TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครองเตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แม่แชร์ การฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใส สำคัญกว่าที่คิด

บทความ 3 นาที
แม่แชร์ การฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใส สำคัญกว่าที่คิด

เมื่อลูกวัยเพียง 11 เดือน ต้องป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส แม่จึงออกเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

คุณแม่ท่านนี้ได้โพสต์แชร์เรื่องราวของตัวเธอและลูก ๆ หลังป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส แต่ด้วยความที่เธอและลูกคนโตเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว จึงไม่ได้เป็นอะไรมาก โชคร้ายที่ลูกชายวัยเพียง 11 เดือนของเธอก็ต้องป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน

วัคซีน อีสุกอีใส

 

ในที่สุด ลูกชายคนเล็ก ก็ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล Ipwich Hospital หลังมีเม็ดขึ้นตามร่างกาย ผลการตรวจทำเธออึ้ง เมื่อหมอบอกว่าลูกชายติดเชื้อไวรัสชื่อว่า วาริเซลล่า แม่กล่าวว่า ลูกของเธอเด็กเกินกว่าที่จะเป็นโรคอีสุกอีใส เขามีอายุได้เพียงแค่ 11 เดือนเท่านั้น และเพื่อเป็นการแสดงความห่วงใยกับทุก ๆ คน คุณแม่ท่านนี้จึงอยากเตือนให้ทุกครอบครัวให้ความสำคัญกับการพาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสด้วย เพราะโรคอีสุกอีใสนั้นน่ากลัวกว่าที่เราคิด และเป็นอะไรที่น่าสงสารมากหากเด็กตัวเล็ก ๆ ต้องมาป่วยเป็นโรคนี้

โรคอีสุกอีใสเกิดจากอะไร?

โรคสุกใสหรืออีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชื่อว่า วาริเซลล่า (Varicella) ซึ่งติดต่อได้ง่ายๆโดยการหายใจรดกัน ไอจามใส่กัน และการสัมผัสตุ่มแผลของโรคโดยตรงหรือสัมผัสของใช้ผู้ป่วยเช่น ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว จึงสามารถติดต่อได้ง่ายในเด็กที่อยู่ร่วมกันที่โรงเรียนค่ะ

อาการของโรคอีสุกอีใสเป็นอย่างไร?

อาการของโรคจะเริ่มจากมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว แล้วจึงมีผื่นแดงขึ้น ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใส และตุ่มหนอง ขึ้นตามหน้า ลำตัว หลัง และแขนขา โดยผื่นแต่ละบริเวณของร่างกายอาจมีลักษณะของผื่นแตกต่างกัน เช่น ที่แขนขาเริ่มเป็นผื่นแดง ที่หลังเป็นตุ่มน้ำใส ส่วนที่หน้าเริ่มแห้งและตกสะเก็ด

หากลูกเป็นอีสุกอีใสคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลอย่างไร?

เนื่องจากอีสุกอีใสเป็นโรคที่หายได้เอง และอาการไม่รุนแรงในเด็ก หากลูกมีอาการของโรคอีสุกอีใส และมีไข้ต่ำๆ คุณพ่อคุณแม่อาจดูแลลูกที่บ้านได้โดยให้ทานยาลดไข้พาราเซตามอล เช็ดตัวลดไข้ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ ร่วมกับสังเกตอาการของลูก ถ้ามีไข้สูง มีผื่นขึ้นตามตัวมาก มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น เช่น หายใจหอบ ชัก ซึมลง ควรไปพบคุณหมอค่ะ

ให้ลูกทานยาเขียวได้หรือไม่?

ยาเขียว เป็นยาตำรับไทยที่ใช้มานานในเด็กที่เป็นไข้ออกผื่น มีส่วนผสมทำจากใบไม้สีเขียวและสมุนไพรต่างๆ มีความเชื่อว่าช่วยให้โรคหายเร็วขึ้น โดยยังไม่มีงานวิจัยที่สนับสนุนว่ายาเขียวมีฤทธิ์ต้านไวรัสโรคอีสุกอีใส ดังนั้นการทานยาเขียวอาจไม่ได้มีประโยชน์อย่างชัดเจนในการรักษาโรคอีสุกอีใส แต่ก็ไม่ได้มีอันตรายต่อร่างกายอย่างชัดเจนเช่นกัน มีข้อควรระวังคือ ยาเขียวบางตำรับมีส่วนผสมของดอกไม้ จึงควรหลีกเลี่ยงหากลูกแพ้เกสรดอกไม้นะคะ

หากไม่ต้องการให้ลูกมีแผลเป็นจากอีสุกอีใสควรทำอย่างไร?

แผลเป็นจากอีสุกอีใสสามารถป้องกันได้โดยไม่ไปแกะเกาตุ่มสุกใส ถ้าลูกมีอาการคันก็ควรทานยาแก้คัน นอกจากนี้ควรตัดเล็บให้สั้นเพราะเชื้อแบคทีเรียจากมือและเล็บสามารถเข้าสู่ กระแสเลือดได้จากการแกะเกาตุ่ม จนเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนอย่างรุนแรงที่อวัยวะภายในต่างๆตามมาได้

เราจะป้องกันการติดเชื้ออีสุกอีใสได้อย่างไร?

เนื่องจากโรคสุกใสสามารถติดต่อได้โดยการไอจามและหายใจรดกัน รวมทั้งสัมผัสกับผื่นของโรคหรือของใช้ส่วนตัวผู้ป่วย คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนให้ลูกหลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับเพื่อนที่เป็น อีสุกอีใส ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ล้างมือให้สะอาด นอกจากนี้ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสซึ่งฉีดได้ในเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

หากลูกเป็นอีสุกอีใสจะสามารถไปโรงเรียนได้เมื่อไร?

โดยทั่วไประยะที่สามารถติดต่อได้ของสุกใสคือตั้งแต่ 48 ชั่วโมงก่อนจะมีผื่นขึ้น (ซึ่งทำให้เด็กๆอาจไปสัมผัสใกล้ชิดกับเพื่อนที่ป่วยเป็นอีสุกอีใสก่อนจะมี อาการ โดยไม่รู้ตัวได้) จนถึงระยะที่ผื่นแห้งเป็นสะเก็ดหมดทุกตุ่มทั่วร่างกาย ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากเริ่มมีอาการป่วย ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนนะคะ

ที่มา: Theindusparent

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ทำไมเด็ก ๆ จึงควรได้รับวัคซีน

อีสุกอีใสตอนท้อง ลูกเสี่ยงพิการ

TAP mobile app

บทความจากพันธมิตร
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
ลูกโตไวเกินไป...อาจไม่ใช่เรื่องดี! เช็กสัญญาณ "ภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัย" ภัยเงียบที่ทำร้ายความสูงและจิตใจลูก
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า  นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
บอกลาสงครามล้างจมูก! เจาะลึก Happy Polar เครื่องล้างจมูกไฟฟ้า นวัตกรรม 2 in 1 ที่คุณแม่ยุคใหม่ต้องมีติดบ้าน
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
Happy Polar คว้ารางวัลนวัตกรรมดูแลจมูกสำหรับเด็กยอดเยี่ยมแห่งปีจาก theAsianparent Awards 2025
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว
โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท 62 แนวคิดใหม่ ของการดูแลสุขภาพของทุกครอบครัว

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
img
บทความโดย

Muninth

  • หน้าแรก
  • /
  • สุขภาพ
  • /
  • แม่แชร์ การฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใส สำคัญกว่าที่คิด
แชร์ :
  • หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

    หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

  • ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

    ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

  • หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

    หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

  • หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

    หน้าร้อนระวัง! โรคลมร้อนในเด็ก แนะวิธีสังเกตอาการและป้องกัน

  • ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

    ข่าวดี! "AI ช่วยวินิจฉัยออทิสติก" เร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวตรวจนานนับปี

  • หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

    หมอเด็กเฉลย! ลูกมีไข้กี่องศา ถึงต้องป้อนยาลดไข้?

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว