วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ฉีดตอนกี่เดือน อัปเดตล่าสุด 2569
วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ต้องฉีดตอนกี่เดือน พร้อมตารางวัคซีนคนท้องอัปเดตใหม่ล่าสุด 2569 อ้างอิงจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ
เมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะมีเจ้าตัวน้อย หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่คุณแม่มักจะสงสัยและถามกันอยู่เสมอก็คือ “วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง” และ “ต้องฉีดตอนกี่เดือน”?
วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และอัปเดตใหม่ล่าสุดจาก “แนวทางเวชปฏิบัติ การให้วัคซีนในสตรีตั้งครรภ์ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2569” มาฝากคุณแม่ทุกคนแล้วค่ะ ขอบอกเลยว่าปีนี้มี “การอัปเดตครั้งใหญ่” ที่แม่ท้องทุกคนต้องรู้! พร้อมสร้างความมั่นใจให้คุณแม่เดินเข้าคลินิกหรือโรงพยาบาลฝากครรภ์ได้อย่างสบายใจไร้กังวลค่ะ
สารบัญ
ทำไมคนท้องต้องฉีดวัคซีน?
ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าค่ะว่าทำไมการฉีดวัคซีนถึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับแม่ท้อง
ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนช่วงปกติ คุณแม่จึงมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยและติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่ายกว่าปกติค่ะ ซึ่งการติดเชื้อบางชนิดไม่เพียงแต่ทำให้คุณแม่ป่วยหนัก แต่อาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นทำให้แท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อย หรือเกิดความพิการแต่กำเนิดได้เลยนะคะ
แต่ข่าวดีก็คือ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนในขณะตั้งครรภ์นั้นคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากค่ะ! เพราะนอกจากวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและลดความรุนแรงของโรคในตัวคุณแม่เองแล้ว ภูมิคุ้มกัน (Antibody) ที่ร่างกายของคุณแม่สร้างขึ้น ยังสามารถ “ส่งผ่าน” ไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ได้อีกด้วย ทำให้ลูกน้อยมีเกราะป้องกันโรคติดเชื้อที่สำคัญในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่ระบบภูมิคุ้มกันของเขายังทำงานไม่สมบูรณ์ และยังเล็กเกินกว่าที่จะรับวัคซีนบางชนิดได้ด้วยตัวเองนั่นเองค่ะ เรียกว่าเจ็บตัวครั้งเดียว แต่ได้ปกป้องถึงสองชีวิตเลยทีเดียว!
เช็กลิสต์สำคัญ: วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง ที่ “ต้องฉีด” (อัปเดต 2569)
ตามคำแนะนำล่าสุดของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย (RTCOG) วัคซีนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับ มีอยู่ 3 ชนิดหลักๆ ดังนี้ค่ะ
-
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine)
- ทำไมต้องฉีด: โรคไข้หวัดใหญ่อาจฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับแม่ท้องแล้ว มันสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลได้เลยนะคะ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่จะช่วยลดความรุนแรงของโรคในคุณแม่ และผลพลอยได้คือช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ในทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 6 เดือนได้ด้วยค่ะ
- ฉีดตอนกี่เดือน: สามารถฉีดได้ 1 เข็ม ใน “ทุกช่วงอายุครรภ์” เลยค่ะ แต่ช่วงอายุครรภ์ที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อย คือช่วง 12 – 20 สัปดาห์ (กรณีคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด เบาหวาน หรือมีการระบาด คุณหมออาจพิจารณาให้ฉีดก่อน 12 สัปดาห์ได้ค่ะ)
-
วัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (Tdap หรือ TdaP)
- ทำไมต้องฉีด: วัคซีนเข็มนี้คุ้มมากๆ ค่ะ เพราะป้องกันได้ถึง 3 โรค โดยวัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันโรคบาดทะยักในทารกแรกเกิด และป้องกันโรคไอกรนในทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน (โรคไอกรนอันตรายมากสำหรับเด็กทารก)
- ฉีดตอนกี่เดือน: แนะนำให้ฉีดวัคซีนรวมคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน 1 เข็ม ในช่วงอายุครรภ์ 20 – 32 สัปดาห์ ค่ะ (แต่ถ้าคุณแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนบาดทะยักมาก่อนเลยในชีวิต หรือฉีดมาน้อยกว่า 3 เข็ม คุณหมออาจพิจารณาให้ฉีดตั้งแต่ 1-3 เข็ม ขึ้นอยู่กับประวัติการรับวัคซีนในอดีตของคุณแม่นะคะ)
-
วัคซีนอาร์เอสวี (RSV Vaccine) วัคซีนใหม่ล่าสุดที่แนะนำ!
- ทำไมต้องฉีด: นี่คือการอัปเดตใหม่ล่าสุดในปี 2569 ค่ะ! ไวรัส RSV เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่รุนแรงในเด็กเล็ก การฉีดวัคซีน RSV (ชนิด bivalent RSV Pre-F) ในขณะตั้งครรภ์ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันส่งผ่านไปลดความรุนแรงของการติดเชื้อ RSV ในทารกช่วงอายุไม่เกิน 6 เดือนแรกได้ดีมากๆ ค่ะ
- ฉีดตอนกี่เดือน: แนะนำให้ฉีด 1 เข็ม ในช่วงอายุครรภ์ 24 – 36 สัปดาห์ (แต่จะได้ประโยชน์สูงสุดถ้าฉีดช่วง 28 – 32 สัปดาห์) และควรฉีดก่อนคลอดอย่างน้อย 15 วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำหนดคลอดของลูกน้อยอยู่ในช่วงฤดูระบาดของ RSV ในไทย (เดือนกรกฎาคม – พฤศจิกายน) ค่ะ

วัคซีนในกรณีพิเศษ (ฉีดเมื่อมีความเสี่ยง)
นอกจากวัคซีนภาคบังคับ 3 ตัวด้านบนแล้ว ยังมีวัคซีนบางชนิดที่คุณหมอจะพิจารณาฉีดให้ “เฉพาะกรณีที่คุณแม่มีความเสี่ยง” เท่านั้นค่ะ
-
วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies Vaccine)
หากคุณแม่โชคร้ายถูกสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล (Post-exposure) คุณแม่สามารถฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าได้ใน “ทุกช่วงของการตั้งครรภ์” เลยนะคะ ไม่ต้องกังวล เป็นการฉีดวัคซีนที่ปลอดภัยและจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่ค่ะ โดยจะฉีด 4-5 เข็มตามแต่ดุลยพินิจของแพทย์
-
วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Vaccine)
สำหรับคุณแม่ที่ไม่มีม้าม ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดสูง (เช่น แสวงบุญที่ซาอุดีอาระเบีย หรือทวีปแอฟริกา)
-
วัคซีนอื่นๆ
เช่น วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนตับอักเสบบี และวัคซีนนิวโมคอคคัส (ป้องกันปอดอักเสบ) คุณหมอจะพิจารณาฉีดให้ในกรณีที่คุณแม่มีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงเฉพาะบุคคลค่ะ
ข้อควรระวัง: วัคซีนที่ “ห้ามฉีด” และ “ไม่แนะนำ” สำหรับคนท้อง (อัปเดตล่าสุด)
คุณแม่ต้องจดลิสต์นี้ไว้ให้ดีเลยค่ะ ว่าวัคซีนชนิดไหนที่คุณหมอขอเบรก ห้ามฉีดเด็ดขาด!
-
วัคซีนที่ “ไม่แนะนำ” ในขณะตั้งครรภ์
- วัคซีนโควิด-19 (COVID-19 Vaccine): อัปเดตใหม่! ปัจจุบันแนวทางปี 2569 ไม่แนะนำ ให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในสตรีตั้งครรภ์แล้วนะคะ เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรง มักไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และมีรายงานปัญหาด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ด้วยค่ะ
- วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV Vaccine): หากตั้งครรภ์ ให้หยุดฉีดเข็มต่อไปไว้ก่อน และค่อยกลับมาฉีดต่อให้ครบหลังคลอดนะคะ
-
วัคซีนที่ “ห้ามใช้” ในขณะตั้งครรภ์ (วัคซีนชนิดเชื้อเป็น – Live-attenuated viral vaccine)
เนื่องจากวัคซีนในกลุ่มนี้มีส่วนประกอบของเชื้อโรคที่ยังมีชีวิต จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อในทารกในครรภ์ได้ค่ะ ได้แก่:
- วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม (MMR)
- วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella)
- วัคซีนไข้เลือดออก (Dengue) (หมายเหตุ: แต่ถ้าคุณแม่เผลอไปฉีดวัคซีนเหล่านี้มาโดยที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ ทางการแพทย์ไม่ได้ถือเป็นข้อบ่งชี้ว่าต้องยุติการตั้งครรภ์นะคะ ให้รีบปรึกษาคุณหมอสูติฯ ทันทีค่ะ)
มีข้อยกเว้นเพียงวัคซีนไข้เหลือง (Yellow fever) ที่อาจพิจารณาฉีดได้ หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ระบาดจริงๆ ซึ่งถือว่าประโยชน์มีมากกว่าความเสี่ยงค่ะ
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคุณแม่
เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ อย่าลืมพก สมุดบันทึกการรับวัคซีน (สมุดสีชมพู) ของตัวเองไปให้คุณหมอประเมินด้วยนะคะ คุณหมอจะได้วางแผนทำ “ตารางวัคซีนคนท้อง” ให้คุณแม่ได้อย่างเหมาะสม หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติแพ้ยา แพ้วัคซีน ก็ต้องแจ้งให้คุณหมอทราบอย่างละเอียดด้วยค่ะ
นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนหลายชนิดพร้อมกันในวันเดียวสามารถทำได้นะคะ โดยคุณหมอจะฉีดให้ที่แขนคนละข้าง หรือฉีดแขนข้างเดียวกันแต่ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้วไม้บรรทัดค่ะ
หวังว่าบทความนี้จะตอบข้อสงสัยให้คุณแม่เคลียร์ชัดแล้วนะคะว่า วัคซีนคนท้อง มีอะไรบ้าง อย่าลืมไปฉีดวัคซีนตามที่คุณหมอนัดกันให้ครบถ้วนนะคะ ขอให้คุณแม่และเจ้าตัวน้อยในพุงแข็งแรง ปลอดภัย คลอดง่ายๆ ทุกคนเลยค่ะ

ที่มา: ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
เตือนแม่ท้อง! สารเคมีตลอดกาล (PFAS) ภัยเงียบทำลายพัฒนาการทารกในครรภ์
หน้าร้อนต้องระวัง! วิจัยเผย อากาศร้อนเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด
กินไข่ตอนท้อง วันละกี่ฟอง? ช่วยลูกสมองดี เรียนรู้ไว พัฒนาการดีเยี่ยม