TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

ไขข้อข้องใจ “นมแม่” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

บทความ 3 นาที
ไขข้อข้องใจ “นมแม่” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

สำหรับคุณแม่มือใหม่ คงจะมีความรู้สึกตื่นเต้นปนกับความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตทันทีที่มีโอกาสให้ลูกน้อยได้ดื่มนมจากอก จากที่ไม่เคยมีน้ำนมไหลมาก่อน แต่พอมีลูกน้อยร่างกายกับผลิตน้ำนมขึ้นได้เอง และมันก็เป็นความดีใจไม่ใช่น้อยสำหรับสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นแม่ของคุณได้เริ่มต้นขึ้นมาแล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่า “นมแม่” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ความมหัศจรรย์ของน้ำนมเกิดขึ้นเพราะธรรมชาติสร้างให้คุณแม่ทุกคนมีน้ำนมให้ทารกตั้งแต่แรกเกิด และไม่เพียงแต่คุณค่าน้ำนมของคุณแม่ที่มีประโยชน์ น้ำนมของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแต่ละชนิดก็จะมีสัดส่วนของสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับตัวอ่อนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นๆ  ด้วยเช่นกัน

นมแม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร

ไขข้อข้องใจ “น้ำนมแม่” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

สำหรับ นมแม่ นั้นร่างกายจะเริ่มผลิตน้ำนมตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสที่สอง โดยการกระตุ้นของฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ได้แก่ ฮอร์โมนโปรแลคติน ซึ่งในระหว่างการตั้งครรภ์นั้นก็จะมีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สร้างจากรก คอยยับยั้งไม่ให้เกิดการหลั่งหรือมีน้ำนมไหลออกมา แต่เมื่อเกิดการคลอดแล้ว ระดับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะลดต่ำลงทำให้กลไกการยั้บยั้งน้ำนมหายไป ฤทธิ์ของฮอร์โมนโปรแลคตินที่คอยกระตุ้นเด่นชัดขึ้น เมื่อทารกได้ดูดนมก็จะยิ่งเกิดการกระตุ้นฮอร์โมนตัวนี้ให้สูงขึ้นอีก การสร้างน้ำนมก็จะมากขึ้นด้วย ขณะเดียวกันการดูดนมยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนออกซีโตซินที่ช่วยในการหลั่งหรือทำให้เกิดการไหลของน้ำนม ทำให้ลูกได้รับน้ำนมและดูดง่ายขึ้น ยิ่งช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโปรแลคตินสูงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ จึงควรให้ลูกน้อยได้ดูดนมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นนมแม่ให้มีไหลเพิ่มมากขึ้น

โดยปกติหลังคลอด น้ำนมแม่จะเริ่มมีภายใน  24-48 ชั่วโมง โดยในระยะแรกเมื่อลูกเริ่มดูดน้ำนมจะเป็น น้ำนมเหลือง (colostrum) ซึ่งจะเป็นน้ำนมที่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมาก เพราะให้ภูมิคุ้มกันสูง และประมาณ 10 วันหลังคลอดจะเปลี่ยนเป็นน้ำนมแม่ปกติ ซึ่งในน้ำนมแม่ก็ยังมีสารอาหารจำเป็นที่ครบถ้วนสำหรับลูกน้อยเช่นกัน โดยจะมีไขมันที่ให้พลังงานในสัดส่วนที่มากที่สุด รองลงมาคือ น้ำตาลแลคโตส ที่สามารถย่อยและดูดซึมได้ดี ซึ่งทารกสามารถนำสารอาหารนี้ไปใช้ได้เร็ว นอกจากนี้ยังมีโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณแม่ที่มาสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ด้วย

นมแม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร

คุณแม่หลายคนอาจจะประสบปัญหาที่ว่าน้ำนมไม่ได้ไหลออกมาง่ายอย่างที่คิด ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาช้าของน้ำนม อาจเกิดจาก

บทความจากพันธมิตร
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
คู่มือเตรียมพร้อม! "การดูแลครรภ์" ฉบับคุณแม่มือโปร เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักตั้งแต่วันแรก
คู่มือเตรียมพร้อม! "การดูแลครรภ์" ฉบับคุณแม่มือโปร เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักตั้งแต่วันแรก
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
“ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
  • คุณแม่ท้องแรกอาจจะมีน้ำนมช้ากว่าท้องหลัง
  • คุณแม่ที่มีระยะเบ่งคลอดที่ยาวนาน หรือมีภาวะเครียดระหว่างการคลอดจะสัมพันธ์กับการที่มีน้ำนมมาช้าด้วย
  • คุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดจะมีน้ำนมมาช้ากว่าคุณแม่ที่คลอดปกติ
  • หัวนมแบนหรือหัวนมบอด
  • คุณแม่ที่อ้วนหรือมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน
  • การที่มีเศษของรกค้างอยู่ในมดลูก
  • การกระตุ้นให้ลูกดูดนมหรือปั๊มนมห่างเกินไป ก็จะส่งผลให้น้ำนมมาช้าได้

แต่ปัจจัยที่ส่งผลทำให้น้ำนมมาช้าก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หรือไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน เพียงแต่คุณแม่อาจต้องหาวิธีการกระตุ้นน้ำนม หรือเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการให้ลูกช่วยกระตุ้นจากการดูดนมหรือปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอทุก 2-3 ชั่วโมง ก็จะทำให้น้ำนมแม่มาเร็วขึ้นและเพียงพอได้ ดังนั้นเมื่อรู้ถึงการเกิดขึ้นของน้ำนมแม่และประโยชน์จากน้ำนมแม่ที่มีต่อลูกน้อยแล้ว ขอให้คุณแม่ที่น้ำนมมาช้าหรือน้ำนมน้อยอย่าละความพยายามให้การให้ดูดได้กินนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปนะคะ.

ขอบคุณที่มา : www.guruobgyn.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
วิธีเรียกน้ำนมแม่กลับคืนหลังหยุดให้นมลูก
จริงหรือกับ 9 ความเชื่อเกี่ยวกับการให้นมแม่

theAsianparent Community

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

Napatsakorn .R

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • ไขข้อข้องใจ “นมแม่” เกิดขึ้นได้อย่างไร?
แชร์ :
  • เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

    เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

  • ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
    บทความจากพันธมิตร

    ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช

  • คู่มือเตรียมพร้อม! "การดูแลครรภ์" ฉบับคุณแม่มือโปร เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักตั้งแต่วันแรก
    บทความจากพันธมิตร

    คู่มือเตรียมพร้อม! "การดูแลครรภ์" ฉบับคุณแม่มือโปร เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักตั้งแต่วันแรก

  • เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

    เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์

  • ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช
    บทความจากพันธมิตร

    ครบจบที่เดียว! คู่มือดูแล "แม่และลูกรัก" ฉบับมืออาชีพ จาก ศูนย์แม่และเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลนวเวช

  • คู่มือเตรียมพร้อม! "การดูแลครรภ์" ฉบับคุณแม่มือโปร เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักตั้งแต่วันแรก
    บทความจากพันธมิตร

    คู่มือเตรียมพร้อม! "การดูแลครรภ์" ฉบับคุณแม่มือโปร เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักตั้งแต่วันแรก

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว