คุณสามีจะสังเกตเห็นได้ไหม?? ว่า "คุณภรรยาเปลี่ยนไป"

เมื่อคู่รักอยู่ด้วยกันนาน ๆ บางทีก็มีบ้างที่ไม่ค่อยใส่ใจ เมื่อเปลี่ยนเอาคนหน้าเหมือนมาสลับกับภรรยาตัวจริง ดูซิสามีจะสังเกตเห็นรึเปล่า?

คุณสามีจะสังเกตเห็นได้ไหม?? ว่า “คุณภรรยาเปลี่ยนไป”

คุณสามีจะสังเกตเห็นได้ไหม?? ว่า “คุณภรรยาเปลี่ยนไป”

เมื่อคู่รักอยู่ด้วยกันนาน ๆ บางทีก็มีบ้างที่ไม่ค่อยใส่ใจ วีดีโอนี้เปลี่ยนเอาคนหน้าเหมือนมาสลับกับภรรยาตัวจริง ดูซิว่า สามีจะสังเกตว่า คุณภรรยาเปลี่ยนไป ไหม

เมื่อภรรยา/สามีเปลี่ยนไป รับมือยังไงดี

เมื่อภรรยา/สามีเปลี่ยนไป รับมือยังไงดี อาจจะต้องดูกันอีกทีว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

เปลี่ยนแปลง หรือ เปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงของคู่รัก อาจจะเกิดจากแต่ละคนนั้นโตขึ้น ซึ่งจะเรียกความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ว่ามีการพัฒนาให้ดีขึ้น เเต่ถ้าเป็นเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แย่ลง เช่น เจ้าชู้ขึ้น ไม่ยอมช่วยทำงานบ้าน ไม่ยอมช่วยเลี้ยงลูก หรือไม่ยอมเติมความรักให้กันอีกต่อไป อาจจะเป็นสัญญาณรอวันที่ชีวิตคู่นั้นล้มสลายได้ค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้คนเปลี่ยน

  • อายุมากขึ้น โตขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น มองการณ์ไกลขึ้น ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในแง่ที่ดีขึ้น
  • เติบโตด้านหน้าที่การงาน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากหน้าที่การงานเป็นสำคัญ ก็อาจจะทำให้เปลี่ยนแปลงด้านไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว และการเลือกใช้ของต่างๆ
  • ภาระที่มากขึ้น ทำให้ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ก็อาจจะเปลี่ยนไปแบบที่เริ่มเก็บออมเงินมากขึ้น มีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น
  • เจอคนใหม่ มีการปันใจไปให้คนใหม่ เปลี่ยนไปแบบที่แย่ลง เช่น จากที่เทียวรับเทียวส่งก็ให้ไปเอง จากที่เคยทำกับข้ามให้กิน ก็ปล่อยให้กินคนเดียว จากที่เคยบอกรัก ก็ไม่เคยได้ยินคำว่ารักจากปากอีก
  • หมดรัก ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็เเล้วเเต่ที่ทำให้คนหมดรักต่อกัน เเน่นอนว่าพฤติกรรมแและการกระทำย่อมเปลี่ยนไป จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกได้

วิธีรับมือหากคนข้างกายเปลี่ยนไป

สามีจะสังเกตเห็ นมั้ยเมื่อภรรยาเปลี่ยนไป

การรับมือกับปัญหาที่เกิดจากการครองเรือนนั้น เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ที่สำคัญมันคือสิ่งที่ทุกคนตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่ายุคสมัยไหน ก็เจอด้วยกันทั้งนั้นค่ะ

1. เปิดอกพูดคุย

การเปิดอกพูดคุยกันนั้นเป็นการเคลียร์ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายให้ชัดเจน โดยที่อาจจะเริ่มบทสนทนาด้วยการบอกว่า ตัวเองรู้สึกยังไง คิดว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปยังไง และนั่นทำให้คุณรู้สึกยังไง จากนั้นอาจจะถามไถ่อีกฝ่ายว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีความเครียดหรือการเปลี่ยนแปลงอะไร หรือมีปัญหาอะไร ต้องการการช่วยเหลือยังไงบ้าง

เพราะยังไงๆ การคุยกันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงนั้น ไม่เคยเป็นวิธีที่ไม่ได้ผลค่ะ ปัจจัยที่ทำให้วิธีนี้ไม่ได้ผลอาจจะเป็นการที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดความจริงหรือโกหกค่ะ

2. สำรวจว่าอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

เช่น นิสัยใจคอ พฤติกรรม นิสัยการใช้เงิน สิ่งเหล่านี้นั้นจะเป็นแนวทางให้คุณรู้ว่า คนข้างกายนั้นเปลี่ยนไปเพราะอะไร และสิ่งที่ทำให้เปลี่ยนไปคืออะไร

