นมแม่ ถาม - ตอบ (Q&A) ไขสารพันปัญหา "นมแม่" ปัญหาน้ำนม นมแม่ ให้นมลูก

นมแม่ ถาม - ตอบ (Q&A) ไขสารพันปัญหา "นมแม่" ปัญหาน้ำนม นมแม่ ให้นมลูก

นมแม่เป็นอาหารแรกเริ่มของทารก นมแม่ให้คุณประโยชน์มากมายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะน้ำนมเหลืองเพราะให้ภูมิต้านทานเป็นวัคซีนแรกที่แม่มอบให้ลูกน้อย แม่ให้นมยังมีประโยชน์สำหรับตัวคุณแม่เองด้วย เช่น ช่วยลดน้ำหนักให้คุณแม่ แต่การให้นมแม่อาจพบปัญหามากมายเนื่องจากเกิดจากความไม่เข้าใจของคุณแม่ บทความนี้อาสาหาคำตอบให้ค่ะ

ถาม – ตอบ (Q&A) ไขสารพันปัญหา “นมแม่”

“นมแม่” อาหารมหัศจรรย์ของลูกน้อย  สำหรับคุณแม่ที่ให้นมแมนั้น  บอกได้เลยค่ะว่า  มีปัญหาสารพันจริง ๆ โดยเฉพาะแม่มือใหม่  ไม่ใช่การให้นมแม่จะเป็นสิ่งที่ลำบากยากเย็นอะไรนะคะ  แม้การให้นมแม่อาจจะมีการทุลักทุเลบ้างในช่วงแรก คุณแม่มักจะเจอปัญหาเกี่ยวกับการให้นมแม่เพราะอาจเกิดจากความไม่เข้าใจวิธีการให้นมแม่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมคำถาม – คำตอบเพื่อคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับสารพันปัญหาการให้นมแม่มาฝากคะ

ถาม (Q ) : ทำไมต้องเป็นนมจากเต้า
ตอบ (A)  :

การให้นมจากเต้าให้ประโยชน์ทั้งแม่และลูกน้อย

นมแม่ดีต่อทารก

1.นมแม่ นมจากเต้า เป็นทั้งอาหารและเครื่องดื่มที่จำเป็นสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

2.ช่วยปกป้องทารกจากโรคหวัด  โรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร  โรคติดเชื้ออื่น ๆ และโรคภูมิแพ้

3.ในด้านอารมณ์ ความรู้สึก ขณะที่แม่ให้นมแม่แก่ลูกน้อย ช่วยให้ทารกรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และตอบสนองความต้องการทั้งด้านความอบอุ่นของร่างกายและความรัก ชวยกระตุ้นพัฒนาสมองของทารกได้อย่างดี

4.ลดความเสี่ยงของการตายในทารกขณะที่นอนหลับ

5.ลดโอกาสเสี่ยงโรคอ้วน โรคเบาหวาน เมื่อลูกโตขึ้น

นมแม่ดีต่อแม่ให้นม

1.ช่วยดลความเสี่ยงของภาวะตกเลือดหลังคอลดบุตร และยังช่วยป้องกันโรคโลหิตจางด้วย

2.ช่วยดลความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม  มะเร็งรังไข่  โรคกระดูกพรุน  โรคเบาหวาน  และโรคหัวใจ

3.นมแม่ฟรี  ช่วยคุณแม่ประหยัด

4.ช่วยลดน้ำหนักหลังคลอดที่เพิ่มขึ้นมาระหว่างตั้งครรภ์  ช่วยให้รูปร่างของคุณแม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น

ถาม (Q ) : เมื่อไหร่ถึงให้นมแม่
ตอบ :

3 สิ่งหลังคลอด คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ  คือ

1.สัมผัสลูกทารกแรกคลอด

2.เริ่มดูดนมทันที

3.เริ่มให้นมแม่ทันที

เมื่อคุณแม่กอดลูกน้อย เนื้อแนบเนื้อ ลูกน้อยอยู่บนหน้าอกของคุณแม่หลังคลอด และเริ่มให้ลูกดูดนมทันทีแม้จะยังไม่มีน้ำนมก็ตาม

ขั้นตอนนี้มีประโยชน์มาก เพราะ

1.ช่วยให้ร่างกายคงความอบอุ่นไว้

2.ทารกร้องไห้น้อยลง

3.ผ่อนคลาย และช่วยให้อัตราการหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจคงที่

 

นมแม่

ปัญหานมแม่

ถาม (Q ) : ดูอย่างไรลูกน้อยหิวนมแม่แล้ว
ตอบ :

1.กลอกตาไป มา

2.ดิ้นไปมาขณะนอน เอามือถูหน้าไป มา แม่จ๋าหนูหิวนมแล้ว

3.ส่งเสียงอ้อแอ้

4.พลิกศีรษะไปมา

5.เลียริมฝีปาก แลบลิ้นไปมา หรือดูดมือ

6.ร้องไห้ ถือเป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นหลังสัญญาณอื่น ๆ

หากรอจนลูกน้อยร้องไห้จะทำให้คุณแม่ให้นมยากขึ้น ดังนั้น คุณแม่ควรตอบสนองต่อสัญญาณ  หิวนมแล้วจ้า  ของลูกน้อยให้เร็วที่สุดหากเริ่มสังเกตเห็น

ถาม (Q ) : ให้นมแม่ต้องทำอย่างไร
ตอบ (A)  :
จัดท่า  เข้าเต้า

1.นั่งในท่าที่สบาย อาจหาเบาะหนุนร่วมด้วยได้

2.อุ้มลูกน้อยแนบชิดกับแม่ (tummy to mummy)

3.จัดท่าให้คางของลูกแนบชิดกับหน้าอกแม่ จมูกจะอยู่ในระดับเดียวกับหัวนมของแม่

4.ให้หัวนมแตะจมูกลูกน้อยและริมฝีปากบน รอจนลูกอ้าปากค้างไว้

5.เมื่อลูกน้อยอ้าคล้ายกำลังหาว  ให้รีบนำลูกเข้าเต้าทันที

6.ค่อย ๆ ปรับให้ “คางอยู่แนบ จมูกอยู่นอก” เพื่อให้ลูกมีพื้นที่สำหรับหายใจ

ลูกจะดูดนมอย่ารวดเร็วจนเข้าสู่จังหวะดูดช้าลงจนคงที่ ปกติจะดูดอยู่ประมาณ  6 ถึง 12 จังหวะต่อหนึ่งครั้งที่ดูดต่อด้วยการหยุดดูด  1 ครั้ง และกลืนอีก 1 ครั้ง  เมื่อลูกเริ่มอิ่มนมแม่ จะค่อย ๆ ผ่อนคลายระหว่างกินนม  จะค่อย ๆ ปล่อยเต้าเอง คุณแม่ควรให้ดูดทั้งสองข้างทุกครั้งที่ให้นม

สำหรับคุณแม่ เวลาที่ให้นมลูกน้อยมักจะมีความรู้สึก ดังนี้

1.อาจรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยเวลาที่ลูกเข้าเต้าและกำลังพยายามอมหัวนมและลานนมเข้าไปในปาก

2.คุณแม่อาจรู้สึกปวดช่องท้องด้านล่าง เพราะมดลูกเกิดการบีบตัวลดขนาดเข้าสู่ขนาดปกติ

3.ก่อนให้นมและหลังให้นม คุณแม่ควรจิบน้ำอุ่น หรือระหว่สงที่ให้นมอยู่นั้นอาจรู้สึกกระหายน้ำ ควรเตรียมน้ำไว้ดื่ม โดยวางไว้ใกล้ๆมือเพื่อความสะดวกเวลาหยิบดื่มขณะที่ยังอุ้มเจ้าตัวน้อยแนบอก

4.ช่วงเวลาที่ให้นมคุณแม่จะรู้สึกผ่อนคลายจนถึงขนดง่วงนอน เป็นเพราะร่างกายเกิดกาเรปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน

ถาม (Q ) : ให้นมแม่บ่อยแค่ไหน
ตอบ (A)  :

สิ่งที่คุณแม่ควรรู้

1.ทารกแต่ละคนมีรูปแบบการกินและการนอนไม่เหมือนกัน  อย่ากังวลใจหรือเปรียบเทียบกับทารกคนอื่น ๆ นะคะ

2.ในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังคลอด ทารกแรกเกิดจะกินนมค่อนข้างถี่ บางครั้งอาจจะทุก 1 – 2 ชั่วโมง ลูกดูดนมแม่ถี่ขึ้นเท่าไรจะยิ่งทำให้คุณแม่ผลิตน้ำนมมากขึ้นเท่านั้น

