ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ

ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ

เมื่อแก่ตัวไป การวางแผนเก็บเงินเกษียณจึงสำคัญ แน่นอนว่าการ ออมเงินก่อนเกษียณ เป็นเรื่องที่ยาก แต่คุณสามารถทำได้ โดยมีวิธีดังนี้

ในอดีตคุณเคยวาดฝันอนาคตเช่นไรยังจำได้ไหม? แล้วตอนนี้ล่ะ ฝันของคุณใกล้ความจริงหรือไม่ เตรียมการไปถึงไหน หรือยังไม่ได้ลงมือทำเลย และเคยคิดไหมว่าคุณจะทำงานไปจนถึงเมื่อไหร่ ชีวิตหลังเกษียณจะเป็นอย่างไร ยังคงทำงานหาเงินต่อไปเรื่อย ๆ หรือว่าให้ลูกหลานเลี้ยงดู หรือว่านำเงินที่ตัวเองสะสมออกมาใช้ทำในสิ่งที่มีความสุขอยู่ที่ไหนสักที แต่การจะมีเงินใช้สบาย ๆ จำเป็นต้องมีการ ออมเงินก่อนเกษียณ เพื่อที่คุณจะได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข และเผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินด้วย

ออมเงินก่อนเกษียณ

พ่อแม่หลายคนมักจะมองข้ามอนาคตของตัวเอง และมักจะให้ความสำคัญกับอนาคตของลูกมากกว่า บ่อยครั้งที่พ่อแม่หลงลืมความต้องการของตนเองเพียงเพราะอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่อนาคตไม่สามารถคาดเดาไว้ เราไม่รู้เลยว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร เมื่อเรา เก็บออมเงินให้ลูก แล้วก็ควรหันมาเก็บออมให้ตัวเองในยามเกษียณด้วย เพราะยิ่งออมเร็ว โอกาสที่จะใช้เงินอย่างสบายหลังเกษียณก็ยิ่งมากขึ้น

วิธีวางแผนเก็บเงินเกษียณ

ออมเงินก่อนเกษียณ

หากไม่นับว่าแก่ตัวไปจะให้ลูกหลานคอยเลี้ยงดู คุณก็ต้องเริ่มต้นว่าจะมีชีวิตหลังเกษียณอย่างไร สามารถได้เงินมาใช้จากส่วนไหนบ้าง เพราะเมื่ออายุมากขึ้นสุขภาพร่างกายอาจไม่แข็งแรงเหมือนเก่า หลายโรครุมเร้า ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น ไหนจะเรื่องอาหารการกิน และค่าภาษีสังคมที่ต้องไปออกงานบ่อย ๆ โดยเฉพาะงานบุญอีก สำหรับบางคนที่พอมีเงินเก็บบ้างกลับมามีปัญหาสุขภาพช่วงใกล้เกษียณ ทำให้เงินที่เก็บมาเกือบทั้งหมดต้องใช้ไปกับการรักษาตัวเอง สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำงานอีกครั้ง เพื่อเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในอนาคต ดังนั้น การวางแผนเก็บเงินเกษียณจึงสำคัญ แน่นอนว่าการ ออมเงินก่อนเกษียณ เป็นเรื่องที่ยาก แต่คุณสามารถทำได้ โดยมีวิธีดังนี้

1.กำหนดอายุเกษียณ 

อันดับแรกคุณต้องตั้งคำถามกับตัวคุณเองว่า “อยากทำงานถึงอายุเท่าไหร่” โดยคนส่วนใหญ่มักมีจะทำงานถึงอายุประมาณ 55 – 60 ปี หลังจากนั้นจะพักผ่อนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เช่น ตอนนี้อายุ 35 ปี อยากเกษียณตอนอายุ 55 ปี คาดว่ามีเงินใช้หลังเกษียณถึงอายุ 85 ปี  เพราะฉะนั้นคุณมีเวลาทำงาน เก็บเงินทั้งสิ้น 55 – 35 = 20 ปี เพื่อจะมีเงินไว้ใช้จ่ายต่าง ๆ หลังเกษียณไปอีก 85 – 55 = 30 ปี 

2.เข้าใจสภาพการเงินของตนเอง และกำหนดเงินที่ต้องการใช้หลังเกษียณ 

หลังจากที่ได้วางแผนแล้วว่าจะทำงานถึงอายุเท่าไหร่ จากนั้นลองมาประเมินรายจ่ายในแต่ละเดือนว่าคุณน่าจะใช้จ่ายเดือนเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ทราบสถานะการเงินของตนเอง และรู้ทิศทางการวางแผนการออมในอนาคต ก่อน โดยปกติแล้วเราควรหักเงินไปออม 10 – 20% ของรายได้ และค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม  

หากคุณคิดว่าอยากมีเงินใช้เดือนละ 15,000 บาท คุณก็เอาเงินจำนวนนี้  x จำนวนปีที่คุณต้องมีเงินไว้ใช้ อายุ 55 – 85 คือ 30 ปี เช่น (15,000 x 12) x 30 = 5,400,000 บาท แต่เดี๋ยวก่อนจำนวนนี้ไม่ใช่เงินที่คุณควรเก็บ เราต้องคิดเงินเฟ้อในอนาคตด้วยการคูณ 2 ซึ่งเท่ากับ10,800,000 บาท คือจำนวนเงินที่คุณควรเก็บออมไว้ใช้ยามเกษียณ หากคุณคิดว่าเงินจำนวนนี้มากไปก็ลองลดลงแล้วออมในจำนวนที่คุณสามารถออมไหว หรืออาจเลือกการออม และการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อให้การออมสามารถถึงเป้าหมายได้

3.ศึกษาแผนการออมที่เหมาะกับตัวเอง 

ก่อนอื่นต้องดูว่าเมื่อคุณเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณคุณจะได้รับเงินจากส่วนไหนบ้าง โดยปกติแล้วจะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุ (สำหรับผู้ที่ต้องได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเทศบาล อบต.) โดยเงินที่ได้รับจะมีความแตกต่างกันตามช่วงอายุ สำหรับข้าราชการจะได้รับบำเหน็จ/บำนาญ สำหรับพนักงานเอกชนจะได้รับประกันสังคม หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากคุณทำประกันตนเอง หรือเข้าร่วมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ก็จะได้รับเงินเช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้จะได้รับแตกต่างกัน

ตารางแสดงเงินที่คาดว่าจะได้รับหลังเกษียณจากสวัสดิการต่าง ๆ

ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ

– ประกันสังคม หากคุณส่งเงินประกันสังคมน้อยกว่า 15 ปี จะได้รับเป็นเงินก้อนหรือบำเหน็จ เมื่ออายุ 55 ปี แต่ถ้าส่งเงินประกันสังคมมากกว่า 15 ปี จะได้เงินแบบบำนาญ โดยเงินจะเพิ่มปีละ 1% 
รายละเอียดเพิ่มเติม

สูตรคำนวณเงินบำนาญเมื่อส่งเงินมากกว่า 15 ปี [20%+(1.5% x จำนวนปีที่สมทบเกิน 15 ปีแรก)] x ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ (สูงสุดที่เดือนละ 15,000 บาท) เช่น ส่งเงินสมทบมา 20 ปี จะได้ [20%+(1.5% x 5) x 15,000 = 4,125 บาท 

  – ผู้ประกันตนมาตรา 39 จะคิดเงินบำนาญจากฐานเงินเดือนที่ 4,800 บาท x จำนวนปี (นับรวมกับ ระยะเวลาที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33) โดยเงินจะเพิ่มปีละ 1% เช่น ส่งเงินสมทบมา 20 ปี จะได้ 4,800 x 20% = 960 บาท

– ผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีจ่ายสมทบไม่น้อยกว่า 35 ปี จะได้รับบำนาญขั้นต่ำ 600 บาท ตลอดชีวิต หากจ่ายเงินสมทบน้อยกว่าจะได้บำเหน็ญ

– กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะได้รับเงินสมทบจากรัฐสูงสุด 100% ตามช่วงอายุ หากคุณอายุ 50 ปี แล้วอยากมีเงินบำนาญ ก็จะมีเงินบำนาญใช้ขั้นต่ำ 600 บาทตลอดชีวิต โดยคุณจะได้รับเงินบำนาญประมาณ 600 – 7,000 บาทตลอดชีวิต

เมื่อคุณพิจารณาแล้วว่า คุณจะได้รับเงินยามเกษียณจากที่ใดบ้าง แล้วลองมาคำนวณเงินดูค่ะ ถ้าคิดดูแล้วจำนวนเงินที่คาดว่าจะได้ในแต่ละเดือนยังดูน้อยเกินไปคราวนี้ลองหาการลงทุนเพิ่ม ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเลือกออมเงินผ่านบัญชีธนาคารทั้งในรูปแบบของออมทรัพย์ หรือฝากประจำ แต่อย่างที่รู้กันว่าดอกเบี้ยน้อยเริ่มต้นเพียง 0.25% เอง ทำให้การเก็บเงินให้ถึงเป้านั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก ดังนั้น คุณควรมองหาการลงทุนอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ซื้อสลากรัฐบาล ซื้อประกันเงินออม ลงทุนในหุ้น ซื้อกองทุนรวม เป็นต้น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

สำหรับ ประกันเงินออม มีความน่าสนใจตรงที่เมื่อคุณฝากเงินประกันทุกเดือนจะได้รับทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเมื่อครบสัญญา บางกรมธรรม์ก็ได้รับเงินคืนทุกปี ให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร แถมยังได้ประกันชีวิตร่วมด้วย ซึ่งจะเป็นหลักประกันสำหรับลูกหลานได้ในอนาคต เช่น ตอนนี้คุณอายุ 45 ปี ต้องการเกษียณเมื่ออายุ 55 ปี เท่ากับว่าอีก 10 ปี หากคุณออมเงินวันละ 2,025 บาท ด้วยการฝากเงินผ่านธนาคาร คุณจะได้เงินต้นรวมดอกเบี้ย = 248,161 บาท แต่ถ้าคุณเปลี่ยนไปเป็นฝากเงินผ่านประกัน จะได้รับเงินทั้งสิ้น 257,500 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่า

ตารางเปรียบเทียบระหว่างออมเงินผ่านธนาคาร และประกันเงินออม

ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ

*ในกรณีที่มีการออมเงินเท่ากันทุก ๆ เดือน

หลังจากประเมิน และวางแผนการออมแล้ว คราวนี้คุณก็เริ่มต้นออมได้เลย!

ตัวอย่างการวางแผนการออมเงินหลังเกษียณ 

หากคุณมีประกันสังคมอยู่แล้ว อาจมีการออมเงินผ่านบัญชีบ้าง และอยากทำประกันเงินออมเพิ่มเติม สิ่งแรกที่คุณควรทำคือมองหาแผนประกันที่เหมาะกับคุณ

 

 

ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ

แผนประกันเงินออม

เช่น หากคุณต้องการออมเงินล้าน ให้คุณเลือกทำประกันแผน 5 เงินทุนประกัน 200,000 บาท จ่ายปีละ 90,000 บาท (เดือนละ 7,500 บาท) ระยะส่งเบี้ยประกัน หรือระยะฝาก 10 ปี เมื่อครบกำหนด (สิ้นปีกรมธรรม์) จะได้รับเงิน 1,030,000 บาท พร้อมกับได้รับพ่วงประกันชีวิต 20 ปี กรณีเสียชีวิตจะได้คุ้มครองตั้งแต่ปีแรกถึง 1,000,000 บาท

ออมเงินก่อนเกษียณ จำเป็นแค่ไหน ต้องทำอย่างไรให้มีเงินใช้สบายหลังเกษียณ

ตั้งแต่ปีที่ 1-19 ของการทำประกัน จะได้รับเงินคืนทุกปี 5% ของทุนประกัน ปีละ 10,000 บาท รวม 190,000 บาท สิ้นปีที่ 20 รับเงินคืนครบสัญญา 420% คิดเป็น 840,000 บาท  รวมตลอดสัญญา จะได้รับเงิน 1,030,000 บาท เท่ากับว่าถ้าคุณไม่นำเงินออกมาใช้เลยคุณจะได้รับเงินล้านไว้ใช้หลังเกษียณ

รายละเอียดเพิ่มเติม

  • สามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 20 – 60 ปี
  • เบี้ยประกันเท่ากันทุกเพศ ทุกอายุ
  • สามารถชำระประกันได้ทั้งแบบรายเดือน และรายปี
  • จ่ายราคาเบี้ยประกันคงที่ ตลอดระยะเวลา 10 ปี แต่ให้ความคุ้มครองถึง 20 ปี
  • ซื้อสูงสุดได้ไม่เกิน 200,000 บาทต่อคน

การ ออมเงินหลังเกษียณ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวคุณคนเดียว แต่เงินในอนาคตนี้อาจเป็นหลักประกันเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน แถมยังสามารถส่งต่อให้ลูหรือคนที่คุณรักได้ด้วย

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คลิก

บทความอื่นที่น่าสนใจ:
ออมเงินให้ลูก เลือกแบบไหนดี

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

เมื่อลูกป่วย ในวันที่พ่อแม่ ขาดรายได้  อย่าปล่อยให้ ' เรื่องค่าใช้จ่าย มาเป็นข้อจํากัด
app info
get app banner