง Hard Skill และ Soft Skill อย่างสมดุลย์ เพราะการเรียนรู้ที่ดี สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องไม่จำกัด และ ทำให้เด็กค้นพบตัวตน และ มีความสุขกับการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง

บทความจากพันธมิตร
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
Airy เบาะนอนหายใจผ่านได้ คว้ารางวัล Most Innovative ที่สุดแห่งความปลอดภัยในการนอนของลูกน้อย
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
เพราะสมองลูกมีแค่ IQ ไม่พอ! MFGM กุญแจสำคัญสู่ EF ทักษะสมองเพื่อความสำเร็จแห่งอนาคตของลูก ที่เหนือกว่า
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง
รีวิว Chicco Fit360 Zip ClearTex คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา ปลอดภัยเหนือระดับ สบายขั้นสุดทุกเส้นทาง

อยากได้ลูกสาวทำยังไง

วิธีเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีและมีความสุข

สิ่งที่พ่อแม่มักทำพลาดเมื่อเลี้ยงลูก

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

ธิดา พานิช

  • หน้าแรก
  • /
  • ช่วงวัยของเด็ก
  • /
  • เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจัดการปัญหาต่างกัน
แชร์ :
  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

  • ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

    ลูกร้อง ปวดขาตอนกลางคืน! รู้จัก Growing Pains อาการปวดจากการเติบโต พร้อมวิธีดูแล

  • อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

    อุทาหรณ์! รถหัดเดินเด็ก พลิกคว่ำ ทารก 8 เดือน หัวฟาดพื้น เลือดคั่งในสมอง

  • กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

    กรมสุขภาพจิตเตือน ลูกวัยรุ่น เสี่ยงซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ช่วงใกล้สอบ

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว