หญ้าหวาน สารให้ความหวานยอดฮิต หวานอย่างไร ให้ไร้โรคอ้วน

หญ้าหวาน สารให้ความหวานยอดฮิต หวานอย่างไร ให้ไร้โรคอ้วน

สารให้ความหวาน ยอดฮิตอีกอย่าง ในปัจจุบัน นอกเหนือจากน้ำตาล คือ หญ้าหวาน หญ้าหวาน คืออะไร หวานมั้ย มีประโยชน์อะไรทำไมคนจำนิยม วันนี้เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

 

หญ้าหวาน... หญ้าที่เป็นมากกว่าหญ้า

หญ้าหวาน หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า สตีเวีย (Stevia) ทางเลือกใหม่ สำหรับผู้รักสุขภาพ แต่ชอบความหวาน เป็นที่นิยมอย่างมาก ในกลุ่มคนรักษาสุขภาพ ในปัจจุบัน เพราะสามารถให้ความหวาน เหมือนน้ำตาล แต่ไร้แคลอรี่ จึงให้ประโยชน์ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย

 

หญ้าหวานเป็นพืชล้มลุก ลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย คล้ายต้นโหระพา มีดอกเป็นช่อสีขาว มีถิ่นกำเนิด ในประเทศในอเมริกาใต้ เป็นที่นิยม ในประเทศตะวันตกมานานหลายปีแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักสุขภาพ ต่อมา ประเทศไทยได้นำพืชชนิดนี้มาปลูก ในพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย ซึ่งมีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น เหมาะแก่การเจริญเติบโต ของหญ้าหวาน และนั่นก็คือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้หญ้าหวานเป็นที่รู้จักของคนไทย จนถึงปัจจุบัน

โดยธรรมชาติของใบหญ้าหวานนั้น จะให้รสหวาน และจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และรสชาติไม่หวาน เหมือนน้ำตาล และอาจมีรสขม ถ้าหากต้มนานเกินไป

 

หญ้าหวาน... ความหวานที่ไร้แคลอรี่

สิ่งที่ทำให้หญ้าหวานมีความพิเศษ คือ หญ้าหวานมีความหวาน แต่มีแคลอรี่อยู่ในปริมาณที่น้อยมาก จนนับไม่ได้ จึงเป็นทางเลือกแรก สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ มักปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตัวเอง ด้วยการอดอาหาร หรือเลี่ยงอาหาร ที่ไร้น้ำตาล และไขมัน จนทำให้เกิดผลเสียตามมา ไม่ว่าจะเป็น โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ความอ่อนเพลีย และอารมณ์ที่แปรปรวน จนทำให้ในที่สุด ก็ไม่สามารถลดน้ำหนักได้

หญ้าหวานจึงกลายเป็นส่วนทดแทนนั้น ซึ่งทำให้ผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก ไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังทรมาน จากการไม่ได้กินของหวาน หรืออาหารสุดโปรด แต่เมื่อทดแทนด้วยหญ้าหวาน จึงยังสามารถกินได้ตามปกติ แต่ไม่มีแคลอรี่ ที่ทำให้เกิดความอ้วนนั่นเองค่ะ

 

หญ้าหวาน... อุดมด้วยคุณประโยชน์

นอกจากแคลอรี่น้อยแล้ว หญ้าหวานยังมีประโยชน์อย่างมาก ต่อร่างกาย เพราะสารให้ความหวาน ที่สกัดจากธรรมชาติ ที่เรียกว่า สตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) หรือสตีเวีย (Stevia) อุดมด้วยประโยชน์มากมาย ต่อร่างกาย ดังนี้

 

1. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ด้วยคุณสมบัติ ที่สามารถให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล ถึง 200-300 เท่า แต่ไม่ให้พลังงาน เพราะไม่มีส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรต ที่ร่างกายสามารถ ใช้เป็นพลังงานได้ หญ้าหวานจึงปราศจากแคลอรี่ ทำให้ร่างกาย สามารถขับสารที่ได้จากหญ้าหวาน ออกมาได้ทันที อีกทั้ง ยังมีผลการทดลอง ที่พบว่า หญ้าหวานอาจช่วยเพิ่มการผลิตอินซูลิน และกระตุ้นการทำงาน ของอินซูลิน ให้ดีขึ้นด้วย จึงเหมาะสำหรับ

ผู้ที่ต้องการลดระดับน้ำตาลในเลือด อย่างผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นผู้ที่เสี่ยงต่อการมี ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ได้ง่าย เพราะร่างกาย ขาดเซลล์ที่ผลิตอินซูลิน หรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน หญ้าหวานจึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ

 

2. ช่วยลดไขมันในเลือด สารสกัดธรรมชาติ จากต้นหญ้าหวาน สามารถลดไขมันในเลือด และลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันโรคหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง

 

3. ช่วยบำรุงตับ และบำรุงกำลัง โดยสามารถใช้หญ้าหวาน ทดแทนเกลือแร่ ในผู้ที่มีภาวะขาดน้ำ การดื่มเครื่องดื่ม ที่มีส่วนผสมของหญ้าหวาน จะทำให้อาการอ่อนเพลีย หายไป แต่มีความกระปรี้กระเปร่า เข้ามาแทนที่ การใช้ต้นหญ้าหวาน อย่างปลอดภัย ควรใช้ที่ประมาณ 1 - 2 ใบ ต่อเครื่องดื่ม 1 ถ้วย ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสม และไม่หวานมาก จนเกินไป

 

ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนให้ สารสตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) หรือสตีเวีย (Stevia) สารสกัดธรรมชาติ จากต้นหญ้าหวาน ว่าสามารถบริโภคแทนน้ำตาลได้ อย่างปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย หรือมีผลข้างเคียงใด ๆ

จึงทำให้หญ้าหวาน ถูกนำไปใช้ในการแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น นำใบหญ้าหวานมาอบแห้ง แล้วใช้ทั้งใบ หรือนำมาบด สำหรับใช้ชงชา หรือนำใบ มาอบแห้ง แล้วบด สามารถใช้แทนน้ำตาล และมีการใช้หญ้าหวาน ในอุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม เพื่อคนรักสุขภาพ ที่ต้องการความหวาน ไร้แคลอรี่อย่างกว้างขวาง

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ดับกระหายไปพร้อมกับรักสุขภาพ รวม 4 เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

รวมสูตรเมนูเครื่องดื่มสดชื่น เครื่องดื่มแสนอร่อย เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 91 เครื่องดื่ม ที่ทำให้คนท้องเสี่ยงแท้ง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

@GIM

app info
get app banner