ลูกติดจอเสี่ยง Tech Neck Syndrome ภาวะปวดคอ บ่า ไหล่ จากการก้มเล่นมือถือนานเกินไป

คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้! อาการปวดคอจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี หรือ Tech Neck Syndrome ในเด็กคืออะไร? พร้อมเช็กสัญญาณเตือนและวิธีปรับพฤติกรรม

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ในยุคที่แท็บเล็ตและมือถือกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของลูกน้อย ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเรียนออนไลน์ ทำการบ้าน หรือพักผ่อนดูการ์ตูน สิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้คือปัญหาสุขภาพที่เรียกว่า Tech Neck Syndrome ค่ะ พ่อแม่หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นลูกบ่นปวดคอ บ่า ไหล่ หรือมีลักษณะเดินห่อไหล่ หัวยื่นไปข้างหน้า ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะหากปล่อยไว้เรื้อรังอาจส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพและพัฒนาการทางร่างกายของเด็กในระยะยาวได้

Tech Neck Syndrome คืออะไร?

Tech Neck Syndrome (หรือ Text Neck) คือกลุ่มอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังส่วนคอ ที่เกิดจากการก้มศีรษะลงเพื่อมองหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเวลานานเกินไป โดยปกติแล้วศีรษะของคนเรามีน้ำหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม แต่เมื่อเราก้มทำมุม 60 องศาเพื่อมองจอ แรงกดทับที่กระดูกคอจะเพิ่มขึ้นมหาศาลเสมือนมีน้ำหนักกว่า 27 กิโลกรัมมากดทับอยู่! สำหรับเด็กที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต แรงกดทับซ้ำๆ นี้จะทำให้กล้ามเนื้อเสียสมดุลและกระดูกสันหลังผิดรูปได้ค่ะ

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง

อาการปวดคอจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี มักจะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย พ่อแม่ควรสังเกตสัญญาณเหล่านี้:

  • อาการปวดและตึง: ลูกบ่นปวดบริเวณลำคอ ท้ายทอย หรือสะบักบ่อยๆ หลังเล่นเกมหรือทำการบ้าน
  • สรีระเปลี่ยนไป: ไหล่ห่อ ตัวค่อม หรือศีรษะยื่นไปข้างหน้าอย่างเห็นได้ชัด
  • ปวดหัวเรื้อรัง: มักเกิดจากกล้ามเนื้อคอตึงตัวจนส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวตึ้บๆ บริเวณขมับหรือท้ายทอย
  • อาการชาหรืออ่อนแรง: ในรายที่เป็นรุนแรง อาจมีอาการชาลามลงไปที่แขนหรือมือได้

ทำไมเด็กยุคนี้ถึงเสี่ยงมากกว่าเดิม?

ในสมัยก่อน เด็กๆ มักจะนั่งเรียนที่โรงเรียนแล้วกลับมาวิ่งเล่นนอกบ้าน แต่ปัจจุบันพฤติกรรมเปลี่ยนไป เด็กตั้งแต่วัยหัดเดินจนถึงวัยรุ่นใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้น ตั้งแต่แท็บเล็ตสำหรับเรียนไปจนถึงเครื่องเกมคอนโซลในยามว่าง การอยู่ในท่าเดิมซ้ำๆ ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ที่ขาดการเคลื่อนไหว ยิ่งทำให้ความเสี่ยงต่อ อาการปวดคอจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี พุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัวค่ะ

 

5 เคล็ดลับตัดวงจร Tech Neck เพื่อลูกรัก

การจะสั่งให้ลูกเลิกใช้เทคโนโลยีถาวรคงเป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกัน อาการปวดคอจากการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยี ได้ดังนี้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา
  • ปรับระดับสายตา: ไม่ว่าจะใช้แล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต ควรวางอุปกรณ์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี เพื่อไม่ให้ลูกต้องก้มคอ หากใช้โน้ตบุ๊ก แนะนำให้หาแท่นวางหรือต่อคีย์บอร์ดแยก เพื่อให้หน้าจอสูงขึ้น
  • กฎ 30 นาทีต้องขยับ: กระตุ้นให้ลูกลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายทุกๆ 30 นาที การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ จะช่วยลดแรงกดทับของเนื้อเยื่อที่ถูกดึงรั้งจากการก้ม
  • จัดมุมทำการบ้านให้ถูกหลัก: เลือกเก้าอี้ที่มีพนักพิงรองรับส่วนโค้งของหลัง และโต๊ะที่มีความสูงพอดี ให้ลูกสามารถวางเท้าขนานกับพื้นและแขนวางขนานกับโต๊ะได้
  • ยืดกล้ามเนื้อง่ายๆ ระหว่างวัน:
    • ท่าเอียงคอ: ค่อยๆ เอียงหูไปหาไหล่ทีละข้าง ค้างไว้ 15 วินาที
    • ท่าเปิดอก: ประสานมือด้านหลังแล้วยืดแขนขึ้น เพื่อเปิดช่วงหัวไหล่ที่มักจะห่อเข้า
    • ท่าหมุนไหล่: หมุนวนไปข้างหน้าและข้างหลังเพื่อคลายความเครียดสะสม
  • จำกัดเวลาหน้าจอ:
    • วัยต่ำกว่า 1 ปี: “งดหน้าจอ เน้นสร้างสายใย” สำหรับวัยแบเบาะ ไม่ควรให้ใช้หน้าจอเลยค่ะ ลองเปลี่ยนจากการให้ลูกดูจอ มาเป็นการเล่านิทานหรือร้องเพลงให้ลูกฟังแทน เพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการและสร้างความผูกพันที่ดีต่อกัน
    • วัย 1-2 ปี: “เน้นการเล่นและการสื่อสาร” ไม่ควรให้เด็กใช้หน้าจอ ข้อยกเว้น สำหรับเด็กวัย 2 ปี หากจำเป็นต้องใช้หน้าจอ ไม่ควรเกิน 60 นาทีต่อวัน
    • วัย 3-4 ปี: “เสริมทักษะผ่านการเล่นที่ซับซ้อน” ไม่ควรใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเกิน 60 นาทีต่อวัน
    • วัย 5 ปีขึ้นไป: “ค้นหาความชอบผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย” ใช้หน้าจอได้ ไม่เกิน 120 นาทีต่อวัน

 

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพ?

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วลูกยังมีอาการปวดเรื้อรัง การปรึกษานักกายภาพบำบัดเป็นทางออกที่ดีค่ะ ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินโครงสร้างสรีระ ออกกำลังกายเฉพาะจุดเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคอและหลัง รวมถึงใช้เทคนิคการรักษาเพื่อลดความปวดและแก้ไขท่าทางให้กลับมาสมดุลอีกครั้ง

การป้องกัน Tech Neck เริ่มต้นได้ที่บ้าน เพียงแค่ปรับท่านั่ง และใส่ใจเรื่องเวลาหน้าจอ เราก็ช่วยให้ลูกเติบโตอย่างสมาร์ท สุขภาพดี ไกลห่างจากปัญหาด้านบุคลิกภาพและพัฒนาการทางร่างกายได้แล้วค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

คลิปสั้น…แต่ปัญหายาว! ทำไม การไถหน้าจอก่อนนอน ถึงทำลายสมอง และคุณภาพการนอนของลูกน้อย?

พัฒนาการเด็ก Gen Alpha – Beta เสี่ยงล่าช้า พ่วงภาวะ “ออทิสติกเทียม” เพราะหน้าจอทำพิษ

ลูกพร้อมจะมีมือถือหรือยัง? ผู้เชี่ยวชาญแนะ เช็กลิสต์ 5 ข้อ พ่อแม่ต้องดูอะไรบ้าง?

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ที่มา : North West Phisiotherypy , The Royal Orthopaedic Hospital , คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล