นิทานธรรมะ เล่าให้ลูกฟังก่อนนอน : ความโกรธ สอนลูกให้ใจเย็น

นิทานธรรมะ เล่าให้ลูกฟังก่อนนอน : ความโกรธ สอนลูกให้ใจเย็น

ขอนำ นิทานธรรมะ เรื่อง ความโกรธ สอนลูกให้ใจเย็นมาแบ่งปันคุณพ่อคุณแม่และเหล่าผู้ปกครองให้นำไปสอนและเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟังก่อนนอนค่ะ

วันนี้ theAsianparent Thailand ขอนำ นิทานธรรมะ เรื่อง ความโกรธ นิทานสอนลูกให้ใจเย็นมาแบ่งปันคุณพ่อคุณแม่และเหล่าผู้ปกครองให้นำไปสอนและเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟังก่อนนอน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวกันค่ะ

กำจัดความโกรธ

 

นิทานธรรมะความโกรธ

นิทาน ธรรมะ ความโกรธ

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีชายคนหนึ่งที่มักจะมีพฤติกรรมแปลก ๆ เมื่อเขามีความรู้สึกโกรธ ทุกครั้งที่เขากำลังรู้สึกโกรธ เขามักจะวิ่งกลับไปที่บ้าน แล้ววิ่งรอบบ้านตัวเองสามรอบ ต่อมาบ้านของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ที่ดินของเขาก็กว้างขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อใดก็ตามที่เขาโกรธ เขาก็ยังคงไปวิ่งรอบบ้านตัวเอง 3 รอบ และที่ดินของตัวเองตลอด จนกระทั่งเขามีอายุมากขึ้นเขาก็ยังไม่เคยทิ้งนิสัยนี้

 

หลานชายของเขาถามว่า “คุณปู่ครับ ทำไมเวลาคุณปู่โกรธ มักจะชอบไปวิ่งตามรอบ ๆ บ้านและที่ดินหรือครับ” ชายคนนี้ก็ได้ตอบว่า “เมื่อตอนปู่ยังหนุ่ม เมื่อมีเรื่องทะเลาะหรือเถียงกับคนอื่นแล้วรู้สึกว่าโกรธ ปู่มักจะไปวิ่งรอบบ้านและที่ดินของตัวเองสามรอบ ขณะที่ปู่วิ่งปู่ก็คิดไปด้วยว่า บ้านของเราก็มีขนาดเล็ก ที่ดินก็มีน้อย แล้วทำไมปู่จะต้องมาเสียเวลากับการโกรธคนอื่นอยู่ สู้เอาเวลานี้มาพัฒนาบ้านกับที่ดินให้ใหญ่ขึ้นไม่ดีกว่าหรือ พอปู่คิดได้อย่างนี้ ความโกรธของปู่ก็หลายไปทันที แล้วปู่ก็มีเวลามาตั้งใจทำงานและสร้างตัวเองให้ดีขึ้น”

 

หลานชายก็ถามอีกว่า “ตอนนี้คุณปู่ก็มีบ้านและที่ดินที่ใหญ่แล้ว แล้วทำไมยังต้องวิ่งอยู่อีก” ชายคนนี้ตอบว่า “เวลาที่ปู่ได้ไปวิ่ง มันทำให้ปู่คิดได้ว่า ตอนนี้เราก็มีบ้านที่ใหญ่โตและที่ดินที่มากมาย แล้วทำไมปู่จะต้องมาเสียเวลากับความทุกข์จากการโกรธคนอื่น เมื่อปู่คิดได้อย่างนี้ ความโกรธของปู่ก็หายไปเลย ”

นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า : ความโกรธไม่มีประโยชน์กับตัวเราเลย เราควรเอาเวลาที่เราคิดโกรธคนอื่นมาพัฒนาตัวเราให้ดีขึ้นจะดีกว่า

กระจกแห่งความโกรธ

นิทานธรรมะความโกรธ

นิทานธรรมะ ความโกรธ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสถานที่ที่เต็มไปด้วยเวทมนต์ มีผู้คนมากมายที่ใฝ่ฝันที่จะเป็นพ่อมดแม่มด แต่ว่าหากคนไม่ดีได้มาเป็นพ่อมดแม่มดก็จะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นแล้วโลกเวทมนต์จึงได้ออกกฎมาว่า ทุก ๆ คนจะต้องผ่านการทดสอบด้วยกระจกแห่งความโกรธก่อน หากใครก็ตามที่สามารถระงับอารมณ์โกรธของตนเองได้ คนผู้นั้นก็สามารถเรียนเวทมนต์ได้ ผู้คนมากมาย เข้ารับการทดสอบ มีคนผ่านบ้าง มีคนไม่ผ่านบ้าง แต่ก็มีคนที่เจ็บตัวแล้วสอบตกก็มี
และทันทีที่สอบตก คน ๆ นั้น จะถูกลบความทรงจำเกี่ยวกับกระจกแห่งความโกรธออกไป
เด็กชายโอลีฟก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยากจะเป็นพ่อมดจึงเข้าร่วมบททดสอบนี้ โดยพ่อมดชราผู้ดูแลการทดสอบในครั้งนี้ ได้บอกให้เด็กชายโอลีฟเข้าไปในห้องที่ถูกเตรียมไว้ โดยในห้องมีกระจกหนึ่งบาน พ่อมดชราได้บอกว่า เมื่อบททดสอบจบลงประตูจะเปิดอีกครั้ง เมื่อบอกเช่นนั้นแล้ว พ่อมดชราก็ได้ปิดประตูและปล่อยให้เด็กชายโอลีฟทำการทดสอบ
เมื่อเด็กชายโอลีฟได้ไปยืนส่องกระจกที่วางตั้งอยู่ในห้อง ทันใดนั้นเองเงาของเด็กชายโอลีฟที่อยู่ในกระจกก็เริ่มขยับตัวเองโดยไม่เหมือนกับที่เด็กชายโอลีฟทำ มันเริ่มพูดเยาะเย้ยและดูถูกเด็กชายโอลีฟต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะบอกว่าเด็กชายโลอีฟขี้ขลาด ไม่กล้าหาญ หากได้เป็นพ่อมดก็คงไม่เก่ง เมื่อเด็กชายโอลีฟได้ยินเช่นนั้น ก็เริ่มโกรธ และยื่นมือเข้าไปตีกับเงาตัวเองในกระจก แต่เงาในกระจกของเด็กชายโอลีฟก็ตีเขากลับมาเช่นกัน ทำให้เด็กชายโอลีฟเจ็บตัว และทั้งสองก็ตีกันไปตีกันมาจนเด็กชายโอลีฟเริ่มเจ็บตัวมากขึ้น
สุดท้ายเด็กชายโอลีฟก็บอกว่ายอมแพ้ แต่เงาในกระจกก็ยังพูดว่า “เจ้ามันเป็นพวกขี้แพ้ ทำยังไงก็คงไม่เก่งหรอก” แต่เด็กชายโอลีฟก็บอกว่าตีกันไปก็ไม่ได้อะไร เหนื่อยและเจ็บตัวฟรีไปเปล่า ๆ ทันใดนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก พ่อมดชราก็ได้บอกกับเด็กชายโอลีฟว่า ยินดีด้วยคุณผ่านการทดสอบแล้ว

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : ความโกรธนอกจากไม่มีประโยชน์กับชีวิตยังทำให้เจ็บตัวได้อีกด้วย

ความโกรธก็เหมือนกับขยะ

นิทาน ธรรมะ ความโกรธ

นิทานธรรมะ ความโกรธ

 

ครั้งหนึ่งมีบรรดาลูกศิษย์ผู้เริ่มต้นในการศึกษาวิชาปรัชญากับปรมาจารย์ท่านหนึ่ง วันหนึ่งพวกเขาเกิดการแสดงความเห็นในการถกบทปรัชญาต่อกันและกัน ทำให้เกิดความไม่พอใจเพราะการกระทบกระทั่งในด้านอารมณ์ แต่เมื่อได้พูดคุยและบรรเทาความรู้สึกให้เป็นไปในทางที่ดีได้แล้ว จึงไปเรียนถามอาจารย์ “ท่านอาจารย์ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ตัวเราหลุดพ้นออกจากความโกรธ ความไม่พอใจได้”

 

อาจารย์มองหน้าบรรดาลูกศิษย์ แล้วกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มว่า “มีเพียงวิธีเดียวที่จะทำให้หลุดพ้นจากความโกรธที่มาครอบงำใจเรา อันเนื่องมาจากการ
กระทบกับคนอื่นก็คือการรู้จักให้อภัยคนที่มาทำลายเรา แล้วรู้จักหันมาเฝ้าดูจิตใจของตัวเองด้วยสติ” ท่านอาจารย์กล่าว “ถ้าเราทำเช่นนี้ จะมิเป็นการให้ท้ายคนที่มาทำร้ายเราให้ได้ใจหรือท่านอาจารย์ ?” ลูกศิษย์ถามด้วยความสงสัย

 

อาจารย์เมื่อเห็นลูกศิษย์แคลงใจเช่นนั้น เพื่อให้มองเห็นภาพที่ชัดเจนและเป็นการยกตัวอย่างให้ชัดขึ้นจึงถามกลับว่า “การที่เราสร้างความรู้สึกไม่พอใจ แสดงอาการกริ้วโกรธในใจอยู่ตลอดเวลานั้น เธอมั่นใจหรือว่าอีกฝ่ายเขาจะเป็นทุกข์กับเรา และเขาจะเป็นฝ่ายที่รับความทุกข์ทวีคูณมากขึ้น ?”

 

ลูกศิษย์ตอบด้วยเสียงอ่อย ๆ ว่า “คงไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน แต่อย่างน้อยเราก็ไม่น่าจะปล่อยให้เขาได้เป็นสุขฝ่ายเดียว เราควรแสดงความรู้สึกไม่พอใจของเราให้เขาได้รับทราบบ้างก็ยังดี” ฝ่ายอาจารย์พอรับทราบวิธีคิดของลูกศิษย์ดังนั้นแล้ว ด้วยความเป็นห่วง จึงได้กล่าวให้ข้อคิดเตือนสติลูกศิษย์ไว้ว่า

 

“การที่เราเฝ้าแต่สร้างความโกรธต่อผู้อื่นอยู่เสมอนั้น เปรียบเสมือนกับบุคคลที่แบกขยะอยู่เสมอ เขาย่อมดมกลิ่นของขยะอยู่ตลอดเวลา ความรู้สึกโกรธคนอื่นอยู่ตลอดเวลาก็เช่นเดียวกัน หากเธอยึดมั่นถือมั่นโดยไม่รู้จักปล่อยวางความรู้สึกเกลียดชังนั้นเสีย เธอเองก็เปรียบเหมือนคนที่คอยแบกขยะ ต้องดมกลิ่นอันน่าโสโครกนั้นอยู่ตลอดเวลา หนำซ้ำถึงเธอจะมีความคิดว่าคนอื่นจะเหม็นด้วย แต่คนอื่นก็หาเป็นเช่นเธอคิดไม่ มีแต่เธอผู้แบกขยะคนเดียวเท่านั้นที่ต้องดมกลิ่นนั้น โดยที่คนอื่นจะไม่รับรู้กับเธอแม้แต่เพียงคนเดียว”

 

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุดและผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

 

Source : 1 , 2

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นิทานธรรมะ เล่าให้ลูกฟังก่อนนอน : ความอดทน นิทานดี ๆ พร้อมข้อคิดสอนใจ

15 นิทานอีสป นิทานสอนเด็ก คติสอนใจ อ่านสนุกสาระเน้น ๆ

ข้อดีของการอ่านนิทานก่อนนอน ให้ลูกฟัง ว่ากันว่ามันคือกิจกรรมที่ทรงพลังที่สุด

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

iamp

app info
get app banner