แม่ท้องฉีดวัคซีน หรือยัง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ป้องกันภาวะปอดอักเสบ

ภาวะปอดอักเสบที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตและส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้ การที่แม่ท้องฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

การฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายแม่แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคให้แก่ทารกหลังเกิดอีกด้วย โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรคที่แม่ท้องมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะปอดอักเสบและอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้น แม่ท้องฉีดวัคซีน จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ต้องรู้ วันนี้เราจะพามาดูวัคซีนที่คนท้องควรได้รับระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ

 

แม่ท้องฉีดวัคซีน ตอนตั้งครรภ์

เพจเมื่อหมอเป็นแม่ ได้โพสต์ถึงวัคซีนที่ควรได้รับในระหว่างตั้งครรภ์ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้ สัปดาห์ก่อน แม่หมอมีโอกาสได้ฟังบรรยายเรื่องการให้วัคซีนป้องกันโรคจากท่านประธานสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยค่ะ คิดว่ามีประโยชน์มาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนแบบนี้ วันนี้เลยมาแนะนำลูกเพจค่ะ

 

 

แม่ท้องฉีดวัคซีน อะไรบ้าง ที่จำเป็นและปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์?

กลุ่มของวัคซีนที่ควรได้ในระหว่างตั้งครรภ์ กลุ่มนี้นอกจากจะไม่เป็นอันตรายกับทารกในครรภ์ ยังมีประโยชน์ กล่าวคือ การฉีดวัคซีนจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันในแม่ และสามารถส่งผ่านภูมิคุ้มกันผ่านรกไปให้ลูกน้อยในครรภ์ได้อีกด้วย ที่แนะนำ ได้แก่

  • กลุ่ม บาดทะยัก, คอตีบ, ไอกรน ซึ่งมีทั้ง บาดทะยักรวมกับคอตีบ (Td) และรวมทั้งสามชนิด (Tdap) โดยแนะนำให้ได้ตัว Td 1-2 dose ระหว่างตั้งครรภ์ เริ่มฉีดในช่วงไตรมาสที่ 3 และ Tdap 1 dose ในช่วงไตรมาสที่ 3 เช่นกัน ส่วนมาก แม่หมอจะฉีด Td 1 dose ในเดือนที่ 6 แล้วสลับเป็น Tdap ในเดือนที่ 7 ของการตั้งครรภ์ เข็มสุดท้าย เป็น Td หลังคลอดค่ะ
  • กลุ่มวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Inactivated influenza Vaccine) แนะนำให้ฉีดในขณะตั้งครรภ์ 1 dose ช่วงไตรมาสที่ 3 เช่นกันค่ะ เนื่องจากถ้าขณะตั้งครรภ์เกิดติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ อาการจะรุนแรงถึงขนาดระบบหายใจล้มเหลวได้มากกว่าคนทั่วไป อันตรายจริง ๆ นอกจากนี้ ยังเพิ่มภูมิให้ทารกในครรภ์อีกด้วยค่ะ
  • กลุ่มวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี หากคุณแม่ได้รับภูมิคุ้มกัน ก็จะสามารถช่วยป้องกันการแพร่เชื้อสู่ลูกน้อยได้ เพราะถ้าหากว่าลูกได้รับเชื้อตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กก็จะมีโอกาสสูงที่จะเป็น มะเร็งตับ มากกว่าคนอื่น ๆ ถึง 200 เท่าเลยทีเดียวค่ะ
  • วัคซีนโควิด 19 ปัจจุบันแพทย์จะแนะนำให้คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสโควิด สามารถทำให้เกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจ  และเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ และเพิ่มความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วัคซีนที่ไม่ควรฉีดในระหว่างการตั้งครรภ์

ในระหว่างการตั้งครรภ์ แม่ท้องไม่ควรฉีดวัคซีนเชื้อเป็นเหล่านี้ เพราะเป็นวัคซีนที่มีเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้