สามีจะสั งเกตเห็นมั้ยเมื่อภรรยาเปลี่ยนไป

3. สำรวจตัวเอง

ก่อนที่จะคิดว่าสามีหรือภรรยาของเราเปลี่ยนไป ควรสำรวจตัวเองก่อนว่า คุณเองน่ะเเหละที่เปลี่ยนไปหรือมีการเปลี่ยนเเปลงอะไรบ้าง เช่น บางคนพอท้องก็เริ่มมีนิสัยวีนเหวี่ยงที่มากขึ้น หรือบางคนเครียดจากหน้าที่การงานก็อาจจะทำให้หงุดหงิดง่ายขึ้น หรือบางคนพอได้เลื่อนตำแหน่งหรือเป็นเจ้าของกิจการก็อาจจะมีอีโก้ที่เพิ่มขึ้น

การสำรวจตัวเองจะทำให้คุณรู้ด้วยว่า เรารึเปล่า ที่เป็นต้นเหตุทำให้อีกฝ่ายมีความเปลี่ยนแปลงไป

4. ผลลัพธ์นั้นดีหรือไม่ดี

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ส่งผลดีหรือไม่ดีต่อครอบครัว อาจจะทำเป็นลิสต์เอาไว้ก็ได้ค่ะ เช่น ผลดี ดียังไงบ้าง 1 2 3 4 ผลเสีย เสียอะไรบ้าง 1 2 3 4

5. จูงมือกันไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณทั้งคู่ลองปรับลองเปลี่ยนเพื่อที่จะเเก้ไขเเล้วยังไม่ได้ผล บางทีการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ อย่างจิตเเพทย์หรือที่ปรึกษาชีวิตคู่ ก็อาจจะทำให้คุณทั้งคู่เจอทางออกของปัญหาที่ได้ผลจริงจังก็ได้ค่ะ

คุณอาจจะคิดมาเป็นสัปดาห์ ๆ หรือเป็นเดือน ๆ แล้ว เกี่ยวกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในชีวิตแต่งงาน ก่อนนี้คุณเคยรู้สึกว่านิสัยประหลาด ๆ ของสามีช่างแสนจะน่ารัก แต่ตอนนี้นิสัยพวกนั้นสุดจะน่ารำคาญเสียจนคุณแทบจะทนไม่ไหว การอยากจะเปลี่ยนนิสัยคุณสามีเป็นเรื่องเสี่ยงเอาการ ถ้าเกิดว่าคุณพยายามเปลี่ยนเขาอย่างโฉ่งฉ่างและไม่ถูกที่ถูกเวลา มันอาจเป็นชนวนให้คุณทะเลาะและพยายามเอาชนะคะคานกัน หรือแย่ไปกว่านั้น อาจถึงขั้นหย่าร้างกันก็ได้

ส่วนใหญ่เราจะคิดกันว่า เรารู้จักคนที่เราแต่งงานด้วยเป็นอย่างดี แน่นอนค่ะว่า เรารู้ว่าแฟนเรามีนิสัยประหลาด ๆ ยังไง หรือมีข้อบกพร่องอะไรบ้าง แต่เรามักจะคิดเสมอว่าเดี๋ยวพอแต่งงานกันไปก็จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือเลิกนิสัยพวกนั้นได้ทันที แย่หน่อยนะคะที่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด คนเราไม่เปลี่ยนแปลงกันง่าย ๆ และถ้าหากจะเปลี่ยนขึ้นมาจริง ๆ ก็เป็นเพราะเขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่เพราะคนอื่นต้องการให้เขาเปลี่ยน

เริ่มเปลี่ยนแปลงคุณสามี
คุณจะเปลี่ยนเขาได้สำเร็จก็ต่อเมื่อคุณจำให้ขึ้นใจเลยว่า สิ่งสำคัญคือ อย่าบ่น การบ่นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เขาจะหงุดหงิดรำคาญใจ แถมอาจจะรู้สึกแย่ เอียน เบื่อหน่ายคุณขึ้นมาด้วย จำไว้นะคะว่า ในชีวิตแต่งงาน คุณทั้งสองคนจะต้องจูงมือกันไป การจะกระตุ้นให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง คุณก็จะต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเช่นกัน อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะลงมือทำอะไร ถามตัวเองก่อน ว่าทำไมคุณถึงต้องการให้สามีเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้านล่างนี้เป็นคำแนะนำว่าคุณจะต้องทำอะไรและจะเริ่มอย่างไร

สามีจะสั งเกตเห็นมั้ยเมื่อภรรยาเปลี่ยนไป

คุณมักจะมีความรู้สึกอยู่เสมอ ๆ ว่าอยากให้สามีเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยเฉพาะเวลาที่คุณรู้สึกเครียดและกดดันจนแทบอยากจะกรี๊ด แถมคุณสามียังทำให้ทุกสิ่งอย่างเลวร้ายลงไปอีกหรือเปล่าคะ พยายามอย่าทำอย่างนั้นนะคะ แต่ให้คุณกำหนดสติและพิจารณาว่าอารมณ์หรือสิ่งที่คุณพบเจอมาในวันนั้น ๆ มีผลต่อความรู้สึกที่คุณมีต่อสามีอย่างไร ความรู้สึกอยากจะให้เขาเปลี่ยนยังคงมีอยู่เหมือนเดิมในวันที่คุณอารมณ์ดีไม่มีเรื่องชวนปวดหัวหรือเปล่า จำเป็นจะต้องแยกแยะให้ได้นะคะว่าเป็นแบบไหน เพราะคุณอาจรู้สึกขมขื่นใจหรือไม่มีความสุขในวันที่คุณรู้สึกหดหู่ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับคู่สามีภรรยาทุกคู่แหละค่ะ

คุยกัน
คุณเคยลองคุยเรื่องนี้กับสามีหรือยังคะ อย่าลืมนะคะว่า สามีคุณไม่สามารถจะอ่านความรู้สึกนึกคิดของคุณได้ เขาอาจจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าคุณมีอะไรที่ไม่ชอบใจอยู่ เพียงแต่คุณยังไม่เคยพูดออกมา คุยกับสามีแบบเปิดอกโดยไม่ต้องไปออกอาการบังคับหรือเกรี้ยวกราดหยาบคาย คุณไม่รู้หรอกค่ะว่า เขาอาจจะเต็มใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเมื่อได้รู้ โดยที่คุณไม่ต้องไปวางแผนอะไรเลยก็ได้

เอาละค่ะ ถ้าสมมติว่าข้อแนะนำข้างต้นไม่ได้ผล เคล็ดลับต่อไปนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงสามีได้ โดยที่คุณไม่ต้องกลายเป็นภรรยาแสนร้ายกาจ

หวานเป็นพิเศษ
การปรับพฤติกรรมสามีไม่ใช่สิ่งเลวร้าย โดยเฉพาะเวลาที่คุณปรับด้วยพฤติกรรมที่หวานเป็นพิเศษของคุณ ถ้าอยากให้สามีทำอะไรให้ อย่าลืมขอร้องเขาโดยใช้วิธีการน่ารัก ๆ เช่น จูบเขาก่อนหรือนวดให้ เมื่อเขาโอนอ่อนไปกับคุณ เขาก็จะยินดีทำทุกสิ่งที่คุณขอ

คุณมักจะมีความรู้สึกอยู่เสมอ ๆ ว่าอยากให้สามีเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ชื่นชมความสามารถ
คุณอยากให้เขาช่วยทำงานในบ้านมาตลอดหรือเปล่าคะ คุณอาจจะต้องปัดฝุ่นทักษะการชื่นชมยกยอผู้อื่นสักหน่อย งานนี้ ถ้าเกิดว่าคุณเคยไปดูถูกทักษะแบบแมน ๆ ทั้งหลายของสามีไว้ละก็ เขาอาจจะไม่อยากช่วยคุณอีกแล้ว ให้โอกาสสามีได้แสดงความสามารถด้วยการทำให้เขาเห็นว่าคุณชื่นชมและรู้สึกขอบคุณเขา ทุกครั้งที่คุณต้องการเปิดฝากระปุกอะไรสักอย่าง ชมเขาไปเลยค่ะว่าเขาออกจะแข็งแรงและก็มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่เปิดฝาให้คุณได้ ถ้าคุณอยากจะให้เขาซ่อมก๊อกน้ำในครัว ขอให้เขาช่วยโดยบอกว่า “ฉันว่าจะโทรเรียกช่างนะคะ แต่ฉันคิดว่าคุณน่าจะทำได้ดีกว่า” อย่ายอมากเกินไปนะคะ ไม่อย่างนั้นคุณสามีอาจจะรู้สึกว่าคุณกำลังล่อหลอกใช้ให้เขาทำอะไรต่อมิอะไร แสดงให้สามีเห็นด้วยค่ะว่าคุณชื่นชมเขาอย่างจริงใจ

The Asianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพและสังคมคุณแม่ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และในเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น The Asianparent ที่ติดตามการตั้งครรภ์ ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งานฟรี เพื่อติดตามพัฒนาการของทารก ตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุด และผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ยังมีไลฟ์สไตล์ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก The Asianparent เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่า “พ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง”

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

หนังสั้น: ความรักของพ่อแม่ย่อมยิ่งใหญ่เสมอ

สัญชาตญาณความเป็นแม่ส่งผลต่อสมองอย่างไร?

7 วิธีจัดการ ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน ตกอยู่ในสถานะคลุมเครือ จัดการยังไง?

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team