3.กระเพาะของทารกน้อยมีขนาดเท่าผลเชอร์รี่  เมื่ออายุ 1 เดือนจะขยายขนาดใหญ่เท่าลูกปิงปอง  ทำให้ทารกกินนมน้อยแต่บ่อยครั้งในช่วงหลังคลอด

4.น้ำนมเหลือง เป็นน้ำนมแรกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารและภูมิต้านทาน ช่วยปกป้องกระเพาะอาหารที่บอบบางของลูกน้อยด้วยค่ะ

5.คุณแม่ที่ต้องให้นมลูกบ่อย ๆ ร่างกายมักจะอ่อนเพลีย  คุณแม่ควรหาเวลางีบหลับขณะที่ลูกน้อยงีบหลับไปพร้อม ๆ กัน

6.การกอดแนบเนื้อระหว่างคุณแม่และลูกมีผลช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้

7.อย่าพยายามจับเวลาขณะให้นมลูก ควรปล่อยให้เป็นเรื่องสบาย ๆ ไม่เครียดหรือกังวล เพระาเมื่อลูกโตขึ้นลุกจะค่อยๆ มีรูปปแบบในการกินนมที่สม่ำเสมอขึ้นเอง

ถาม (Q ) : ลูกดูดนมอิ่มเพียงพอหรือไม่
ตอบ (A)  :

1.จำนวนปัสสาวะ ถ้าได้รับนมแม่อย่างเพียงพอ ลูกจะปัสาวะบ่อยครั้งหรือผ้าอ้อมเปียกชื้นหลายชิ้น ในวันแรกอาจจะมีปริมาณน้อย ถือเป็นเรื่องปกติ วันที่ 2 เปียก 2 ชิ้น และมักจะเป้นเช่นนี้ไปจนถึงวันที่ 5 หลังจากนั้นสังเกตว่า  ผ้าอ้อมควรเปียกอย่างน้อย 5 – 7 ชิ้น / วัน

2.จำนวนอุจจาระ  ทารกจะถ่ายขี้เทาซึ่งจะมีสีออกเขียวเข้มในช่วง 1 – 2วันแรกหลังคลอด และจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมน้ำตาล และเป็นสีเหลืองสดหลังวันที่ 4 – 5

3.น้ำหนักตัว ในช่วง 2 – 3วันหลังคลอดลูกน้อยมักจะมีน้ำหนักตัวลดลงแต่หลงจากนั้นประมาณวันที่ 5 นำ้หนักจะค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติและจะเท่ากับนำ้หนักแรกคลอดประมาณวันที่ 14

4.การดูดนม  ทารกส่วนใหญ่จะกินนมประมาณ 8 – 10 ครั้งต่อวัน ในช่วงแรก ๆ หลังจากนั้นจะจะค่อย ๆ คงที่ 6 – 8 ครั้ต่อวันเพราะปริมาณน้ำนมของคุณแม่จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทำให้ลูกอิ่มนมได้นานขึ้นจำนวนครั้งที่ดูดจึงลดลงและค่อนข้างคงที่

5.เต้านม  เต้านมจะนิ่มลงหลังจากที่คุณแม่ให้นมลุกน้อยแล้ว หรือที่เรียกว่า นมเกลี้ยงเต้า เวลาให้นมลุกควรให้นมทั้งสองข้างไม่ควรให้ข้างใดข้างหนึ่งหรือให้เฉพาะข้างที่คุณแม่ถนัดเท่านั้น  เพราะจะทำให้น้ำนมข้างที่ไม่ค่อยให้ลูกดูดกระตุ้นจะมีปริมาณน้ำนมลดลง

ถาม (Q ) : ทำอย่างไรหากแม่มีน้ำนมน้อย
ตอบ (A)  :

หาคุณแม่กำลังคิดว่า ตนเองมีน้ำนมไม่พอ เวลาให้นมให้สลับข้างของเต้านมไปมาแต่ละครั้งที่ลูกหยุดกลืนระหว่างการกินนม ทำอย่างนี้ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมง เป็นวิธีการที่ค่อนข้างให้ผลดีทีเดียว หรือลองใช้วิธีบีบมือร่วมด้วย พยายามจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆด้วยนะคะ