  • วัคซีนป้องกันโรคสุกใส (Varicella)
  • วัคซีนงูสวัด (Zoster)
  • วัคซีนเอชพีวี (HPV)
  • วัคซีน คางทูม หัด หัดเยอรมัน (Measles, mumps, rubella)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงหน้าฝนนี้ มีโรคติดเชื้อต่าง ๆ มากมายเต็มไปหมด สิ่งที่สำคัญคือการที่ แม่ ๆ ดูแลรักษาสุขภาพ ใครที่ยังไม่ได้วัคซีน สอบถามคุณหมอที่ฝากครรภ์ได้เลยค่ะ รักแม่ ๆ ที่ตั้งครรภ์ทุกคนค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องต้องฉีดอะไรบ้าง 100 สิ่งแม่ท้องต้องรู้ ตอนที่ 5 สมุดวัคซีนแม่ท้อง

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

ทำไมหญิงตั้งครรภ์ต้องรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่

โดยทั่วไปของการให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์มักให้เพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในมารดา หากหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนั้น ๆ และช่วยเพิ่มโอกาสในการป้องกันโรคแก่ทารกในช่วง 6-12 เดือนแรกหลังเกิดด้วย

  • ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อน

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคหนึ่งที่พบว่า หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงเกิดภาวะปอดอักเสบและอาจเสียชีวิตได้ เพราะหญิงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ และมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่มีโอกาสต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่าหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์และไม่เป็นไข้หวัดใหญ่ถึง 4 เท่า

โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยจะพบมากตอนช่วงฤดูฝน และพบต่อเนื่องในช่วงฤดูหนาว เชื้อไข้หวัดใหญ่มักมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ระบาดเกือบทุกปี คนที่เคยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วก็มีโอกาสเป็นซ้ำได้ เนื่องจากอาจป่วยจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เปลี่ยนสายพันธุ์ไป และภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะอยู่ได้ไม่นาน

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี

วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะมีส่วนประกอบของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ โดยเป็น Type A จำนวน 2 สายพันธุ์ คือ H1N1 และ H3N2 และ Type B 1 สายพันธุ์ วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบของสายพันธุ์ไวรัสที่จะบรรจุในวัคซีนทุกปี ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในปัจจุบัน แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งควรเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อเป็นซึ่งยังไม่มีในประเทศไทย และถือเป็นข้อห้ามจะใช้ในหญิงตั้งครรภ์) โดยสามารถฉีดได้ในทุกช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งนอกจากจะป้องกันไข้หวัดใหญ่ในหญิงตั้งครรภ์แล้ว ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจะผ่านรกจากมารดาสู่ลูกในครรภ์ด้วย ทำให้เมื่อคลอด ลูกจะมีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่แรกเกิดโดยไม่ต้องฉีดวัคซีน ไม่ต้องรอให้ครบตามเกณฑ์ปกติคือ 6 เดือนถึงจะให้วัคซีน การได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในหญิงตั้งครรภ์จึงเป็นการได้ประโยชน์สองต่อ คือหญิงตั้งครรภ์ได้รับประโยชน์โดยตรง ส่วนลูกได้รับประโยชน์โดยอ้อม

  • ภูมิคุ้มกันจะลดต่ำหลังการฉีด

ภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะลดต่ำตามธรรมชาติหลังการฉีด 6-12 เดือน ดังนั้น ควรฉีดวัคซีนทุกปี เนื่องจากระยะฟักตัวของโรคไข้หวัดใหญ่สั้นมาก จำเป็นต้องมีภูมิคุ้มกันสูงพอขณะได้รับเชื้อเข้ามาในร่างกาย ซึ่งการฉีดวัคซีนปีละครั้งจะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันสูงพอที่จะป้องกันโรคได้ ทั้งนี้ วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีนมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ที่เกิดมักเป็นอาการเฉพาะที่บริเวณตำแหน่งฉีด หรืออาจมีไข้ต่ำ ๆ และปวดเมื่อยได้ในช่วง 1-2 วันหลังฉีด

บทความที่เกี่ยวข้อง : วัคซีนไข้หวัดใหญ่กับแม่ตั้งครรภ์ วัคซีนสำคัญกับเหตุผลที่ว่าทำไมจึงควรฉีด

 

 

โรคไข้หวัดใหญ่ อันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์หรือไม่?

โรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มคนทั่วไปอาจดูเหมือนไม่อันตราย แต่สำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์นั้นมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก โดยอาการเริ่มแรกอาจมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามร่างกายเหมือนไข้หวัดทั่วไป แต่สิ่งที่น่ากังวลคือคุณแม่มีโอกาสสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนทางปอดที่รุนแรง ซึ่งในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ การเจ็บป่วยในช่วงนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้เลย

นอกจากส่งผลต่อสุขภาพของคุณแม่โดยตรงแล้ว โรคไข้หวัดใหญ่ยังส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อทารกในครรภ์อีกด้วย โดยอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • การเสี่ยงต่อการแท้งบุตร
  • การคลอดก่อนกำหนด
  • หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือทารกเสียชีวิตในครรภ์

ด้วยเหตุนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงรณรงค์ให้คุณ แม่ท้องฉีดวัคซีน เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่มั่นคง ลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยผ่านช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

อายุครรภ์เท่าไหร่ แม่ท้องฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ได้?

การที่คุณ แม่ท้องฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เนื่องจากในขณะตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไข้หวัดใหญ่ได้สูงกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการตั้งครรภ์และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โดยวัคซีนที่ใช้นั้นเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย จึงมีความปลอดภัยสูงสำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย ช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรงได้อย่างมั่นใจ

สำหรับการสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้คุณ แม่ท้องฉีดวัคซีน เมื่อมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องตัวคุณแม่เองเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผ่านไปยังทารกในครรภ์ได้อีกด้วย ซึ่งจะเป็นเสมือนเกราะคุ้มกันสำคัญที่ช่วยปกป้องลูกน้อยหลังคลอดไม่ให้ป่วยจากโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วง 6 เดือนแรก ก่อนที่เด็กจะถึงเกณฑ์ที่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ด้วยตนเอง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ อันตรายกับคุณแม่และทารกในครรภ์หรือไม่?

คุณแม่หลายท่านอาจมีความกังวลใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีความปลอดภัยสูงมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ซึ่งไม่มีส่วนประกอบของเชื้อที่มีชีวิต ดังนั้นจึงไม่มีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อการตั้งครรภ์แต่อย่างใด คุณแม่จึงสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้อย่างสบายใจตามคำแนะนำของแพทย์

การที่คุณ แม่ท้องฉีดวัคซีน ไม่เพียงแต่เป็นการป้องกันการเจ็บป่วยทั่วไป แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจตามมาหลังจากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ซึ่งภาวะเหล่านี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของคุณแม่และเป็นอันตรายต่อทารกได้ การฉีดวัคซีนจึงถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างแข็งแรงจนถึงวันคลอด

การที่ แม่ท้องฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่และวัคซีนที่จำเป็น เช่น วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน เป็นการสร้างเกราะคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความเสี่ยงจากการป่วยรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต ทั้งการแท้งบุตรหรือการคลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อตายที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งควรฉีดเมื่ออายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เพื่อส่งต่อภูมิคุ้มกันไปปกป้องลูกน้อยต่อเนื่องไปจนถึงหลังคลอดในช่วง 6 เดือนแรก จึงถือเป็นการดูแลสุขภาพที่คุ้มค่าและดีต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างดีที่สุด

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ดีอย่างไร ใครบ้างที่ควรฉีด และต้องฉีดบ่อยแค่ไหน

วัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ในหญิงตั้งครรภ์ สำคัญแค่ไหน?

คนท้องฉีดวัคซีนโควิดได้ไหม ฉีดแล้วอันตรายหรือเปล่า ฉีดได้ตอนไหน

ที่มา : facebook, thaihealth, sikarin, synphaet, nakornthon,

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 

บทความโดย

Tulya