ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไร

คุณไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงคลอดลูก ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถคลอดลูกได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนกับแม่และเด็ก แต่บางส่วนก็พบกับภาวะทารกเครียดในระหว่างคลอดซึ่งก็พบไม่บ่อยมากนัก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

การคลอดส่วนใหญ่ปลอดภัยหายห่วงค่ะ แต่ก็มีคุณแม่บางส่วนที่อาจต้องเจอกับ ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด (Fetal Distress) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการดูแลทันที คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร ติดตามได้จากบทความนี้

 

ภาวะทารกเครียด คืออะไร

Fetal Distress หรือ ภาวะทารกเครียดในครรภ์ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกถึง ภาวะที่ลูกน้อยในท้องของเรากำลังรู้สึกไม่สบายตัว เพราะได้รับออกซิเจนไม่พอนั่นเองค่ะ

ซึ่งภาวะนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่คุณหมอจะต้องรีบเข้าไปดูแลเเพราะถ้าลูกขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน อาจทำให้ทารกในครรภ์เกิดความพิการทางสมอง หรือรุนแรงถึงชีวิตได้

 

ความเครียดของทารกในครรภ์ มีกี่ประเภท

สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.ความเครียดเฉียบพลัน

คือ การเกิดปัญหาอย่างกะทันหัน ส่วนมากเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุของคุณแม่ เช่นการลื่นล้ม หรือเกิดการกระแทกรุนแรงบริเวณครรภ์ ซึ่งแรงกระทบกระเทือนเหล่านี้จะส่งผลให้รกเกิดการลอกตัว ทำให้ทารกในครรภ์ขาดอากาศ ในรายที่เกิดการกระแทกรุนแรง อาจส่งผลทำให้ทารกจะขาดอากาศและเสียชีวิตได้

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

2.ความเครียดเรื้อรัง

สาเหตุมักเกิดจากสุขภาพร่างกายของคุณแม่เป็นหลัก เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์ป่วยด้วยโรคที่ทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ อาทิเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจาง เป็นต้น อาการเหล่านี้ก็ทำให้สารส่งสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงทารกในครรภ์ทำได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดความเครียดเรื้อรัง ส่งผลให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการช้า ไม่แข็งแรง และอาจสูญเสียการตั้งครรภ์ได้

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร

 

สาเหตุของภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

สาเหตุมีได้หลายอย่างเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับร่างกายของคุณแม่ หรือปัญหาที่ตัวลูก/รก/สายสะดือ

  • ฝั่งคุณแม่: เช่น คุณแม่มีความดันโลหิตสูง (ครรภ์เป็นพิษ) เป็นเบาหวาน เจ็บท้องคลอดนานมาก ๆ หรือมดลูกบีบตัวถี่เกินไป (อาจจากยาเร่งคลอด)
    • ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะเกี่ยวเนื่องกับความดันโลหิตสูงระหว่า
    • ตั้งครรภ์
    • ภาวะเบาหวานตอนตั้งครรภ์
    • การตั้งครรภ์ที่เจ็บท้องคลอดที่นานกว่าปกติร่วมกับอาการรัดตัวของมดลูกอย่างรวดเร็ว
    • แม่ท้องที่ได้รับยากระตุ้นการบีบตัวของมดลูกมากเกินไป ทำให้เส้นเลือดมดลูกหดตัว ส่งผลให้ขาดเลือดไปเลี้ยงรกและทารกในครรภ์เป็นเวลานาน
    • เมื่ออายุครรภ์เกินกำหนดหรือแม่มีอายุเกิน 35 ปี
    • ฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ใช้ระหว่างคลอด เช่น ออกซิโตซิน ฮอร์โมนเหล่านี้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงภาวะการเต้นของหัวใจของเด็กในครรภ์
  • ฝั่งลูกน้อย: เช่น น้ำคร่ำน้อยเกินไป สายสะดือถูกกดทับ เช่น สายสะดือพันคอ หรือย้อยออกมา หรือรกทำงานได้ไม่ดี

จะทราบได้อย่างไรว่าทารกเครียดระหว่างคลอด

เมื่อคุณแม่ไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอและพยาบาลจะมีเครื่องมือที่เรียกว่า EFM หรือ NST (ที่แม่ ๆ ชอบเรียกกันว่า “ติดเครื่องดูลูกดิ้น”) มาติดที่หน้าท้องของแม่ค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เครื่องนี้จะช่วยให้คุณหมอ:

  • ฟังเสียงหัวใจลูก: ว่าเต้นเร็วไป ช้าไป (< 110 หรือ > 160 ครั้ง/นาที) หรือมีรูปแบบการเต้นที่ผิดปกติหรือเปล่า
  • ดูการบีบตัวของมดลูก: ว่าสัมพันธ์กับการเต้นของหัวใจลูกยังไง
  • ดูว่ามีขี้เทาปนในน้ำคร่ำไหม: (ตอนที่น้ำเดินแล้ว) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าลูกเคยไม่สบายตัวมาก่อน

การตรวจอื่น ๆ เพื่อตรวจหาภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

  • ขี้เทาในน้ำคล่ำที่สามารถขัดขวางระบบการหายใจของทารกในครรภ์และทำให้เกิดปัญหาการหายใจหลังการคลอด
  • คุณหมออาจต้องการเก็บเลือดของทารกในครรภ์โดยใช้หลอดสอดไปทางช่องคลอด คุณหมอจะตรวจหาระดับอ๊อกซิเจนในเลือดเพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี

การตรวจอัลตร้าซาวน์สามารถบอกได้ว่าทารกในครรภ์มีสายสะดือพันคอหรือไม่ สาเหตุนี้ช่วยเรื่องปัญหาเลือดไปหล่อเลี้ยงเด็กในครรภ์อีกด้วย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เที่ยวนอกบ้าน “ทารกเครียด” ได้นะ เดินทางกับทารกยังไง ให้ไร้ความเครียด

 

ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด คุณพ่อคุณแม่ควรมีวิธีรับมืออย่างไร

 

การดูแลรักษาภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด

หากคุณหมอเจอสัญญาณ ภาวะทารกเครียดระหว่างคลอด สิ่งแรกที่ทีมแพทย์จะทำคือ

  1. ให้แม่นอนตะแคง: ส่วนใหญ่จะให้ตะแคงซ้าย ท่านี้เลือดจะไหลไปเลี้ยงลูกได้ดีที่สุดค่ะ
  2. ให้แม่ดมออกซิเจน: แม่จะได้ออกซิเจนผ่านหน้ากาก เพื่อส่งต่อออกซิเจนดี ๆ ไปให้ลูก
  3. ให้น้ำเกลือ: ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดของแม่ทำงานได้ดีขึ้น
  4. หยุดยาเร่งคลอด (ถ้าให้): เพื่อให้มดลูกคลายตัวและบีบตัวช้าลงหน่อย
  • ถ้าลูกดีขึ้น: (หัวใจกลับมาเต้นปกติ) คุณหมออาจจะให้แม่ลองคลอดทางช่องคลอดต่อได้ แต่จะดูแลแบบใกล้ชิดสุด ๆ
  • ถ้าลูกยังไม่ดีขึ้น: หรือเจอภาวะฉุกเฉินอื่น ๆ คุณหมอจะตัดสินใจ ผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน (Emergency C-Section) เพื่อช่วยลูกออกมาให้เร็วและปลอดภัยที่สุดค่ะ

ภาวะทารกเครียดในครรภ์ อันตรายขนาดไหน?

หากแม่ท้องเกิดภาวะทารกเครียดในครรภ์ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะรีบทำการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องทันที อันตรายที่เกิดกับทารกจึงขึ้นอยู่กับว่าขณะลูกอยู่ในครรภ์มีการขาดออกซิเจนมากน้อยเพียงใด หากขาดออกซิเจนไม่นานและได้รับการช่วยเหลือทันท่วงที ก็จะไม่มีความพิการต่อสมองทารก แต่ถ้าขาดออกซิเจนนานจะทำให้สมองทารกพิการได้ เมื่อคลอดออกมาหรือหากรุนแรงมากก็อาจทำให้ทารกเสียชีวิตได้

 

ภาวะทารกเครียดในครรภ์ ป้องกันได้ไหม

เพื่อป้องกันการเกิดภาวะทารกเครียดในครรภ์ สิ่งที่คุณแม่พอทำได้คือการสังเกตว่าลูกดิ้นหรือไม่ดิ้น คุณหมอมักจะแนะนำให้แม่เริ่มนับลูกดิ้นจริงจังหลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์

หากคุณแม่รู้สึกว่า วันนี้ลูกดิ้นน้อยลง เช่น เคยดิ้นเก่งมาก แต่วันนี้ดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้งใน 12 ชั่วโมง หรือ ลูกไม่ดิ้นเลย ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัดค่ะ

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

อัปเดตล่าสุด 31 ตุลาคม 2568 

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากคุณแม่มีข้อกังวล ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลโดยตรง

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

วิจัยใหม่เผย! การฟื้นตัวหลังคลอด ไม่ใช่แค่ 6 สัปดาห์ แต่ใช้เวลาเป็นปี

20 คำถามที่พบบ่อยเรื่องผ่าคลอด เรื่องน่ารู้ก่อนเป็นคุณแม่

ทารกกลืนน้ำคร่ำอันตรายไหม? รู้จัก ภาวะสำลักน้ำคร่ำ และวิธีดูแล

 

ที่มา :

บทความโดย

Angoon