วิธีบีบนมด้วยนิ้วมือ

1.ล้างมือให้สะอาด

2.ประคบอุ่นบริเวณเต้านมประมาณ 3 – 5 นาที นวดเต้าเบา ๆ เพื่อกระตุ้นน้ำนมไหลเวียน

3.วางนิ้วโป้ง และนิ้วอื่น ๆ ห่างจากหัวนมประมาณ 2 – 3เซนติเมตร แต่อยู่ในแนวเดียวกับหัวนมให้วางนิ้วไว้ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และ 6 นาฬิกา

4.ออกแรงกดนิ้วลงไปยังหน้าอก หากเต้านมค่อนข้างใหญ่ให้ดึงเต้านมขึ้นก่อนแล้วค่อยกดลงไปยังหน้าอก

5.หมุนนิ้วโป้งและนิ้วอื่น ๆ ไปในทางเดียวกัน พยายามดันให้นมออกมาแทนที่จะบีบออกทำต่อเนื่องเป็นจังหวะ

6.หมุนมือของคุณไปรอบ ๆ เต้านม  เพื่อทำให้ตำแหน่งอื่น ๆ นิ่มลงด้วย วางมือไว้ที่ 12 และ 16  นาฬิกา หลังจากนั้น 2 และ 8 นาฬิกา และตามด้วย 10 และ 4 นาฬิกา

7.คุณแม่ควรบีบน้ำนมหรือปั๊มน้ำนมอย่างน้อย 8 – 10 ครั้งในทุก 24 ชั่วโมง หากลุกไม่ได้ดูดนมจากเต้า

ถาม (Q ) : เก็บน้ำนมอย่างไรให้น้ำนมยังคงคุณภาพดี
ตอบ (A)  :

คำแนะนำในการจัดเก็บนมแม่

1.นมแม่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่พิเศษมาก ดังนั้น นมแม่สามารถคงอยู่ในภาชนะมีฝาปิดได้นานถึง 4 ชั่วโมงนอกตู้เย็น แต่ต้องไม่ถูกกแสงแดดนะคะ

2.หากไม่ได้ใช้นมแม่ในทันที สามารถเก้บใส่ภาชนะปิดฝามิดชิด ใส่นมในช่องแช่ธรรมดาในตู้เย็น  สามารถเก้บได้นานถึง 48 ชั่วโมง

3.หากคาดการณ์ว่า ไม่ได้ใช้นมแม่นานเกิน 48 ชั่วโมง ให้เก้บเข้าช่องแช่แข็งทันที  ถาดน้ำแข็งที่สะอาดสามารถนำมาใช้เก็บนมแม่ในปริมาณน้อย ๆ ได้

4.นมแม่ม่ที่แช่แข็งแล้วสามารถเก็บไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นแบบ 2 ประตู เก็บได้นาน 3 เดือน หรอืเก็บที่ด้านล่างของตู้แช่แข็งได้ประมาณ 6 เดือน

5.ควรละลายนมแม่แช่แข็งด้วยภาชนะใส่นมแกว่งเบา ๆ ในนำ้เย็นและตามด้วยน้ำอุ่น อย่าเขย่าแรงเกินไปหรือเพียงแค่นำมาวางใน  ตู้เย็นช่องธรรมดาหลังนมละลายแล้ว

6.ใช้นมแม่ที่ละลายแล้วภายใน 24 ชั่วโมง และห้ามนำกลับไแช่ช่องแช่แข็งอีก

7.ห้ามใช้ไมโครเวฟในการอุ่นหรือละลายนมแม่ เพราะนมจะร้อนจัดและลวกปากลูกได้

เป็นอย่างไรบ้างคะคำถาม คำตอบ เกี่ยวกับปัญหานมแม่  คิดว่าน่าจะตรงใจช่วยไขข้อข้องใจของคุณแม่ให้นมได้บ้างนะคะ

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มหัศจรรย์นมแม่ เพิ่มความฉลาดให้สมองของลูกน้อย

10 เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ที่แม่ให้นมอยากรู้มากที่สุด แม่ให้นมอยากรู้เรื่องอะไรบ้าง?

คัดเต้า หลังคลอด เต้านมเป็นก้อน เกิดจากอะไร มีวิธีไหนช่วยลดปวดเต้านมได้บ้า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner