แค่เจ็บคอก็เสี่ยง “ไข้รูมาติกในเด็ก" สัญญาณร้ายสู่ "โรคหัวใจรูมาติก"

ลูกน้อยมีอาการคอแดง ไข้สูง อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงอย่าง ไข้รูมาติก ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับ โรคหัวใจรูมาติก ในเด็ก

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

เมื่อลูกน้อยมีอาการคอแดง ไข้สูง หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่า… อาการเล็ก ๆ อย่าง คออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงอย่าง ไข้รูมาติก (Rheumatic Fever) ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับ โรคหัวใจรูมาติก (Rheumatic Heart Disease) ในเด็ก

 

สรุปสั้นๆ

  • อาการคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรียในเด็ก หากไม่รักษาอาจลุกลามเป็น ไข้รูมาติก และนำไปสู่ โรคหัวใจรูมาติก ได้
  • เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Group A Streptococcus ที่ทำให้เกิดโรคคออักเสบหรือไข้อีดำอีแดง
  • อาการมักแสดงออกหลังติดเชื้อ 1-5 สัปดาห์ โดยส่งผลกระทบต่อข้อต่อ สมอง ผิวหนัง และ ลิ้นหัวใจ
  • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะอย่างทันท่วงทีสามารถป้องกันโรคหัวใจรูมาติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ไข้รูมาติก เกิดจากอะไร ?

โรคไข้รูมาติกเกิดจากการที่ร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัส กลุ่มเอ (Group A Streptococcus) ซึ่งเป็นต้นเหตุของ:

  • โรคคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Strep throat)
  • ไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever)
  • โรคผิวหนังติดเชื้อ (Impetigo)

เมื่อร่างกายติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกันจะตอบสนองเกิดความผิดพลาด ส่งผลให้อักเสบหรือบวมบริเวณ ข้อต่อ สมอง ผิวหนัง และลิ้นหัวใจ

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ระยะเวลาและอาการของไข้รูมาติก

อาการมักเกิดขึ้นหลังจากเด็กได้รับเชื้อ 1-5 สัปดาห์ แม้ว่าอาการติดเชื้อเดิมจะดีขึ้นแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ยังสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้

 

อาการเด่นที่ต้องสังเกต

  • มีไข้สูง
  • ปวดตามข้อ โดยเฉพาะหัวเข่า ข้อเท้า ข้อศอก และข้อมือ
  • คอเรีย (Chorea) หรืออาการเคลื่อนไหวของร่างกายที่กระตุกและควบคุมไม่ได้
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยล้าผิดปกติ
  • มีก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังบริเวณใกล้ข้อต่อ (มักไม่เจ็บ)
  • มีผื่นวงแหวนสีชมพูตรงกลางใส (พบได้น้อย)
  • อาจได้ยินเสียงฟู่จากหัวใจจากการตรวจฟัง

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

ภัยเงียบ: เมื่อไข้รูมาติกทำลาย “หัวใจ”

อวัยวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ หัวใจ หากไม่ได้รับการรักษาไข้รูมาติกอย่างทันท่วงที อาจพัฒนาไปสู่ โรคหัวใจรูมาติก ซึ่งเป็นภาวะที่ลิ้นหัวใจระหว่างห้องหัวใจเสื่อมสภาพหรือทำงานผิดปกติ ทำให้หัวใจอ่อนแอลง และในกรณีรุนแรงอาจต้องผ่าตัดหัวใจ

 

สัญญาณเตือนของโรคหัวใจรูมาติก

  • เจ็บหน้าอก
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
  • หายใจเหนื่อยหอบ หรือหายใจลำบาก
  • มีเสียงฟู่ของหัวใจใหม่ (Heart murmur)
  • หัวใจโตผิดปกติ
  • มีน้ำสะสมรอบหัวใจ

 

ข้อควรระวัง

ผู้ที่เคยเป็นไข้รูมาติกมาก่อน จะมีความเสี่ยงกลับมาเป็นซ้ำได้สูงมาก หากติดเชื้อแบคทีเรีย Group A Strep อีกครั้ง

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

 

วิธีการป้องกันและรักษา ไข้รูมาติก

ไข้รูมาติก สามารถป้องกันได้ หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาอาการติดเชื้อเริ่มต้น (เช่น คออักเสบ หรือผิวหนังอักเสบ) อย่างทันท่วงทีด้วย ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสม จากแพทย์

 

คำแนะนำจากกุมารแพทย์โรคหัวใจ

สำหรับผู้ที่เคยมีประวัติเป็นไข้รูมาติกมาก่อน แพทย์อาจแนะนำให้ รับประทานยาปฏิชีวนะอย่างต่อเนื่อง (Secondary Prevention) เพื่อป้องกันการติดเชื้อครั้งใหม่ และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจในระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

 

FAQ: คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับไข้รูมาติก

Q: ไข้รูมาติกติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่? 

A: ตัวโรคไข้รูมาติกไม่ได้ติดต่อโดยตรง แต่เชื้อแบคทีเรียต้นเหตุ คือ Group A Streptococcus สามารถติดต่อผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อได้ ซึ่งหากปล่อยให้คออักเสบจากเชื้อนี้ไม่ได้รับการรักษา ก็อาจพัฒนาเป็นไข้รูมาติกตามมา

 

Q: ทำไมเด็กที่เป็นคออักเสบถึงเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ? 

A: เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายเด็กบางคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อแบคทีเรีย Group A Strep เกิดความผิดพลาด จนไปโจมตีเนื้อเยื่อของตนเอง โดยเฉพาะเนื้อเยื่อบริเวณลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นโรคหัวใจรูมาติกในที่สุด

 

Loading...
You got lucky! We have no ad to show to you!
ติดต่อโฆษณา

Q: โรคหัวใจรูมาติก สามารถรักษาให้หายขาดได้ไหม? 

A: หากลิ้นหัวใจถูกทำลายจนเกิดความเสียหายรุนแรง อาจไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพปกติได้เอง 100% แต่อาจต้องใช้ยาควบคุมอาการ หรือเข้ารับการผ่าตัดรักษาลิ้นหัวใจตามความรุนแรงของโรค การป้องกันไม่ให้เกิดไข้รูมาติกตั้งแต่แรกจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

 

Q: ลูกปวดข้อและมีไข้หลังคออักเสบ ควรพาไปพบแพทย์เมื่อไหร่? 

A: ควรพาไปพบแพทย์ทันทีหากเด็กมีไข้ร่วมกับอาการปวดข้อ เช่น เข่า ข้อศอก อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็วก่อนเชื้อลุกลาม

 

บทความโดย นพ. พีรวัฒน์ ลีประดิษฐวรรณ

กุมารแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลรามคำแหง

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ถูกไหมน้า? เป็นหวัดเจ็บคอ กินยาแก้อักเสบกันไว้

ลูกเจ็บคอ เจ็บคอทําไง รักษาอย่างไรดี?

ช็อก! เด็ก ป.1 ชักเกร็งเสียชีวิต! โรคหัวใจ ภัยร้ายที่พ่อแม่คาดไม่ถึง

 

บทความอัปเดตล่าสุด พฤศจิกายน 2569

บทความโดย

theAsianparent Editor