TAP top app download banner
theAsianparent
theAsianparent
คู่มือสินค้า
  • TAP Awards 2025
  • อยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการ
  • ลูก
  • ชีวิตครอบครัว
  • การศึกษา
  • ผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอ
  • คอมมูนิตี้
  • ชอปปิง
  • VIP
เข้าสู่ระบบ
    • บทความ
  • TAP Awards 2025TAP Awards 2025
  • อยากท้องอยากท้อง
  • แม่ท้อง แม่ให้นมแม่ท้อง แม่ให้นม
  • แม่ผ่าคลอดแม่ผ่าคลอด
  • หลังคลอดหลังคลอด
  • สุขภาพและโภชนาการสุขภาพและโภชนาการ
  • ลูกลูก
  • ชีวิตครอบครัวชีวิตครอบครัว
  • การศึกษาการศึกษา
  • ผู้หญิงผู้หญิง
  • ไลฟ์สไตล์ไลฟ์สไตล์
  • วิดีโอวิดีโอ
  • คอมมูนิตี้คอมมูนิตี้
  • ชอปปิงชอปปิง
  • VIPVIP
    • สังคมออนไลน์
  • โพล
  • ความจำ
  • อาหาร
  • สูตรอาหาร
  • หัวข้อ
  • อ่านบทความ
    • ติดตาม
  • ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์
  • ติดตามพััฒนาการของลูกน้อย
    • ของรางวัล
  • ของรางวัลของรางวัล
  • การประกวด
  • VIP ParentsVIP Parents
    • อื่นๆ
  • ผลตอบรับ

นโยบายความเป็นส่วนตัวกฎการใช้งานคอมมูนิตี้แผนผังเว็บไซต์

ดาวน์โหลดแอปฟรี

google play store
app store

แพ้ท้องหนักมาก แต่ลูกออกมาไอคิวสูง คุณแม่จะยอมไหม???

บทความ 3 นาที
แพ้ท้องหนักมาก แต่ลูกออกมาไอคิวสูง คุณแม่จะยอมไหม???

คุณแม่ที่กำลังท้องกำลังไส้ไม่มีใครหรอกค่ะ ที่จะชอบอาการแพ้ท้อง เพราะคลื่นไส้กับอาเจียนตอนเช้าๆ ไม่ได้เป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีเลย แต่ถ้าบอกว่าการที่คุณแม่มีอาการแบบนี้บ่งบอกว่าลูกจะเป็นเด็กฉลาด ทุกคนคงร้องกันเสียงหลง แบบนี้ก็ได้เหรอ

ยิ่งแพ้ท้องหนัก ลูกยิ่งฉลาด

ผลการศึกษาและเฝ้าสังเกตของโรงพยาบาลเด็กจากโตรอนโต เก็บข้อมูลจากผู้หญิงที่ตั้งครรภ์จำนวน 850,000 คน จาก 5 ประเทศ พบว่าผู้หญิง 85% ต้องทรมานกับอาการแพ้ท้องเหล่านี้ เนื่องจากอาการคลื่นไส้นั่นมากจากการที่ฮอร์โมนปล่อย โปรตีนเข้มข้นที่มาจากรกของลูก (Placenta) ส่วนใหญ่แล้วเป็น โกนาโดโทรปิน (gonadotropin) ซึ่งเป็นโทรปิกฮอร์โมน (tropic hormone) เป็นฮอร์โมนที่มีผลให้รังไข่ของคุณแม่สร้างฮอร์โมนืที่จำเป็นต่อการตั้งครรภ์ เช่น เอสโตเจนและโปรเจสเทอโรน ซึ่งหากสร้างมากเกินไปก็จะทำให้คุณแม่คลื่นไส้ได้ค่ะ

