วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูก พาลูกไปฉีดวัคซีนให้ครบ วัคซีนพื้นฐาน วัคซีนเสริม เริ่มฉีดตั้งแต่แรกเกิด

lead image

พ่อแม่จดไว้เลย! วัคซีนพื้นฐาน วัคซีนเสริม วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูกที่กรมการแพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันโรคร้าย

วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูก

กรมการแพทย์ย้ำความสำคัญ วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูก การฉีดวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ลูก ก็เพื่อสร้างภูมิต้านทาน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่พ่อแม่จะสามารถเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกได้

 

รู้ไหมวัคซีนตัวไหนบ้างที่ควรฉีดให้ลูก

แนะพ่อแม่เสริมภูมิคุ้มกันโรคให้ลูกด้วยวัคซีน

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ แนะพ่อแม่ควรให้ลูกได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะวัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนจำเป็น เพื่อสร้างภูมิต้านทานให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรง

นายแพทย์ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า วัคซีนพื้นฐาน คือวัคซีนจำเป็นที่เด็กทุกคนควรจะได้รับตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดไว้ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กไทยในแต่ละช่วงวัย การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีน เป็นกลวิธีป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพสูง และมีความคุ้มค่ามากที่สุด ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยได้ใช้การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเป็นเครื่องมือป้องกันและควบคุมโรคติดต่อได้ดี

 

วัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนจำเป็น วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูกได้แก่

  • วัคซีนวัณโรค (BCG) จะฉีดเมื่อแรกเกิด
  • วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) ควรฉีดตั้งแต่แรกเกิดและ 2 เดือน, 6 เดือน
  • วัคซีน คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) ควรให้ตามช่วงอายุตั้งแต่ 2, 4, 6 เดือน 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี และฉีดเพื่อกระตุ้นการทำงานของวัคซีนอีกครั้งในช่วงอายุ 11-12 ปี
  • วัคซีนโปลิโอ ควรให้ตามช่วงอายุตั้งแต่ 2, 4, 6 เดือน 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี
  • วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR) และวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ควรฉีดตามช่วงอายุคือ 9-12 เดือน และ 2 ปี 6 เดือน

พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถพาเด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนพื้นฐานฟรี ได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ และศูนย์อนามัย สาธารณสุขทั่วประเทศ

 

วัคซีนเสริมที่ควรฉีดให้ลูก 

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้เด็กมีสุขภาพแข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากวัคซีนพื้นฐานแล้ว วัคซีนเสริมหรือวัคซีนทางเลือกมีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรค วัคซีนเสริมได้แก่

  1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดในเด็กปีละครั้ง ช่วงก่อนฤดูฝน โดยสามารถฉีดในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป
  2. วัคซีนเอชพีวี (HPV) หรือวัคซีคป้องกันมะเร็งปากมดลูก ช่วงวัยที่เหมาะสม คือ อายุ 9 ปีขึ้นไป ซึ่งตอนนี้ฉีดให้แก่นักเรียนหญิงชั้นป.5
  3. วัคซีนฮิบ (Haemophilusinfluenzae type b) ควรฉีด ตามช่วงอายุตั้งแต่ 2, 4 และ 6 เดือน
  4. วัคซีนตับอักเสบ เอ และวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ควรฉีดที่ อายุ 1 ปีขึ้นไป
  5. วัคซีนนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต อายุ 2,4,6 เดือน และ 12-18 เดือน
  6. วัคซีนโรต้า ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดหยอดปาก ควรเริ่มให้ตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป

ทั้งนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำสมุดวัคซีนมาด้วยทุกครั้ง เมื่อนำเด็กไปฉีดวัคซีน หากเด็กเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่นเป็นหวัด สามารถรับวัคซีนได้ แต่ในกรณีที่มีไข้ ให้เลื่อนการรับวัคซีนออกไป ภายหลังจากการได้รับวัคซีน อาจมีผลข้างเคียง เป็นไข้ ให้กินยาลดไข้หรือปวดบวมแดงร้อนบริเวณที่ฉีด ให้ประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

 

วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูก พาลูกไปฉีดวัคซีนให้ครบ วัคซีนพื้นฐาน วัคซีนเสริม เริ่มฉีดตั้งแต่แรกเกิด จดไว้เลย! วัคซีนพื้นฐาน วัคซีนเสริม กรมการแพทย์แนะให้ลูกไปฉีด

วัคซีนที่ควรฉีดให้ลูกให้ครบ พาลูกไปฉีดวัคซีนหรือยัง วัคซีนพื้นฐาน วัคซีนเสริม เริ่มฉีดตั้งแต่แรกเกิด จดไว้เลย! 

 

รู้กันไปแล้วว่าวัคซีนที่ควรฉีดให้ลูก ทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมมีอะไรกันบ้าง แม่ ๆ มาโหวตกันหน่อยว่า คุณรู้วิธีเลี้ยงลูกช่วงวัยแรกเกิดถึง 6 เดือนเป็นอย่างดีใช่หรือไม่ ถ้ากดโหวตไม่ได้ คลิกที่นี่

ที่มา : https://www.facebook.com/

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ลูกจำเป็นต้องฉีดวัคซีนไหม ในเมื่อฉีดแล้วแพ้ มีไข้ บางทีต้องแอดมิน

ลูกฉีดวัคซีน ไข้ขึ้น ทำยังไง วัคซีนตัวไหนทำให้เกิดไข้บ่อยสุด

วิธีสอนลูกให้ฉลาด เลี้ยงลูกให้ฉลาด อารมณ์ดี มีความฉลาดทางอารมณ์ ตั้งแต่แรกเกิด

อาร์เอสวี เชื้อไวรัสร้าย ทารก เด็กเล็ก ติดเชื้อไวรัส RSV ได้ง่ายช่วงหน้าฝน