นอกจากนี้ยังพบว่าหากคุณแม่มีการอาเจียนบ่อยๆ ลูกในครรภ์ก็จะเป็นเด็กที่แข็งแรงกว่าปกติ ทั้งน้ำหนักและความยาว และอัตราการคลอดก่อนกำหนดก็จะลดลงด้วยค่ะ ส่วนคุณแม่ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักจำนวน 9.5% มีอัตราการคลอดก่อนกำหนด เทียบกับคุณแม่ 6.4% ที่เหลือจะมีอาการไม่สบายท้องหรือปวดท้องบ่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือมีอัตราการแท้งบุตรสูงถึง 3 เท่า ในคุณแม่ ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องเลย

shutterstock_260623829

ต่อมาเมื่อคุณแม่กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดคลอดลูกและเด็กๆ มีอายุที่พอจะวัดไอคิวได้ ทีมวิจัยก็ตามไปเก็บข้อมูลทดสอบไอคิวของเด็กๆ ก็พบว่าผลที่ออกมาคือ ยิ่งคุณแม่มีความรุนแรงของอาการแพ้ท้องมากเท่าไหร่ ลูกที่ออกมาก็จะยิ่งมีไอคิวที่สูงตามอาการแพ้ท้อง พัฒนาทางด้านภาษาดีกว่า และมีพฤติกรรมโดยรวมดีกว่าเด็กในกลุ่มอื่นค่ะ

6 เคล็ดลับ รับมืออาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง หรือ Morning Sickness เป็นอาการที่พบบ่อยในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ กว่า 80 % ของหญิงตั้งครรภ์มักจะมีอาการแพ้ท้อง โดยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ และอ่อนเพลียมากกว่าปกติ อาการแพ้ท้องมักจะมีอาการชัดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์ และมีอาการมากที่สุดประมาณช่วงสัปดาห์ที่ 8 – 10 ของการตั้งครรภ์ แต่อาการจะดีขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์มากกว่า 3 เดือน สาเหตุหลักของอาการแพ้ท้องมาจากการที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเอชซีจี (HCG – Human Chorionic gonadotropin) ที่รกสร้างสูงขึ้น คนท้องแต่ละคนก็จะมีอาการแพ้ท้องต่างกันไป บางคนแพ้ท้องตลอดการตั้งครรภ์ บางคนก็แทบจะไม่มีอาการแพ้ท้องเลย เรามี เคล็ดลับ รับมืออาการแพ้ท้อง มาฝากครับ

เคล็ดลับ รับมืออาการแพ้ท้อง

#1 กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยเปเปอร์มินท์

แม่ท้องมักจะมีความไวต่อกลิ่นต่างๆ ซึ่งกลิ่นบางกลิ่นก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้องได้ แต่กลิ่นหอมบางกลิ่นก็ช่วยลดอาการแพ้ท้องได้เช่นกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยเปเปอร์มินท์ โดยคุณอาจเติมน้ำมันหอมระเหยชนิดนี้ไว้ในห้องตอนกลางคืน เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็จะสามารถช่วยลดอาการแพ้ท้องได้

#2 ขิง

ขิง เป็นสมุนไพรที่ช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ มีสรรพคุณในการช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ ท้องผูก และอาการแสบร้อนได้เป็นอย่างดี คุณแม่สามารถดื่มน้ำขิงสดผสมกับชาเพื่อลดอาการแพ้ท้อง รวมทั้งสามารถนำไปผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น หรือชงดื่มร้อนๆก็ได้นะครับ

แพ้ท้อง กินน้ำขิง

#3 อย่าปล่อยให้ท้องว่าง

เมื่อมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน สิ่งสุดท้ายที่คุณมักจะนึกถึงก็คืออาหาร แต่อย่างไรก็ตาม หากแม่ท้องกินอาหารตามเวลาในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่อดอาหาร เมื่อในท้องมีอาหารก็จะช่วยต่อสู้กับอาการแพ้ท้องได้

หากปล่อยให้ท้องว่างก็จะทำให้คลื่นไส้มากกว่าเดิม ดังนั้นอาจจะหาขนมหรือขนมปังติดบ้านหรือติดตัวไว้เวลาหิว หรืออาจจะใช้วิธีเปลี่ยนจากการกินอาหารมื้อปกติสามมื้อ มาเป็นอาหารมื้อเล็กห้ามื้อดูก็ได้นะครับ

#4 ดื่มน้ำมากๆ

หญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้องควรดื่มน้ำมากๆ หรืออาจจะดื่มน้ำผลไม้ หรือนมเพิ่มไปก็ได้ ซึ่งของเหลวเหล่านี้จะช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ นอกจากนั้นการดื่มน้ำมากๆยังจะช่วยป้องกันอาการเหนื่อยล้า อาการบวม และอาการวิงเวียนศีรษะ อีกทั้งลูกน้อยในครรภ์ยังได้รับประโยชน์จากน้ำที่แม่ท้องดื่มเข้าไปด้วย เพราะน้ำจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นเข้าสู่เซลล์ ลำเลียงวิตามิน แร่ธาตุ และฮอร์โมนให้กับเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งจะส่งผ่านรกไปยังลูกในครรภ์ได้

ดื่มน้ำยังไงให้มีน้ำนม

#5 ฝึกสมาธิ

ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง หากแม่ท้องได้มีการนั่งสมาธิเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด ก็จะช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้บ้าง นอกจากนั้นยังเป็นการทำให้จิตใจซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกในท้องนะครับ

#6 นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

ยิ่งแม่ท้องมีอาการอ่อนเพลียมากเท่าไร  ก็จะยิ่งทำให้อาการแพ้ท้องยิ่งแย่ลงมากขึ้นเท่านั้น คุณควรฟังเสียงร่างกายของคุณ เพราะบางครั้งมันก็ส่งสัญญาณเพื่อจะบอกกับคุณว่า ถึงเวลาที่คุณควรนอนพักผ่อนบ้างได้แล้วล่ะ หากคุณมีงานคั่งค้างหรือมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย อย่างน้อยควรหาเวลาสั้นๆเพื่องีบหลับระหว่างวันก็พอช่วยได้อยู่บ้าง

หากคุณแม่ท่านใดมีเคล็ดลับ รับมืออาการแพ้ท้อง ที่ลองแล้วได้ผลดี ก็สามารถนำมาแชร์แลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับผู้อ่านท่านอื่นได้ทราบบ้างนะครับ

 

 

theAsianparent Community

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Follow us on:
facebook-logo instagram-logo tiktok-logo
ddc-calendar
เตรียมความพร้อมสำหรับลูกน้อย โดยใส่วันครบกำหนดคลอดของคุณ
หรือ
คำนวณวันครบกำหนดคลอด
img
บทความโดย

สิยาพัฐ บุญช่วย

  • หน้าแรก
  • /
  • เตรียมตัวเป็นผู้ปกครอง
  • /
  • แพ้ท้องหนักมาก แต่ลูกออกมาไอคิวสูง คุณแม่จะยอมไหม???
แชร์ :
  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

  • “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ
    บทความจากพันธมิตร

    “ของขวัญแห่งโอกาส” เพื่อลูกน้อยที่มีเพียงโอกาสเดียว: ทำความรู้จัก Cryoviva ธนาคารสเต็มเซลล์ มาตรฐานระดับโลกที่คุณพ่อคุณแม่ไว้วางใจ

  • เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก
    บทความจากพันธมิตร

    เริ่มเลย! สร้างลูกสมองดีได้ตั้งแต่ในครรภ์ พร้อมส่งต่อโภชนาการที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตของลูก

  • คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

    คนท้องดมยาดม อันตรายไหม

ฟีด

ฟีด

ติดตามอ่านบทความที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องครอบครัว ไลฟ์สไตล์ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ง่ายๆแค่ปลายนิ้ว

โพล

โพล

ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านโพลที่น่าสนใจ และติดตามผลโพลจากความเห็นของคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ

ความจำ

ความจำ

แชร์รูปของเจ้าตัวน้อยไว้ในที่ๆปลอดภัย

หัวข้อ

หัวข้อ

เข้าร่วมสังคมออนไลน์ของเราสิคะ

ติดตาม

ติดตาม

ติดตามพัฒนาการการตั้งครรภ์และพัฒนาการของลูกน้อยในแต่ละวัน

theAsianparent

ดาวน์โหลดแอปฟรี

Google PlayApp Store

จากคุณแม่รอบโลก

Singapore flag
Singapore
Thailand flag
Thailand
Indonesia flag
Indonesia
Philippines flag
Philippines
Malaysia flag
Malaysia
Vietnam flag
Vietnam

Partner Brands

Rumah123VIP ParentsMama's ChoiceTAP AwardsDBD Registered

© Copyright theAsianparent 2026 . All rights reserved

  • เกี่ยวกับเรา
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อกำหนดการใช้
  • แผนผังเว็บไซต์
  • เครื่องมือ
  • บทความ
  • ฟีด
  • โพล

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว

เราใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์คอนเทนต์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ. เรียนรู้เพิ่มเติมตกลง เข้าใจแล้ว